พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 34

คำสัญญาใต้ต้นกุหลาบ

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
"ถ้าเธอกล้าก้าวออกไปจากประตูบานนี้อีกเพียงก้าวเดียว... อย่าหาว่าฉันไม่เตือนว่าพันธะระหว่างเรามันจะเปลี่ยนจากความเมตตา กลายเป็นกรงขังที่เธอไม่มีวันได้เห็นเดือนเห็นตะวันอีกตลอดกาล" เสียงทุ้มต่ำที่กร้าวไปด้วยแรงอารมณ์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดินหินอ่อน คาสเซียน แวน ฮอร์น ไม่ได้เพียงแค่ขู่ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มของเขาทาบประชิดตัวเอเลน่าจากด้านหลัง ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ตรงซอกคอขาวระหง กลิ่นอายบุรุษเพศที่แฝงไปด้วยกลิ่นจางๆ ของยาสูบและราคาแพงของน้ำหอมชั้นสูงแผ่ซ่านจนหญิงสาวขนลุกซู่ เอเลน่าหยุดชะงัก ฝ่ามือที่กำลังจะผลักบานประตูหนักอึ้งสั่นสะท้าน เธอหลับตาลงแน่น พยายามสะกดกลั้นก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ในลำคอ ความแค้น ความรัก และความหวาดกลัวต่ออดีตที่ยังคงตามหลอกหลอนปั่นป่วนอยู่ในอกเหมือนพายุหมุน "คุณไม่มีสิทธิ์กักขังฉัน คาสเซียน... ต่อให้คุณจะครอบครองทั้งเมืองนี้ แต่คุณไม่มีสิทธิ์ครอบครองวิญญาณของฉัน" เธอโต้ตอบเสียงสั่นทว่าหนักแน่น หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาคมกริบที่ดั่งเหยี่ยวล่าเหยื่อคู่นั้น คาสเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นเย็นเยียบแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่แผดเผา เขาใช้ฝ่ามือหนาตะปบเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอแล้วตรึงไว้กับบานประตูไม้โอ๊คแน่นหนา ร่างกายของเขากดทับลงมาจนเอเลน่าสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและแรงอารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่ภายใต้แผงอกแกร่งนั้น "วิญญาณของเธอ? ตั้งแต่วันที่ฉันช่วยเธอออกมาจากซากปรักหักพังนั่น เธอเป็นของฉัน... ทุกตารางนิ้ว ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจ และทุกหยาดน้ำตาที่เธอเสียไป" เขากระซิบชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะกดจูบลงมาอย่างหนักหน่วงและเร่าร้อน เป็นการจูบที่ไม่มีความอ่อนหวาน มีแต่ความดิบเถื่อนและประกาศยึดครอง เอเลน่าเบิกตากว้าง สองมือพยายามผลักไสแผงอกเขากลับกลายเป็นดั่งการโอบกอดเขาเข้าหาตัวโดยไม่ตั้งใจ ความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อลิ้นหนาแทรกซึมเข้ามาตักตวงความหวานอย่างหิวกระหาย ความเย็นชาที่เธอพยายามสร้างเป็นกำแพงพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความพ่ายแพ้ต่อสัมผัสอันทรงพลังที่เขามอบให้ คาสเซียนผละออกเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยไฟปรารถนาที่ไม่มีวันดับ เขาใช้นิ้วโป้งไล้ไปตามริมฝีปากบวมเจ่อของเธออย่างทนุถนอมในแบบที่ขัดกับความดุดันเมื่อครู่ "ตกลงกันเสียที เอเลน่า... ยอมรับความจริงว่าในโลกที่เต็มไปด้วยเศษซากความทรงจำพังๆ นี้ มีเพียงฉันคนเดียวที่ให้ที่พักพิงแก่เธอได้" "ทำไม... ทำไมต้องเป็นฉัน?" เธอถามเสียงแผ่ว น้ำตาหยดใสไหลรินลงมาอาบแก้ม "เพราะเธอคือส่วนที่หายไปของฉัน" เขาตอบเสียงพร่า ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นแนบอกแล้วพาเดินตรงไปยังระเบียงส่วนตัวที่มองเห็นสวนกุหลาบภายใต้แสงจันทร์เต็มดวง ท่ามกลางกลิ่นหอมอบอวลของกุหลาบราตรีที่บานสะพรั่งในยามวิกาล คาสเซียนวางเธอยืนลงบนพื้นหญ้านุ่มนวล เขาหยิบแหวนวงหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ มันเป็นแหวนเก่าแก่ประจำตระกูลแวน ฮอร์น ที่เขาตามหามานานหลายปี เพื่อรอวันที่ต้องมอบให้แก่ผู้หญิงที่จะมาอยู่เคียงข้างเขาในฐานะภรรยา "สัญญา... ว่าต่อจากนี้ไม่ว่าความตายหรือความลับใดๆ จะพยายามพรากเราออกจากกัน เธอจะไม่มีวันหันหลังให้ฉันอีก" คาสเซียนเอ่ยประโยคที่เหมือนคำสาบาน เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าเธอ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเปราะบางแต่ทรงพลัง เอเลน้ามองแหวนในมือชายหนุ่มด้วยสายตาที่ซับซ้อน เธอก้มลงมองนัยน์ตาที่แสดงความจริงใจซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันนั้น ความสับสนที่เกาะกินใจมาตลอด 33 บทที่ผ่านมาดูเหมือนจะถูกชะล้างด้วยแสงจันทร์ "ถ้าฉันตอบตกลง... นั่นหมายความว่าฉันต้องก้าวเข้าสู่ความมืดมิดพร้อมกับคุณไปตลอดกาล ใช่ไหม?" "ไม่ใช่ความมืดมิด..." คาสเซียนยิ้มมุมปาก นิ้วมือของเขาสอดประสานเข้ากับนิ้วเรียวของเธออย่างแนบแน่น "แต่เป็นการก้าวเข้าสู่พันธะที่แม้แต่พระเจ้าก็พรากเราจากกันไม่ได้" เมื่อเขาสวมแหวนลงบนนิ้วนางของเธอ เอเลน่าก็โน้มตัวลงไปจูบเขาอีกครั้ง คราวนี้เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความยินยอมพร้อมใจ แรงรักแรงแค้นหลอมละลายรวมกันกลายเป็นสายธารที่ไหลวนอยู่รอบกายทั้งคู่ พวกเขารู้ดีว่านับจากวินาทีนี้ ชีวิตที่เหลือจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป แต่มันคือทางเลือกที่พวกเขาต่างโหยหา ทว่า ในขณะที่คาสเซียนกำลังจะกระซิบคำมั่นสัญญาที่หวานล้ำที่สุดข้างใบหูของเธอ เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นจากเงามืดหลังพุ่มกุหลาบใหญ่ พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ยืนจ้องมองพวกเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชิงชังอย่างปิดไม่มิด "ความรักของพวกเจ้า... มันช่างหอมหวานจนน่าอาเจียน" เสียงปริศนาที่เอเลน่าจำได้แม่นยำว่าเป็นเสียงของ 'คนตาย' ที่เธอฝังใจมาตลอดชีวิตดังขึ้นแทรกความเงียบ คาสเซียนผละออกจากเอเลน่าทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่านยิ่งกว่าครั้งไหน มือหนาคว้าปืนพกที่ซ่อนอยู่ข้างเอวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ ร่างในผ้าคลุมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด และสิ่งที่ทำให้หัวใจของเอเลน่าหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพียงแค่ใบหน้าที่เหมือนกับบิดาผู้ล่วงลับของเธอ แต่มันคือ... บันทึกสีแดงฉานที่อยู่ในมือคนผู้นั้น ซึ่งเป็นหลักฐานเดียวที่สามารถทำลายตระกูลแวน ฮอร์น ให้พินาศย่อยยับได้ภายในคืนเดียว! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลับมาจนถึงบทนี้กับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%