“ถ้าหากท่านยังไม่ยอมปล่อยมือข้าในวินาทีนี้ กระสุนนัดต่อไปที่จะเจาะเข้ากะโหลกของท่าน... อาจไม่ใช่กระสุนจากปืนของพวกกบฏหรอกนะคะ คาสเซียน”
เสียงของเอเลน่าราบเรียบ ทว่าสั่นสะท้านด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ใต้ความเยือกเย็น ในมือของเธอมีเพียงมีดพกเล่มเล็กที่สลักลวดลายตระกูลวอน เดอ บรูค ซึ่งเธอกดปลายแหลมคมนั้นลงบนรอยแยกของปกเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของคาสเซียน กลิ่นหอมจางๆ ของไม้สนและกลิ่นดินปืนที่อบอวลอยู่ในห้องสมุดลับใต้ดินแห่งนี้ทำให้บรรยากาศยิ่งดูบีบคั้น
คาสเซียน แวน ฮอร์น ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายังคงกักตัวเธอไว้กับชั้นหนังสือเก่าแก่ แผ่นหลังของเอเลน่าแนบชิดกับไม้โอ๊คที่เย็นเยียบ ในขณะที่ดวงตาสีเทาเข้มของชายหนุ่มจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้รอยแผลเป็นทางจิตวิญญาณ
“เธอกำลังกลัว...” คาสเซียนกระซิบ เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำ “ไม่ใช่กลัวความตาย แต่กลัวสิ่งที่เธอจะพบหากก้าวออกไปนอกกำแพงคฤหาสน์หลังนี้ เอเลน่า เธอรู้ดีว่าสงครามไม่ได้เริ่มที่แนวหน้า แต่มันเริ่มที่ความเงียบงันในใจของเธอต่างหาก”
เขายอมผละออกเพียงครึ่งก้าว แต่ยังคงวางมือไว้บนชั้นหนังสือเพื่อปิดกั้นทางหนี แสงจากตะเกียงน้ำมันเพียงดวงเดียวในห้องทำให้เงาของพวกเขาที่ทอดลงบนพื้นดูบิดเบี้ยวและซ้อนทับกันราวกับกำลังร่ายรำในความมืด คืนนี้คฤหาสน์ของตระกูลแวน ฮอร์น ถูกโอบล้อมด้วยเงื้อมเงาของเหล่าทรยศ การเจรจาลับที่ล้มเหลวทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าหมายสำคัญ
“ความทรงจำที่หายไปของข้า... มันมีค่ามากกว่าชีวิตของท่านหรือไร?” เอเลน่าถามพลางลดมีดลง แม้ความกดดันจะยังคงอยู่ แต่แววตาของเธอกลับมีความอ่อนล้าที่ปิดไม่มิด
คาสเซียนยกมือขึ้น แตะลงบนแก้มของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่เย็นเฉียบของปลายนิ้วเขาสร้างความรู้สึกประหลาดในใจของหญิงสาว มันไม่ใช่ความอาทรธรรมดา แต่มันคือความรู้สึกโหยหาที่ถูกห่อหุ้มด้วยความเกลียดชัง “มันคือพันธะ เอเลน่า ตราบใดที่เธอยังไม่รู้อดีตของตัวเอง เธอก็เป็นเพียงหมากที่เดินตามกระดานที่ข้ากำหนดไว้ แต่ตอนนี้...”
เขาหยุดพูด ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอ “ตอนนี้ข้ากลับอยากให้เธอยืนหยัดอยู่ข้างๆ ในฐานะคนที่รู้ความลับทั้งหมด... แม้มันจะต้องแลกด้วยเลือดของพวกเราทั้งคู่ก็ตาม”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ที่เดินลาดตระเวนอยู่ชั้นบน ผสานกับเสียงฟ้าร้องคำรามไกลๆ ข้างนอกนั่นเริ่มมีเสียงปืนดังขึ้นเป็นระยะ สงครามได้มาถึงหน้าประตูบ้านของพวกเขาแล้ว
เอเลน่าเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกที่เคยแยกออกชัดเจนระหว่าง ‘ศัตรู’ กับ ‘ผู้ช่วยชีวิต’ เริ่มพร่าเลือนจนกลายเป็นสีเทาหม่น เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างท้าทาย “หากข้าต้องเลือกระหว่างการสืบหาความจริงที่อาจทำลายโลกทั้งใบ กับการอยู่รอดในอ้อมกอดของชายที่หลอกลวงข้ามาตลอด... ท่านคิดว่าคนอย่างเอเลน่า วอน เดอ บรูค จะเลือกสิ่งใดคะ?”
