พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 25

หลักฐานที่สมบูรณ์

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"วางมันลงเสีย คาสเซียน หากท่านไม่อยากให้ตราประทับแห่งตระกูลวอน เดอ บรูค ต้องแปดเปื้อนเลือดของท่านเอง" น้ำเสียงของเอเลน่าราบเรียบ ทว่าสั่นไหวด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ชุดกระโปรงผ้าไหมสีดำสนิท เธอจ้องมองแผ่นหนังเก่าคร่ำที่ถืออยู่ในมือหนาของชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับมันเป็นมีดที่จ่อเข้าที่หัวใจของเธอโดยตรง คาสเซียน แวน ฮอร์น ไม่ได้ขยับกาย เขาเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเทาหม่นดั่งท้องฟ้าก่อนพายุถล่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาของเขาไม่ได้มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเหนื่อยอ่อนที่แฝงด้วยความเยือกเย็นอันเป็นเอกลักษณ์ "เลือดหรือ? เอเลน่า... ท่านพูดราวกับว่าเลือดในกายของท่านกับข้ามันต่างกันเพียงเพราะนามสกุลที่ต่างกันอย่างนั้นแหละ" เขาขยับตัวเข้าใกล้ชิดจนสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "นี่ไม่ใช่แค่เศษกระดาษ แต่มันคือคำพิพากษาของคนที่ส่งตระกูลของท่านไปลงนรก หากท่านต้องการล้างแค้น สิ่งนี้คืออาวุธที่แหลมคมที่สุด ท่านจะปัดมันทิ้งเพียงเพราะกลัวความจริงที่น่าเกลียดหรือ?" เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด เธอคว้าแผ่นหนังนั้นมาไว้ในอ้อมอก กลิ่นอายของหมึกเก่าและฝุ่นดินจากห้องใต้ดินของคฤหาสน์แวน ฮอร์น ทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความเจ็บปวด หลักฐานชิ้นสุดท้าย... รายชื่อผู้ทรยศที่ลงนามด้วยตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดนกที่เธอจำได้ดีที่สุด มันคือหลักฐานที่สามารถทำลายโครงสร้างทางอำนาจทั้งหมดของเมืองนี้ได้เพียงชั่วข้ามคืน "เหตุใดท่านถึงช่วยข้า?" เธอถาม พลางถอยหลังไปพิงชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ในห้องลับ บรรยากาศภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอำพันและกาลเวลา "ท่านคือทายาทของตระกูลที่ได้รับผลประโยชน์จากความล่มสลายของเรา ท่านควรจะเผามันเสีย มากกว่าที่จะส่งมอบให้ข้าด้วยมือของท่านเอง" คาสเซียนก้าวเข้าหาช้าๆ จนเอเลน่าไม่มีทางหนี มือหนาเอื้อมมาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอต้องสบตาเขา แววตาคู่นั้นไม่ได้ดุดัน แต่กลับเต็มไปด้วยความโหยหาที่ยากจะอธิบาย "เพราะข้าเบื่อหน่ายกับการต้องหายใจอยู่ใต้เงาของความลับพวกนี้เต็มทนแล้ว" เขาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำและแผ่วเบา "ข้าไม่อยากเห็นท่านมองข้าด้วยสายตาเกลียดชังอีกต่อไป แม้ว่าตัวข้าจะเป็นเพียงเครื่องมือในเกมของคนอื่น... แต่ข้าก็ขอเลือกที่จะเป็นเครื่องมือที่ท่านเลือกใช้เองดีกว่า" เอเลน่าชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปครู่หนึ่ง ความแค้นที่เคยแผดเผาจิตใจดูเหมือนจะถูกแทนที่ด้วยความหวั่นไหวแปลกประหลาดที่เธอไม่อาจยอมรับได้ เธอเบือนหน้าหนีจากสัมผัสที่ร้อนผ่าวของเขา ก่อนจะก้มลงตรวจสอบรายละเอียดบนแผ่นหนังอีกครั้ง ลายเซ็นที่คุ้นตาภายใต้แสงตะเกียงวูบไหว... บิดาของเขา บิดาของเธอ และใครบางคนที่เธอไม่เคยคิดว่าจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ "คนผู้นี้..." เสียงของเอเลน่าแผ่วลงจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ นิ้วเรียวสั่นเทาขณะไล้ไปบนชื่อที่ถูกสลักไว้อย่างประณีต "ท่านลุงของท่าน? หมายความว่าอย่างไร? เขาเป็นผู้สนับสนุนหลักของตระกูลเรามาโดยตลอด" คาสเซียนเหยียดยิ้มเย็นชา "ขุนนางที่ใจดีที่สุด มักจะเป็นปีศาจที่วางแผนได้แยบยลที่สุดเสมอ เอเลน่า ท่านมองไม่เห็นหรือว่านี่คือกับดัก? พวกเขารู้ว่าเรากำลังตามหาความจริง และพวกเขาก็จงใจทิ้งหลักฐานเหล่านี้ไว้เพื่อให้เราเดินเข้าไปหาจุดจบของตัวเอง" ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทหลายคู่ก็ดังสะท้อนก้องมาจากโถงทางเดินชั้นบน เสียงโลหะกระทบกันบ่งบอกถึงการมาเยือนของกลุ่มคนที่ไม่ได้มาเพื่อสมานฉันท์ เอเลน่าเบิกตากว้าง ความเงียบงันที่แสนเปราะบางพังทลายลงในพริบตา "ท่านหลอกข้า!" เธออุทาน หันกลับมามองคาสเซียนด้วยความตระหนก "ท่านเรียกพวกเขามา!" คาสเซียนคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและว่องไวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่ดึงตัวเธอให้ขยับไปที่ประตูลับหลังชั้นหนังสือ "ข้าไม่ได้เรียกพวกเขามา แต่พวกเขาได้กลิ่นความผิดปกติแล้ว... ฟังข้านะเอเลน่า หากท่านอยากมีชีวิตอยู่เพื่อเปิดโปงรายชื่อพวกนี้ ท่านต้องวิ่งไปที่ห้องเก็บไวน์ทางทิศตะวันออก อย่าหันหลังกลับมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม" "แล้วท่านล่ะ!" เธอแผดเสียงถาม แววตาของหญิงสาวที่เคยสง่างามและเยือกเย็นบัดนี้เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว คาสเซียนดึงกริชออกมาจากเข็มขัดและยัดใส่มือเธอ ก่อนจะดันแผ่นไม้เปิดทางออกสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มจางๆ ที่ดูคล้ายกับการอำลา "ข้าจะซื้อเวลาให้ท่าน... และหากโชคดีพอ เราอาจจะได้พบกันในหน้าที่ท่านจะไม่มีวันมองข้าว่าเป็นศัตรูอีก" ประตูลับถูกผลักออกพร้อมกับเสียงพังประตูทางเข้าห้องลับที่ดังสนั่นหวั่นไหว เอเลน่าถูกแรงผลักจากคาสเซียนทำให้เซถลาเข้าไปในความมืด เธอหันกลับไปมองชั่วขณะสุดท้าย เห็นร่างสูงใหญ่ของคาสเซียนยืนตระหง่านกลางห้อง เผชิญหน้ากับทหารในชุดเกราะที่กรูเข้ามานับสิบ ทว่า ในวินาทีที่ความมืดกำลังจะกลืนกินทุกอย่าง แสงไฟจากคบเพลิงหน้าห้องเผยให้เห็นใบหน้าของผู้ที่เดินนำกลุ่มทหารเข้ามา... มันไม่ใช่ใครอื่น นอกจากชายที่เธอเรียกว่า 'ลุง' ผู้ที่เธอมั่นใจว่ารักและปกป้องเธอมาตลอดชีวิตเขานั่นเอง เขาไม่ได้เดินเข้ามาด้วยท่าทีเร่งรีบ แต่เขากำลังถือถุงมือสีขาวสะอาดตา พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูใจดีเหมือนเดิมทุกประการ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจนน่าขนลุก "หลานรัก... ความจริงที่เจ้าพยายามตามหานั้น มันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้เจ้าเป็นอิสระ แต่มันคือสิ่งที่จะพาเจ้าไปหาจุดจบเดียวกับพ่อแม่ของเจ้าอย่างไรล่ะ" ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดที่ไม่อาจหันหลังกลับไปได้พร้อมกับเอเลน่านะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ จูบแรกยามสายัณห์
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%