"หยุดวิ่งเถอะตะวัน ถ้าจะตามผีที่ตายไปแล้ว คุณก็ต้องลงไปนอนใต้รางรถไฟนั่นด้วย"
เสียงแหบพร่าของลุงมาร์คดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมสถานีรถไฟร้างแห่งนี้ทันทีที่เสียงหวูดรถไฟแผดสนั่นเงียบลง ผมหอบหายใจถี่ มือยังคงสั่นเทาขณะจ้องมองไปยังความมืดมิดในร่องรางที่ชายคนนั้นหายตัวไป ไม่มีร่องรอยของคน ไม่มีแม้แต่เงา มีเพียงกลิ่นสนิมเหล็กและไอเย็นที่เกาะกินหัวใจ
"เขา... เขาคือพ่อ" ผมเค้นเสียงออกมาพลางหันไปมองชายชราที่ยืนพิงเสาปูนเก่าคร่ำด้วยท่าทีสงบนิ่งเกินไป
ลุงมาร์คจุดไปป์กลิ่นยาสูบฉุนกึก ควันสีเทาจางๆ ลอยม้วนตัวไปตามแรงลมที่พัดผ่านรอยแยกของผนังอิฐ "คุณเห็นสิ่งที่อยากเห็นเสมอ ตะวัน ในโลกของการเดินทาง คนเรามักจะแบกสัมภาระที่มองไม่เห็นติดตัวมาด้วย และไอ้เจ้า 'สัมภาระ' ชิ้นที่หนักที่สุด ก็คือความทรงจำที่พยายามจะฉุดรั้งเราให้กลับไปหาอดีตที่แก้ไขไม่ได้"
ผมทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ผุพัง หยิบนาฬิกาพกสีเงินที่เคยได้รับจากพ่อมาดูอีกครั้ง มันหยุดเดินไปนานแล้ว เข็มสั้นชี้ที่เลขสิบสอง เข็มยาวชี้ที่เลขหก ราวกับชีวิตของผมที่ถูกหยุดไว้ในคืนที่พ่อเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
"ทำไมเขาต้องยิ้มแบบนั้น" ผมพึมพำกับตัวเอง "ยิ้มที่เหมือนจะบอกว่า เขากำลังรอให้ผมทำลายชีวิตตัวเองทิ้ง เพื่อให้เท่าเทียมกับความพ่ายแพ้ของเขา"
ลุงมาร์คขยับตัวเข้ามาใกล้ ชายชราผู้ผ่านการเดินทางมาทั่วทุกมุมโลกคนนี้ดูเหมือนจะมองทะลุเข้าไปในชั้นผิวหนังของผม เขาไม่ได้ปลอบโยน แต่เขากำลัง 'ผ่าตัด' ความคิดผมด้วยความจริงที่แสนโหดร้าย
"ฟังให้ดีนะตะวัน" ลุงมาร์คคุกเข่าลงตรงหน้าผม สายตาคู่นั้นคมปลาบเหมือนใบมีด "การเดินทางไม่ใช่การหาของที่หายไป แต่มันคือการยอมรับว่าเราเสียอะไรไปบ้าง และที่สำคัญกว่านั้นคือ... คุณต้องยอมรับให้ได้ว่า สิ่งที่เสียไปแล้ว มันไม่มีวันกลับมาอยู่ในแผนที่ชีวิตของคุณได้อีก"
"ผมแค่ต้องการคำตอบ" ผมโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่ร้าวราน "ทำไมเขาต้องทิ้งทุกอย่างไป"
"คำตอบไม่ได้อยู่ที่นี่" ลุงมาร์คชี้มาที่หน้าอกซ้ายของผม "มันอยู่ที่ความกล้าหาญที่จะเดินผ่านสถานีที่เจ็บปวดที่สุดไปให้ได้ คุณอยากรู้ไหมว่าทำไมคนถึงตกหลุมรักการเดินทาง? ไม่ใช่เพราะอยากเห็นโลกที่สวยงามขึ้นหรอก แต่มันคือการหนี... การหนีออกจากตัวเองในเวอร์ชันที่ยังติดค้างอยู่กับอดีต"
บรรยากาศโดยรอบดูเหมือนจะบีบคั้นขึ้น ความเงียบที่ไร้เสียงนกหรือแมลงทำให้เสียงหัวใจของผมเต้นดังชัดเจนจนน่ากลัว ลุงมาร์คหยิบสมุดบันทึกเก่าๆ เล่มหนึ่งของเขาออกมาวางลงบนตักผม
"ในนี้ไม่มีลายแทงขุมทรัพย์หรอกนะตะวัน" เขาพูดเบาๆ "มีแค่รายชื่อคนที่ฉันเคยทิ้งไว้ข้างหลังระหว่างทาง เพราะถ้าฉันไม่ทิ้งพวกเขาไว้ในอดีต ฉันก็คงไม่มีวันนี้ที่ได้นั่งคุยกับคุณ"
ผมกวาดสายตามองหน้ากระดาษที่เต็มไปด้วยตัวอักษรยุกยิก แต่ละชื่อมีวันที่กำกับไว้ บางชื่อถูกขีดฆ่าด้วยปากกาสีแดง ผมเงยหน้ามองชายชราด้วยความสับสน
"คุณกำลังบอกให้ผม... ลืมพ่อเหรอครับ?"
"ฉันบอกให้คุณ 'อนุญาต' ให้ตัวเองเลิกถือนาฬิกาตายๆ เรือนนี้ไว้ในมือได้แล้ว" ลุงมาร์คดึงนาฬิกาพกออกจากมือผมอย่างนุ่มนวลก่อนจะโยนมันลงบนพื้นทรายข้างรางรถไฟ "คุณไม่จำเป็นต้องหาของที่หายไปหรอก ในเมื่อตัวคุณที่สมบูรณ์แบบกว่าเดิม กำลังรอให้คุณไปพบในจุดหมายปลายทางข้างหน้า"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวย่างบนพื้นกรวดดังขึ้นจากมุมมืดของชานชาลา ไม่ใช่เสียงของรถไฟ แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทที่กระทบพื้นอย่างมั่นคง ชายร่างสูงในชุดโค้ทสีเข้มเดินออกมาจากเงามืด เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเราพร้อมกับรอยยิ้มที่คุ้นตาอย่างประหลาด มันไม่ใช่รอยยิ้มบิดเบี้ยวเหมือนชายก่อนหน้านี้ แต่มันคือรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยคำเตือนบางอย่าง
เขายื่นซองจดหมายเก่าๆ สีเหลืองกรอบให้ผม ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ลุงมาร์คเหมือนรู้จักกันมานานแสนนาน "เขายังไม่พร้อมที่จะรู้ความจริงทั้งหมดหรอกมาร์ค แต่อย่างน้อย... ก็น่าจะถึงเวลาที่เขาต้องเลิกวิ่งหนีซะที"
ก่อนที่ผมจะทันได้เอ่ยถามอะไร ชายคนนั้นก็เดินหายไปในความมืดอีกครั้ง ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่กลางสถานีที่ลมพัดแรงจนซองจดหมายในมือสั่นสะท้าน ผมคลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ลายมือที่คุ้นเคยปรากฏอยู่บนนั้น มันไม่ใช่จดหมาย แต่เป็นแผนที่เส้นทางเดินป่าลึกที่ผมเคยสัญญาว่าจะไปกับพ่อเมื่อยี่สิบปีก่อน และที่มุมกระดาษมีข้อความเขียนไว้ด้วยหมึกที่ยังดูใหม่สดว่า...
'มาพบกันที่จุดเริ่มต้นสุดท้าย ถ้ากล้าพอ'
หวังว่าเรื่องราวการเดินทางของผมจะช่วยให้ทุกคนกล้าก้าวออกจากความทรงจำที่ขังตัวเองไว้บ้างนะครับ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับ "แบกเป้ท่องโลก" ครับ
บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่•ตอนที่ 14
คำแนะนำจากคนแปลกหน้า
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกสะพายเป้: ปลายทางที่ไม่ใช่แค่แผนที่ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!