“เธอจะเลือกทางที่เจ็บปวดที่สุด” คาสเซียนตอบโดยไม่ต้องคิด เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากสัมผัสกัน “เพราะเธอคือคนประเภทที่ชอบจุดไฟเผาตัวเองเพื่อส่องทางให้คนอื่นเห็นความจริง”
เขาเอื้อมมือไปหยิบกุญแจเงินที่ซ่อนอยู่ในช่องลับหลังชั้นหนังสือออกมา แล้วกดมันลงในฝ่ามือของเธอ “ทางออกสำรองอยู่หลังตู้เก็บตำรา ไปซะ ก่อนที่เพลิงสงครามจะกลืนกินที่นี่ไปจนหมดสิ้น”
เอเลน่าชะงัก เธอไม่ได้ขยับตัว แต่กลับคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น “แล้วท่านล่ะ? อย่าบอกนะว่าท่านจะยอมตายที่นี่เพื่อสร้างวีรกรรมโง่ๆ นั่น”
คาสเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเขามีเพียงความขมขื่น “ข้าไม่มีวันยอมตายในที่ที่ข้าไม่เคยครอบครองหัวใจใครได้... แต่ตอนนี้ ดูเหมือนข้าจะเริ่มเสียใจแล้วที่ปล่อยให้เธอเดินเข้ากรงขังแห่งความสงสัยนี้เพียงลำพัง”
ทันใดนั้น เสียงกระจกหน้าต่างด้านบนแตกกระจายตามด้วยเสียงตะโกนและเสียงปืนที่ดังรัวไม่หยุด! ผนังห้องสมุดสั่นสะเทือนจากแรงระเบิดบางอย่างที่ชั้นบน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาทับถมไหล่ของทั้งคู่
คาสเซียนหันไปมองประตูที่ถูกถีบจนพังครืนเข้ามา เขาผลักเอเลน่าให้หลบไปหลังเสาหินอย่างแรง ดวงตาสีเทาของเขาเปลี่ยนเป็นประกายดุร้ายราวกับสัตว์ป่า “ไปเดี๋ยวนี้! อย่าหันหลังกลับมา ไม่ว่าท่านจะได้ยินเสียงอะไรก็ตาม!”
เอเลน่าคว้ากุญแจไว้แน่น ร่างกายของเธอสั่นเทาด้วยความกลัวผสมความเด็ดเดี่ยว เธอหันไปสบตากับเขาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหมุนตัววิ่งเข้าไปในอุโมงค์มืดมิดที่กุญแจดอกนั้นกำลังไขความลับที่รอคอยมานาน
แต่ทว่า ในขณะที่เธอกำลังจะพ้นขอบประตู เงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยจนน่าขนลุกก็ก้าวออกมาจากเงามืดของอุโมงค์... บุคคลที่เธอคิดว่าตายไปตั้งแต่คืนที่คฤหาสน์ของครอบครัวเธอถูกเผาผลาญเมื่อสิบปีก่อน
กลิ่นดอกกุหลาบที่อาบไปด้วยกลิ่นคาวเลือดโชยแตะจมูกเธอ ร่างนั้นยกมือขึ้นปิดปากของเธอไว้อย่างแน่นหนาพร้อมเสียงกระซิบข้างหูที่ทำให้หัวใจของเอเลน่าหยุดเต้นไปชั่วขณะ
“ท่านไม่ควรมาที่นี่... เอเลน่า... เพราะที่นี่ไม่ใช่ทางรอด แต่มันคือหลุมศพที่ข้าขุดรอท่านมานานแสนนานแล้ว”
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดที่ไม่อาจหันหลังกลับไปได้พร้อมกับเอเลน่านะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
จูบแรกยามสายัณห์
พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 26
ความรักท่ามกลางสงคราม
ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!