“ท่านกำลังโกหก เอเลน่า... ดวงตาของท่านไม่เคยโกหกได้แนบเนียนเท่ากับถ้อยคำที่พ่นออกมาจากริมฝีปากนั่นเลย”
คาสเซียนขยับกายเข้ามาใกล้จนเอเลน่าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของไม้สนซีดาร์และเครื่องเทศจางๆ ที่ติดตัวเขามาเสมอ เขาไม่ได้ใช้กำลังบังคับ เพียงแค่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของนางจนความกดอากาศรอบกายดูจะเบาบางลงอย่างน่าประหลาด นิ้วเรียวยาวของเขาเชยคางนางขึ้น แววตาของเขาในวินาทีนี้... มันช่างเหมือนกับดวงตาคู่นั้นในความทรงจำที่แตกสลายของนางไม่มีผิดเพี้ยน
เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น พยายามฝืนแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากบุรุษตรงหน้า “ดิฉันไม่ได้โกหกคาสเซียน สิ่งที่ท่านเห็นในคืนนั้น... มันก็แค่ภาพหลอนของคนขวัญอ่อน”
“ภาพหลอนงั้นหรือ?” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยียบ “ถ้าอย่างนั้น เหตุใดท่านถึงยังสั่นสะท้านยามที่ต้องสบตากับผมล่ะ?”
เขาทิ้งระยะห่างให้ทันทีที่เห็นนางก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ คาสเซียนหันหลังกลับ ก้าวเดินออกไปทางโถงทางเดินมืดสลัวทิ้งให้นางยืนเคว้งคว้างอยู่ตรงนั้น ร่างสูงใหญ่ค่อยๆ หายไปในเงาตึก ทิ้งไว้เพียงคำเตือนที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า—*อย่าก้าวล้ำเข้าไปในสวนกุหลาบหลังคฤหาสน์ หากท่านยังรักชีวิตของตนเอง*
แต่สำหรับเอเลน่า คำเตือนคือแรงกระตุ้นที่รุนแรงที่สุด
ยามค่ำคืนที่เงียบสงัดราวกับโลกทั้งใบถูกแช่แข็ง เอเลน่าสวมชุดคลุมกำมะหยี่สีเข้ม ก้าวเท้าเปล่าบนพรมขนสัตว์อย่างแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยินเสียง หัวใจของนางเต้นรัวเป็นจังหวะที่ไม่สม่ำเสมอ มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูเหล็กดัดที่เชื่อมต่อไปยังสวนต้องห้าม กลิ่นดินเปียกชื้นและกลิ่นกุหลาบที่อบอวลจนเกือบจะฉุนกึกปะทะเข้าจมูกทันทีที่บานประตูเปิดออก
สวนหลังบ้านแห่งนี้ไม่ได้งดงามเหมือนสวนหน้าคฤหาสน์ แต่มันกลับเต็มไปด้วยไม้พุ่มที่เติบโตอย่างไร้ระเบียบราวกับจงใจปิดบังบางอย่างไว้ แสงจันทร์คืนนี้สว่างจ้าจนส่องให้เห็นรอยเท้า... รอยเท้าที่เปื้อนโคลนสีเข้มซึ่งยังคงความสดใหม่ ประทับลงบนพื้นหญ้าที่ควรจะไม่มีใครเหยียบย่ำมานานหลายปี
นางเดินตามรอยเท้านั้นไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดกลางสวน ตรงนั้นมีรูปปั้นนางฟ้าที่หักพังซีกหนึ่งวางอยู่ แสงจันทร์ส่องกระทบกับวัตถุบางอย่างบนพื้นดิน เอเลน่าคุกเข่าลง หัวใจของนางกระตุกวูบเมื่อเห็นของสิ่งนั้น—มันคือเข็มกลัดประจำตระกูลวอน เดอ บรูค เข็มกลัดที่แม่ของนางสวมใส่ในคืนที่เกิดโศกนาฏกรรม!
มือที่สั่นเทาเอื้อมไปหยิบเข็มกลัดขึ้นมา แต่นางต้องชะงักเมื่อสังเกตเห็นบางอย่างที่น่าขนลุก รอยเท้าที่นางเดินตามมานั้นไม่ได้มุ่งหน้าไปไหน แต่มันหยุดลงตรงหน้ารูปปั้นนี้ และรอยเท้านั้นก็ไม่ได้เดินกลับออกมา
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมสวนทั้งสวน ทันใดนั้น เอเลน่าสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ นางแข็งทื่อราวกับถูกสาป แต่ก่อนที่นางจะได้หันกลับไปมอง เสียงกระซิบที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ผมเตือนท่านแล้ว... ว่าอย่าเข้ามาที่นี่”
เอเลน่าใจหายวาบเมื่อเห็นเงาของใครบางคนทอดยาวผ่านแสงจันทร์มาบนพื้นดิน เงาที่ไม่ได้มีแค่เงาเดียว แต่มีเงาของคนสองคนยืนซ้อนทับกันอยู่ข้างหลังนาง และเสียงที่สองที่ตอบกลับมานั้นไม่ใช่เสียงของคาสเซียน แต่มันเป็นเสียงที่นางคุ้นเคยดีที่สุด... เสียงของบิดาที่ตายจากไปนานกว่าสิบปี
“ในที่สุด... ก็หาทางกลับมาจนได้นะ เอเลน่า ลูกรักของพ่อ”
มือที่หยาบกร้านเอื้อมมาสัมผัสไหล่นาง เอเลน่ากรีดร้องแต่ไร้ซึ่งเสียง พลันนั้นเองพื้นดินใต้รูปปั้นก็ทรุดตัวลงราวกับกับดักที่ถูกวางไว้ นางร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่างพร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังก้องกังวานอยู่ในหลุมลึกนั้น
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ความลึกลับของตระกูลแวน ฮอร์นไปกับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 14
รอยเท้าในสวนหลังบ้าน
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!