พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 30

ความแค้นที่แผดเผา

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“คุณคิดว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดพีระมิดที่สร้างจากกระดูกของครอบครัวดิฉันงั้นหรือคะ คาสเซียน?” เอเลน่าเค้นเสียงถามท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องใต้ดินของคฤหาสน์แวน ฮอร์น กลิ่นอายความชื้นของหินปูนและกลิ่นเหล็กสนิมเขรอะคลุ้งอยู่ในอากาศ หญิงสาวไม่ได้สั่นไหว แม้ว่าปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบของชายตรงหน้าจะจ่ออยู่ที่ขมับขวาของเธอ คาสเซียน แวน ฮอร์น ไม่ตอบทันที เขาเพียงแต่หัวเราะเบาๆ ในลำคอ—เสียงหัวเราะที่เปราะบางและเย็นเยียบราวกับเศษแก้วแตก “กระดูกงั้นหรือ? ช่างเป็นคำเปรียบเปรยที่งดงามสมกับเป็นคุณ เอเลน่า... แต่ในโลกของชนชั้นสูง พวกเราทุกคนต่างก็เหยียบย่ำศพคนอื่นเพื่อก้าวขึ้นสู่จุดที่สว่างไสวที่สุดเสมอ ไม่เว้นแม้แต่คนดีอย่างบิดาของคุณ” “อย่าได้เอาเกียรติของเขามาเปรียบกับสันดานต่ำช้าของคุณ” เธอเชิดหน้าขึ้น ดวงตาสีไพลินวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ไม่ได้แผดเผาจนมอดไหม้ แต่กลับลุกโชนอย่างเยือกเย็น “บอกมา... ทำไมต้องเป็นคืนนั้น? ทำไมต้องเป็นตระกูลวอน เดอ บรูค?” คาสเซียนขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปะทะกับผิวแก้มซีดเผือดของหญิงสาว เขาวางนิ้วเรียวยาวลงบนพวงแก้มของเอเลน่า นิ้วมือที่เคยสัมผัสเธออย่างถนุถนอมในงานเต้นรำ บัดนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีดผ่าตัดที่พร้อมจะกรีดลึกลงไปในเนื้อหนัง “คุณอยากรู้จริงๆ หรือคะ?” คาสเซียนกระซิบ เสียงนั้นแฝงไปด้วยความร้าวรานที่เขากดทับไว้นานปี “เพราะความ ‘ไร้ที่ติ’ ของพวกคุณยังไงล่ะ มันช่างน่าสะอิดสะเอียน... ในขณะที่ตระกูลแวน ฮอร์น ต้องดิ้นรนแทบตาย ต้องทำเรื่องโสมมเพื่อรักษาหน้าตาทางสังคม พ่อของคุณกลับก้าวเดินอย่างสง่างามโดยไม่เคยเปื้อนโคลนเลน ความริษยาน่ะ เอเลน่า... มันไม่ได้เกิดจากความอยากได้สมบัติ แต่มันเกิดจากการที่คนหนึ่งต้องตกนรก ในขณะที่อีกคนกลับได้นั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ควรจะเป็นของคนอื่น” เอเลน่าแค่นยิ้มที่มุมปาก มือที่สั่นเทาของเธอค่อยๆ เอื้อมไปแตะข้อมือของเขาที่ถือปืนอยู่ “ความริษยาที่เปลี่ยนคนเป็นสัตว์ป่า... น่าสมเพชจริงๆ ค่ะ” “ใช่ น่าสมเพช” คาสเซียนยอมรับ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า “ในคืนนั้น ผมไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าทุกคน ผมเพียงแต่ต้องการให้พ่อของคุณเห็น ‘ความจริง’ ของโลกใบนี้ แต่แล้วเขากลับเลือกที่จะตายเพื่อปกป้องความลับเน่าเฟะที่เขาไม่ได้เป็นคนสร้าง... และคุณ เอเลน่า คุณคือรอยด่างพร้อยเพียงชิ้นเดียวที่หลงเหลือจากความผิดพลาดของผม” บรรยากาศในห้องสั่นไหวไปกับคำสารภาพที่หนักอึ้ง ความลับที่ถูกฝังกลบมานับทศวรรษถูกขุดขึ้นมาด้วยความโกรธแค้นที่แผดเผาทุกอย่างจนเหลือเพียงเถ้าถ่าน