พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์•ตอนที่ 33

รุ่งอรุณใหม่

ผลงานโดย จูบแรกยามสายัณห์
“หากท่านคิดว่าการเซ็นเอกสารโอนสิทธิ์ที่ดินผืนนี้จะล้างมลทินในสายตาชาวเมืองได้ ท่านกำลังดูถูกความอดทนของดิฉันเกินไปนะคะ คาสเซียน” เอเลน่าเอ่ยขึ้นขณะที่ปลายปากกาขนนกหยุดชะงักเหนือแผ่นหนังแกะเนื้อดี เธอไม่ได้เงยหน้ามองบุรุษที่ยืนพิงกรอบหน้าต่างบานสูง แต่เพียงแค่ไอความเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวเขาก็เพียงพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวหนักอึ้งขึ้นมาถนัดตา คาสเซียน แวน ฮอร์น แค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนาข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็กสั่งตัดพิเศษ ก่อนจะก้าวเดินช้าๆ เข้ามาหาเธอ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นมั่นคงราวกับจังหวะของมัจจุราชที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด “ฉันไม่ได้ทำเพื่อล้างมลทินให้ใคร เอเลน่า” เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นผ่าวระอยู่ที่ข้างใบหูของเธอ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมผสมกับกลิ่นไอของดินหลังฝนตกอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ “ฉันทำเพราะนั่นคือพันธะที่ฉันให้ไว้กับคนตาย... และกับตัวเธอ ในวันที่เราเหลือกันแค่สองคนบนซากปรักหักพังของตระกูลที่เคยสูงส่ง” เอเลน่าสูดหายใจลึก พยายามรวบรวมสติที่สั่นคลอน เธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับดวงตาสีเทาหม่นที่ดูราวกับท้องฟ้าก่อนพายุใหญ่จะเข้าถล่ม แม้เรื่องร้ายจะผ่านไปแล้ว แต่รอยแผลเป็นบนหัวไหล่ของเธอยังคงเตือนใจถึงคืนที่เลือดสาดทาหน้าผาคืนนั้น คืนที่คาสเซียนเลือกที่จะดึงเธอขึ้นมาจากหุบเหวแห่งความตาย แทนที่จะปล่อยให้เธอจมหายไปกับความลับ “เราไม่มีอะไรต้องติดค้างกันแล้วคาสเซียน” เธอพูดพลางดึงมือที่เขาวางทาบบนโต๊ะออกอย่างแผ่วเบา “นับจากวันนี้ ฉันไม่ใช่ทายาทผู้ตกอับ และท่านก็ไม่ใช่ผู้คุ้มครองที่ต้องคอยซ่อนใบหน้าภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ เราเริ่มใหม่ได้... ในฐานะคนแปลกหน้าที่รู้จักกันดีที่สุด” คาสเซียนนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาของเขาไหววูบราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัดแรง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่คาดเดาไม่ได้ เขาคว้าข้อมือของเธอขึ้นมา แล้วประทับจูบลงบนหลังมืออย่างแผ่วเบา ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่อาจนิยามได้ “คนแปลกหน้าที่รู้จักกันดีที่สุดงั้นหรือ?” เขาพึมพำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้น บอกฉันทีสิ ว่าทำไมมือของเธอถึงยังสั่นตอนที่ฉันแตะต้องตัวเธอ... เป็นเพราะความกลัว หรือเป็นเพราะความปรารถนาที่เธอเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ?” เอเลน่าชะงัก ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมห้องทำงานจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของตัวเอง เธอพยายามจะดึงมือกลับ แต่คาสเซียนกลับกุมไว้แน่นขึ้น เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรง หากแต่เป็นสัมผัสที่เรียกร้องคำตอบที่ลึกซึ้งกว่าคำพูด บรรยากาศในคฤหาสน์แวน ฮอร์น วันนี้ช่างแปลกประหลาด ความโกลาหลจากการสืบสวนคดีฆาตกรรมครอบครัววอน เดอ บรูค ได้จางหายไป เหลือเพียงความเงียบสงบที่ชวนอึดอัดใจ ชีวิตคู่ที่เริ่มต้นจากสงครามประสาทกำลังค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางไปสู่เส้นทางที่ไม่มีใครในตระกูลขุนนางคาดคิด “ฉันไม่อยากให้มันจบแค่นี้ เอเลน่า” เขาเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง “การที่เราผ่านนรกมาด้วยกัน ไม่ใช่เพื่อให้เรามาแยกทางกันในวันที่แสงตะวันส่องถึง แต่เพื่อให้เราได้ใช้เวลาที่เหลือ... ในการทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เรามีต่อกัน มันคือพันธะที่ถูกสาป หรือโชคชะตาที่ถูกเขียนขึ้นเพื่อเรา” เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ก่อนจะเดินไปที่ตู้เก็บไวน์เก่าแก่ หยิบขวดแก้วคริสตัลออกมาเทลงในแก้วสองใบ เสียงน้ำสีอำพันกระทบแก้วดังกังวานเป็นจังหวะเชื่องช้า เอเลน่ามองตามแผ่นหลังที่ดูโดดเดี่ยวของเขา ความโกรธแค้นที่เคยมีเริ่มมลายหายไป เหลือเพียงความสงสารและบางสิ่งที่เธอพยายามผลักไสมาตลอด “ดื่มสิ” เขายื่นแก้วให้เธอ “ฉลองให้กับรุ่งอรุณแรกของเรา... โดยที่ไม่มีปืน ไม่มีมีด และไม่มีความลับซ่อนไว้ในเงามืด” เอเลน่ารับแก้วมา เธอมองน้ำสีใสสะท้อนภาพใบหน้าของตนเองในกระจกเงาด้านหลัง คาสเซียนที่เธอมองเห็นดูอ่อนโยนจนน่ากลัว แต่ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะจรดริมฝีปากลงบนขอบแก้ว สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนพรมใต้โต๊ะทำงานของเขา มันคือตราประทับสีแดงสดที่แตกหัก... ตราประทับเดียวกับที่ปรากฏอยู่ในฝันร้ายของเธอทุกค่ำคืน เป็นตราประทับที่บ่งบอกว่าฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเธอไม่ได้มาจากภายนอก แต่เป็นคนในตระกูลแวน ฮอร์นที่คาสเซียนสาบานว่าจะปกป้องเธอมาตลอด หัวใจของเธอร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกจนของเหลวสีอำพันกระฉอกออกมาเพียงเล็กน้อย คาสเซียนยังคงจ้องมองเธอด้วยสายตาเปี่ยมรักที่ดูเสแสร้งจนเธอเกือบจะเชื่อสนิทใจ หากเขาเป็นคนทำจริง... แล้วที่ผ่านมาเขาเก็บเธอไว้ข้างตัวเพื่ออะไร? เพื่อรอเวลาที่จะปลิดชีพเธอเป็นคนสุดท้ายอย่างนั้นหรือ? “มีอะไรหรือเปล่า เอเลน่า?” เขาก้าวเข้ามาใกล้เธออีกครั้ง สัมผัสที่เย็นเยียบแตะลงบนโหนกแก้มของเธอ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ดูอ่อนโยนอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความกระหายที่น่าสะพรึงกลัว ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดปากถามเสียงสั่นๆ ประตูห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยคนรับใช้ที่หน้าตาตื่นตระหนก “นายท่านคะ! มีคนส่งหีบปริศนามาให้คุณผู้หญิง... ข้างในนั้น มีแหวนหมั้นของตระกูลวอน เดอ บรูค ที่หายไปในคืนเกิดเหตุอยู่ในนั้นค่ะ!” ความเย็นวาบแล่นปราดไปทั่วร่าง เอเลน่าหันไปมองคาสเซียนทันที ชายหนุ่มเพียงแค่จ้องมองไปยังหีบนั้นด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง ก่อนจะกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เธอต้องหยุดหายใจ “ดูเหมือนความลับของเราจะยังไม่จบลงง่ายๆ นะคะที่รัก... แต่คราวนี้ ฉันขอเตือนว่าอย่าได้เปิดมันออกมาดูเด็ดขาด ถ้าเธอไม่อยากรู้ว่าฉันรู้อะไรมาตั้งแต่แรก” ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันแห่งความลับมาจนถึงบทนี้กับจูบแรกยามสายัณห์นะคะ
สารจากนักเขียน (จูบแรกยามสายัณห์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พันธะกุหลาบอาบเงาจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%