แรงกดดันจากสายตาของกวินที่กวาดมองเข้ามาในห้องประชุมเล็กราวกับจะคว้านเอาคำตอบออกไปจากอก ทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าแผ่นหลังกว้างของธันวาที่ยืนตระหง่านบังร่างของเธอไว้มิดชิด กลับสร้างความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด รินรดากัดริมฝีปากแน่น มือเรียวที่กำเมาส์ในตอนแรกคลายออกช้าๆ ก่อนจะยืดตัวขึ้นยืนเคียงข้างชายหนุ่มอย่างไม่คิดจะหลบสายตาใครอีกต่อไป
"ถ้าหมดธุระแล้ว เชิญครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้อารมณ์ แต่แฝงไว้ด้วยกระแสอำนาจที่กดดันให้อีกฝ่ายต้องชะงัก
กวินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองคนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย "หวังว่าโปรเจกต์นี้จะรอดมือคุณไปได้จนถึงวันพรีเซนต์นะครับ ธันวา... ระวังว่าลูกน้องที่คุณอุตส่าห์เอาตัวเข้าแลกปกป้อง จะทำพังคามือเอาเสียก่อน"
พูดจบ เจ้าของร่างสูงในสูทแบรนด์เนมก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้อง พร้อมกับแรงกระแทกจากบานประตูที่ปิดลงเบาๆ แต่สะท้อนความตึงเครียดในอากาศได้อย่างชัดเจน
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ รินรดาลอบผ่อนลมหายใจยาวเหยียด เธอยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากลวกๆ ก่อนจะหันไปมองหัวหน้างานจอมซึนที่ยังคงยืนนิ่งสนิท "ขอบคุณค่ะ... เอ๊ย ขอบคุณครับ" เธอกล่าวแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้ากับสถานการณ์
ธันวาหันขวับมามอง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าเรียบตึงกลับมาเป็นปกติ แต่นัยน์ตาคู่คมยังคงมีความระอุหลงเหลืออยู่ "หัดหุบปากแล้วถอยหลังเสียบ้าง ไม่ใช่ทำตัวเป็นเป้านิ่งให้มันมาหาเรื่อง... ถ้าผมเข้ามาไม่ทัน คุณคงโดนมันกดจนจมดินไปแล้ว"
"ฉัน... ผมก็แค่จะตอกหน้าเขากลับตามสไตล์ฟรีแลนซ์สายสู้คน ไม่ได้ขอให้คุณมาเป็นฮีโร่ขี่ม้าขาวสักหน่อย" รินรดาลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ แม้ในใจจะเต้นรำด้วยจังหวะแปลกๆ จากความใกล้ชิดเมื่อครู่ก็ตาม
"ปากเก่ง" ธันวาพ่นลมหายใจออกทางจมูก ดวงตาคมกวาดมองสภาพโต๊ะทำงานที่รกเรื้อไปด้วยกระดาษสเกตช์ภาพและแก้วกาแฟพลาสติกที่วางกองระเกะระกะ "สภาพโต๊ะเหมือนสนามรบ กาแฟหมดแก้วตั้งแต่เช้า คุณจะเอาสมองส่วนไหนมาคิดงานส่งพรุ่งนี้เช้า รินรดา"
ชายหนุ่มพูดจบก็เดินจ้วงอ้าวออกไปจากห้องทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้อ้าปากเถียงกลับสักคำ รินรดากะพริบตาปริบๆ มองตามแผ่นหลังนั้นด้วยความงุนงง เธอขมวดคิ้วมุ่นกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขาที่แปรปรวนยิ่งกว่าสภาพอากาศในเดือนเมษายน
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง รินรดาที่กำลังง้อมือวาดเส้นเวกเตอร์บนหน้าจอแท็บเล็ตเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
ธันวากลับเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟกระดาษสีน้ำตาลเข้มในมือ ร่างสูงเดินตรงเข้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเธอ วางแก้วลงเสียงดัง "ปุ" ลงบนพื้นที่ว่างข้างกองกระดาษ โดยไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปแม้แต่คำเดียว
