เสียงคลิกเมาส์รัวเร็วในความเงียบสงัดของออฟฟิศยามวิกาลดังราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่หายนะ นาฬิกาบนผนังบอกเวลาตีสองสิบห้านาที แสงไฟสีส้มจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดส่องกระทบใบหน้าเคร่งเครียดของรินรดา ดวงตากลมโตที่ผ่านการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มานานกว่าสิบห ชั่วโมงเริ่มแดงก่ำ เธอกดเซฟไฟล์งานครั้งที่ร้อยของคืนด้วยความหงุดหงิดระคนเหนื่อยล้า เมื่อไคลเอนต์ตัวแสบอย่างกวินส่งอีเมลแก้บรีฟมาเป็นรอบที่สาม ทั้งที่ตกลงกันเสร็จสรรพไปตั้งแต่หัวค่ำว่านี่คือเวอร์ชันสุดท้าย
"ประสาทหรือไงวะ ส่งมาแก้ตอนตีสองเนี่ยนะ" รินรดาสบถเบาๆ พลางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดแรง มือเรียวขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงไม่เหลือเค้าโครงสาวมั่นประจำแผนกกราฟิก
"ถ้าสมองคุณยังประมวลผลคำว่า 'เดดไลน์' ไม่ได้ พรุ่งนี้ผมคงต้องแนะนำให้บริษัทไปจ้างเด็กอนุบาลมาทำแทนคุณแล้วล่ะครับ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอารินรดาเกือบสะดุ้งตกเก้าอี้ เธอนหันขวับไปมอง ก็พบธันวาอาร์ตไดเรกเตอร์หนุ่มผู้เนี๊ยบทุกกระเบียดนิ้ว กำลังยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องทำงานของเธอ เสื้อเชิ้ตสีขาวที่เคยรีดเรียบยามเช้า บัดนี้ปลดกระดุมเม็ดบนออกสองเม็ด แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนยามที่เขาขยับตัว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังมองหน้าจอของเธอสลับกับใบหน้าเหนื่อยอ่อนของเธอ
"คุณธันวา! ยังไม่กลับบ้านอีกหรือไงคะ... อ้อ ลืมไป คุณมันพวกบ้างานเข้าเส้นเลือดนี่นา" รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย แม้แรงกายจะเหลือไม่ถึงครึ่ง แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
ธันวาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟดำเข้มข้นลอยมาแตะจมูก เขาโน้มตัวลงใช้มือข้างหนึ่งค้ำโต๊ะทำงานของเธอเพื่อมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอในตอนนี้แทบจะหายใจรดกัน รินรดากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้กันแน่
"ปากเก่งจังนะครับ งานกองเป็นภูเขาไฟฟูจิอยู่ตรงหน้า ยังมีแก่จิตแก่ใจมาประชดผมอีกเหรอ" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองเธอนั้นกลับมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ "ที่ผมยังไม่กลับ เพราะผมรู้ว่าคุณต้องมานั่งแก้บรีฟงี่เง่าของไอ้กวินคนเดียว แล้วก็คงนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งคาโต๊ะทำงานเหมือนปีที่แล้ว"
"ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นนะ!" รินรดาเถียงกลับทันควัน ขยับตัวหนีวงแขนของเขาที่กักเธอไว้กลายๆ "แล้วก็เลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สองสักที ฉันโตแล้ว รับผิดชอบตัวเองได้"
"โตแล้วแต่หน้าซีดเป็นไก่ต้มเนี่ยนะ" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคออย่างหมั่นไส้ ก่อนจะผละออกไปหยิบแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาเอง แล้วเดินกลับมาวางกระแทกลงตรงหน้าเธอ "กินซะ ก่อนที่จะเป็นลมล้มพับคาคอมพิวเตอร์ แล้วผมต้องแบกคุณไปโรงพยาบาลตอนตีสาม"
รินรดาก้มมองแก้วกาแฟในมือ มันคือโกโก้ร้อนผสมนมสดสูตรลดหวาน ซึ่งเป็นร้านโปรดที่อยู่ห่างจากออฟฟิศไปสามซอย และที่สำคัญ... เธอเคยบ่นให้เขาฟังแค่ครั้งเดียวเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าชอบกินเจ้านี้เวลาเครียดๆ
"คุณ... ซื้อมาให้ฉันเหรอ?" เธอมองหน้าเขาอย่างไม่แน่ใจ
"เปล่า ผมซื้อมาเผื่อตัวเอง แต่กินไม่หมด เผอิญเห็นคุณหน้าตาใกล้ตายเลยกะจะทำบุญทานคน" ธันวาตอบเสียงห้วน หลบสายตาไปมองทางอื่น ใบหูของเขาขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัดในความสลัวของห้อง
รินรดาแอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางปากไม่ตรงกับใจของคนตรงหน้า สายตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด เธอหยิบแก้วขึ้นมาจิบ ความอุ่นซ่านแล่นพล่านไปทั่วอก บรรยากาศรอบตัวที่เคยตึงเครียดกลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
"ขอบคุณค่ะ... ปากเสียแบบนี้ แต่ใจดีเหมือนกันนะเนี่ย อาร์ตไดเรกเตอร์" เธอกระเซ้าเสียงใส
"หุบปากแล้วทำงานให้เสร็จเถอะครับ คุณดีไซน์เนอร์ตัวแสบ ถ้าพรุ่งนี้งานไม่ผ่าน ผมจะหักเงินเดือนคุณจริงๆ ด้วย" ธันวาขู่เสียงเข้ม แต่กลับดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ เธออย่างไร้ร่องรอยของความอยากกลับบ้าน
คืนวันศุกร์ที่ออฟฟิศมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากโต๊ะทำงานของคนสองคน และเสียงคีย์บอร์ดที่ดังประสานกันไปจนฟ้าสว่าง รินรดาแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่นั่งกอดอกหลับตาพิงเก้าอี้รอเธอตรวจไฟล์งานครั้งสุดท้าย ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางความเหนื่อยล้า
แต่ทว่า ในจังหวะที่รินรดากำลังจะหันไปเอ่ยปากบอกเขาว่างานเสร็จแล้ว เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็กระแทกดังขึ้นขัดจังหวะ ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงของกวินก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากและเอกสารในมือ
"ยังไม่กลับกันอีกเหรอครับ ขยันกันจังนะ... หรือว่าแอบทำอะไรกันสองต่อสองในออฟฟิศมืดๆ แบบนี้?" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท
ธันวาลืมตาขึ้นทันที แววตาคมกราบเปลี่ยนเป็นความดุดันดั่งพยัคฆ์ร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของรินรดาไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมอินไปกับความสัมพันธ์ซึนๆ ของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ - เมทริกซ์ซีโร่
เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์สุดแสบ•ตอนที่ 5
คืนวันศุกร์ที่ไม่มีใครกลับก่อน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์สุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!