“อย่าบอกนะว่าที่นี่คือ ‘เดอะ กริต’... ตึกพักอาศัยที่คุณอวดอ้างนักหนาว่าดีไซน์มาเพื่อคนมีรสนิยมเท่านั้น?”
เสียงของพาพินดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินชั้นล่าง กลิ่นสีทาไม้และกลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ลอยมาปะทะจมูก เธอยืนกอดอกแน่น แผ่นหลังบางพิงกับประตูไม้โอ๊กบานหนาที่เพิ่งไขกุญแจเปิดเข้าไปได้เพียงครึ่งเดียว
คีรินไม่ได้หันมามองในทันที เขากำลังสาละวนอยู่กับการจัดวางโมเดลอาคารจำลองบนโต๊ะทำงานตัวยาวกลางเวิร์คช็อป มือหนาที่ดูสะอาดสะอ้านขยับชิ้นส่วนเล็กๆ อย่างประณีต ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของหญิงสาวที่เพิ่งย้ายเข้ามาเป็น ‘เพื่อนบ้าน’ อย่างสำรวจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นหรี่ลงด้วยความเบื่อหน่ายที่แสร้งทำขึ้น
“รสนิยมของคนเรามันวัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่การมาตอแยเรื่องที่พักอาศัยครับ คุณพาพิน” คีรินตอบเสียงเรียบ แต่ทว่าในความเรียบนั้นมีกระแสของความกดดันแฝงอยู่ “ผมไม่คิดว่าความบังเอิญที่ไม่มีอยู่จริงแบบนี้จะเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์สำหรับเราทั้งคู่ โดยเฉพาะถ้าคุณยังขยันทำตัวให้ผมต้องปวดหัวในทุกๆ ตารางนิ้วที่ผมเหยียบย่างเข้าไป”
“นั่นคือประโยคต้อนรับเพื่อนบ้านใหม่หรือประโยคไล่คนไข้ครับคุณสถาปนิก?” พาพินก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาเขา ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของกันและกัน เธอเงยหน้าท้าทาย “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่ใกล้คุณหรอกนะ แต่ถ้าจะให้ฉันย้ายออกเพราะแค่ไม่อยากเห็นหน้าคนปากร้ายอย่างคุณ... ฝันไปเถอะค่ะ”
คีรินขยับยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับทำเอาหัวใจคนมองสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ จากตัวเขาโอบล้อมเธอไว้จนพาพินต้องกั้นหายใจ
“ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งนะครับ เพราะจากนี้ไปเราต้องใช้พื้นที่เวิร์คช็อปข้างล่างนี่ร่วมกัน... ทุกขั้นตอนการทำงาน ทุกงานดีไซน์ที่ต้องแข่งกัน และทุกวินาทีที่หายใจ” เขาเว้นจังหวะ สายตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ “และถ้าผมเห็นคุณทำพลาดแค่จุดเดียว อย่าหวังว่าผมจะใจดีเหมือนที่คนอื่นเขาทำกับคุณ”
“โอ้... พ่อพระเอกผู้สมบูรณ์แบบ” พาพินแค่นหัวเราะ ปัดมือเขาออกเบาๆ แล้วเดินไปหยิบพิมพ์เขียวของตัวเองขึ้นมาวางบนโต๊ะฝั่งตรงข้าม “งั้นเรามาเริ่มกันเลยไหมล่ะ? ฉันอยากเห็นเหลือเกินว่า ‘ฝีมือ’ ระดับคุณ จะสู้คนปากร้ายอย่างคุณได้แค่ไหน”
ตลอดหลายชั่วโมงต่อมา บรรยากาศในเวิร์คช็อปเต็มไปด้วยเสียงขีดเขียน เสียงกระดาษ และเสียงถอนหายใจที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด คีรินคอยชำเลืองมองพาพินเป็นระยะ เขาเห็นความตั้งใจจริงภายใต้ท่าทีอวดดีนั่น เธอไม่เคยขอยอมแพ้ ไม่ว่าโปรเจกต์จะซับซ้อนแค่ไหน เธอก็พร้อมจะแก้ใหม่จนกว่าจะสมบูรณ์แบบ มันเป็นความดื้อรั้นที่... น่าหงุดหงิด แต่ในขณะเดียวกันก็ตรึงสายตาเขาไว้อย่างประหลาด
จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบ
“คุณคีรินครับ! ผมเอาของที่สั่งไว้มาส่งให้แล้วครับ แล้วก็... อ้าว คุณพาพิน? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะครับเนี่ย?”
ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกว้าง ในมือถือถุงอุปกรณ์เขียนแบบรุ่นพิเศษที่คีรินสั่งไว้ แต่เมื่อเห็นพาพินยืนอยู่ข้างๆ คีริน สายตาของเขาก็เปลี่ยนไปทันที ธันวาเดินเข้าไปใกล้พาพินอย่างถือวิสาสะ มือหนาวางลงบนไหล่หญิงสาวด้วยความสนิทสนม “บังเอิญจังนะครับที่ได้เจอที่นี่ ผมกะว่าจะชวนคุณไปทานมื้อเย็นพอดีเลยครับ พอดีตึกนี้มีร้านที่ผมรู้จักเปิดใหม่ชั้นดาดฟ้า คุณคีรินคงไม่ว่าอะไรนะครับถ้าผมจะยืมตัวเธอสักพัก”
คีรินชะงักมือที่กำลังถือคัตเตอร์ เขาค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘กึก’ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเฉยเมยบัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง เขาเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปหาทั้งคู่ช้าๆ จังหวะการก้าวของเขามั่นคงและหนักแน่นจนน่าใจหาย
พาพินขยับตัวออกห่างจากธันวาด้วยความอึดอัดเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะได้ปฏิเสธ มือหนาของคีรินก็คว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันท่วงที
“ขอโทษทีนะธันวา” คีรินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนคนฟังต้องขนลุก เขากระตุกข้อมือพาพินให้เซเข้าไปแนบกับแผ่นอกกว้างของเขาอย่างแรง “แต่คืนนี้พาพินมีงานด่วนที่ต้องเคลียร์กับผม... และผมคิดว่าธุระส่วนตัวของคุณ คงไม่สำคัญเท่ากับมาตรฐานงานที่ตึกนี้ต้องรักษาไว้หรอก ใช่ไหมครับ?”
คีรินก้มลงกระซิบข้างหูพาพินที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาทำเอาหญิงสาวใจเต้นรัวอย่างควบคุมไม่ได้
“อยู่กับผม... หรือจะไปกับมัน คุณเลือกเอา”
ในขณะที่ธันวายืนอึ้งกับท่าทีคุกคามของคีรินนั้น จู่ๆ ประตูทางเข้าเวิร์คช็อปก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงพร้อมกับร่างของใครบางคนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะมาปรากฏตัวในเวลานี้
“คีริน! ใครบอกว่าให้คุณพา ‘คนนอก’ เข้ามาในพื้นที่หวงห้ามของตึกนี้ได้!”
น้ำเสียงกร้าวของหญิงสาววัยกลางคนที่ดูสง่างามแต่เต็มไปด้วยความดุร้ายดังขึ้นท่ามกลางความตึงเครียด ทั้งคีริน พาพิน และธันวา ต่างหันไปมองเป็นตาเดียว และในวินาทีนั้น คีรินก็รู้ทันทีว่าความวุ่นวายที่แท้จริงได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับสเปซโอเดสซีย์ในบทที่เข้มข้นนี้ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้านะครับ หวังว่าจะถูกใจทุกคนนะครับ
ขอร้องล่ะครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น•ตอนที่ 2
ความบังเอิญที่ไม่มีอยู่จริง
ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอร้องล่ะครับ อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