เอเลน่านิ่งอึ้ง หัวใจของเธอไม่ได้เต้นด้วยความหวาดกลัวอีกต่อไป แต่เป็นความเข้าใจอันโหดร้ายว่าบุคคลที่เธอเคยคิดว่าอาจเป็นที่พึ่งพิง กลับเป็นปีศาจที่ทำลายชีวิตเธอตั้งแต่วันแรกที่เขาสบตา “คุณไม่ได้ทำเพื่อความมั่งคั่ง” เอเลน่าพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนหลังมือของคาสเซียน “คุณทำเพื่อบรรเทาความปมด้อยในใจที่ถูกครอบครัวคุณยัดเยียดให้” คาสเซียนชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาสั่นไหวไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะถอยห่างออกไปหนึ่งก้าว สีหน้ากลับมาเรียบเฉยดังหน้ากากหิน “คุณฉลาดเกินไป... และนั่นคือเหตุผลที่ผมปล่อยให้คุณมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้ไม่ได้” เขาง้างนกปืน เสียง ‘คลิก’ ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องใต้ดิน ราวกับเสียงสัญญาณแห่งความตาย แต่ทว่าก่อนที่กระสุนนัดนั้นจะได้ทำหน้าที่ของมัน ประตูด้านหลังของห้องก็ถูกกระแทกจนเปิดออกด้วยแรงมหาศาล พร้อมกับร่างของบุรุษในชุดคลุมสีดำสนิทที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิด “วางปืนลง คาสเซียน” เสียงนั้นแหบพร่า ทรงอำนาจ และเป็นเสียงที่ทำให้ลมหายใจของเอเลน่าต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ “ถ้าเจ้ากล้าเหนี่ยวไกใส่ทายาทของข้า... เจ้าจะไม่ได้ตายอย่างคนมีเกียรติในคฤหาสน์หลังนี้ แต่เจ้าจะต้องชดใช้ด้วยทุกหยดเลือดที่เหลืออยู่ในกาย” คาสเซียนหันไปมองผู้มาเยือนอย่างตกตะลึง ปืนในมือสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อเขาเห็นใบหน้าที่แท้จริงภายใต้ฮู้ดสีดำนั้น ใบหน้าที่เอเลน่าจำได้ดีว่าเป็นของบุคคลที่ควรจะตายไปตั้งแต่คืนที่เกิดโศกนาฏกรรมเมื่อสิบปีก่อน “พ่อ...?” เอเลน่าหลุดปากออกมาด้วยความไม่เชื่อสายตา ในความมืดที่ไร้แสงจันทร์ สุภาพบุรุษผู้ล่วงลับเดินก้าวออกมา เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่พาดผ่านใบหน้าซีกซ้าย นัยน์ตาของเขาจ้องมองไปยังคาสเซียนด้วยความเย็นชาที่มากกว่าที่คาสเซียนเคยมีเสียอีก และในวินาทีที่เขากำลังจะเอ่ยปากเปิดเผยความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเรื่องความริษยา คาสเซียนกลับหันกระบอกปืนมาที่หน้าอกของตัวเองแล้วเหนี่ยวไกทันที! เสียงปืนดังสนั่นทำลายความเงียบ เอเลน่ากรีดร้องสุดเสียงขณะที่ร่างของคาสเซียนล้มลงไปกองกับพื้น เลือดสีแดงฉานค่อยๆ แผ่ขยายออกมาราวกับกลีบกุหลาบที่ถูกโปรยลงบนพื้นหินเย็นเยียบ ร่างของชายที่ปรากฏตัวใหม่พุ่งเข้าหาเอเลน่าพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ความเย็นวาบแล่นไปทั่วกระดูกสันหลัง “อย่ามองดูเลือดนั่น เอเลน่า... เพราะทุกอย่างที่เจ้าเห็นในคืนนี้ มันเป็นเพียงแค่ละครฉากแรกของความล่มสลายที่แท้จริงเท่านั้น” แล้วพบกันใหม่ในบทสรุปที่ทุกความจริงจะถูกเปิดเผยนะคะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%