รินรดาก้มลงมองแก้วกาแฟนั้น ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นโลโก้ร้านโปรด—ร้านกาแฟคาเฟ่ลับใต้ตึกที่เธอต้องเดินไปต่อคิวซื้อเองทุกเช้า และที่สำคัญ... เมนูนี้คือ "มอคค่าเย็นหวานน้อยไม่ใส่ไซรัปวิปครีม" ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะตัวที่แทบไม่มีใครในออฟฟิศรู้เลยนอกจากเธอ
"นี่คือ...?" เธอยกนิ้วเรียวแตะที่ข้างแก้ว ความเย็นยังคงส่งผ่านมาถึงปลายนิ้ว แสดงว่าเพิ่งซื้อมาสดๆ ร้อนๆ
"กาแฟครับ ตาไม่ถึงหรือไง" ธันวาตอบเสียงห้วน ใบหน้าคมคายเบือนหนีไปมองทางอื่น ใบหูของชายหนุ่มขึ้นสีแดงเรื่อจางๆ โดยที่เจ้าตัวพยายามทำเป็นตีหน้าขรึมกลบเกลื่อน "เห็นนั่งหน้าดำคร่ำเครียดจนสมองจะตีบตัน กลัวว่างานจะออกมาห่วยแล้วพาลทำให้ทีมพังไปด้วย ผมแค่ไม่อยากโดนผู้บริหารระดับสูงเรียกไปเฉ่งเพราะงานคุณมีปัญหาหรอกนะ"
รินรดาลอบยิ้มมุมปาก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ คนปากร้ายใจดีคนนี้มักจะมีวิธีซัพพอร์ตคนอื่นด้วยถ้อยคำชวนโมโหเสมอ แต่การกระทำกลับสวนทางกันลิบลับ
"ปากแข็งจังนะคะ... เอ๊ย ปากแข็งจังนะครับ" เธอจงใจลากเสียงยาวหยอกเย้า ดวงตาพราวระยับมองสำรวจอาการกึ่งกระอักกระอ่วนของคนตรงหน้า "ถ้าไม่อยากให้ฉันทำงานพัง แล้วทำไมต้องลงทุนเดินไปซื้อร้านโปรดฉันให้ด้วยล่ะคะ บอส"
ธันวาหันขวับกลับมามอง ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหมั่นไส้ "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนัก รินรดา... ผมแค่บังเอิญเดินไปซื้อของผมแล้วมันเหลือบไปเห็นว่าร้านนี้คนไม่เยอะ เลยซื้อติดมือมาเผื่อก็แค่นั้น อย่าสำคัญตัวผิดว่าผมใส่ใจคุณเลย"
"อ๋อ... บังเอิญจริงๆ สินะคะ" รินรดาแกล้งทำเป็นพยักหน้ารับรู้ลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท เธอยื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาสูดกลิ่นหอมกรุ่นของโกโก้ผสมกาแฟคั่วเข้ม รอยยิ้มหวานหยดปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "งั้นก็... ขอบคุณสำหรับกาแฟ 'บังเอิญ' แก้วนี้นะคะ บอส"
ธันวาจ้องมองรอยยิ้มนั้นด้วยแววตาที่ไหววับชั่วขณะ หัวใจของอาร์ตไดเรกเตอร์หนุ่มผู้เนี๊ยบและไร้ช่องโหว่เต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นประกายความซุกซนในดวงตากลมโตคู่นั้น เขาเกือบจะอ้าปากเอ่ยคำพูดบางอย่างออกไปเพื่อแก้เก้อ แต่เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสทำงานรัดรูปก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มกว้าง พร้อมกับแท็บเล็ตในมือ
"พี่ธันคะ โปรเจกต์รีแบรนด์ที่ประชุมกันเมื่อเช้า... ทางลูกค้ายกเลิกดีลกับทีมเก่าแล้ว และต้องการให้ทีมเราเข้าพบด่วนที่สุดเย็นนี้ค่ะ!"
ธันวาชะงัก สีหน้าเคร่งขรึมลงทันทีในเสี้ยววินาที รินรดาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณนักออกแบบเตือนภัยขึ้นมาทันทีว่างานนี้ต้องมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่
ชายหนุ่มหันกลับมามองรินรดา แววตาดุดันคู่นั้นฉายประกายคมกริบราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมตะครุบเหยื่อ "เตรียมไฟล์งานทั้งหมดของคุณให้พร้อม... เราต้องไปเจอกับลูกค้ารายนี้เดี๋ยวนี้"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนผลงานของเมทริกซ์ซีโร่ด้วยนะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์สุดแสบ•ตอนที่ 6
กาแฟแก้วนั้นเปลี่ยนใจ
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์สุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!