“พี่ธันวา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ คู่แข่งของเรา...”
เสียงตะโกนของเด็กฝึกงานในทีมยังไม่ทันขาดคำ ประตูกระจกห้องประชุมใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงที่มากเกินความจำเป็น รินรดายืนค้างอยู่ตรงกรอบประตู มือข้างหนึ่งยังจับลูกบิดค้างไว้ ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการป้องกันตัว เมื่อเธอพบว่าสายตาทุกคู่ในห้องประชุมกำลังพุ่งเป้ามาที่เธอ—โดยเฉพาะสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนของธันวา อาร์ตไดเรกเตอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาเชือดเฉือน
ธันวาลดแท็บเล็ตในมือลงอย่างช้าๆ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักเรียบตึงเป็นนิติจนเดาอารมณ์ไม่ได้ บัดนี้ปรากฏรอยย่นจางๆ ระหว่างคิ้ว ดวงตาคมกวาดมองร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์سไชส์กับกางเกงสแลคเข้ารูปของรินรดาตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกเบาๆ เป็นเชิงระอา
“ถ้าเรื่องใหญ่ของเธอคือการเดินมาทำลายสมาธิคนอื่นอย่างไร้มารยาทล่ะก็ ผมว่าเธอกลับไปนั่งหายใจเข้าออกเงียบๆ ที่โต๊ะทำงานน่าจะสร้างประโยชน์ให้โปรเจกต์นี้มากกว่านะครับ คุณรินรดา”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงความเยียบเย็นถูกส่งตรงมาแบบไม่ไว้หน้า รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกต่อต้านพุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนร้อนผ่าวที่ปลายใบหู เธอไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาท แต่สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขوَานข้างนอกมันบีบคั้นเกินกว่าจะมานั่งเคาะประตูกระิตมมารยาทงามอะไรตอนนี้
“ถ้าฉันไม่รีบเข้ามาแจ้ง ฉันเกรงว่างานที่พี่นั่งตรวจแก้จนตาแตกเนี่ย มันจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่าไปก่อนที่พี่จะได้เซ็นอนุมัติซะก่อนน่ะสิคะ” รินรดาตอกกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่คมกริบไม่แพ้กัน เธอก้าวฉับๆ เข้ามาในห้องโดยไม่รออนุญาต วางเอกสารปึกหนаลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าธันวาเสียงดัง *ปึก!* จนคนรอบข้างสะดุ้ง
ธันวาปรายตามองเอกสารแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก
“ดี ปากเก่งใช้ได้... แต่หวังว่าฝีมือการออกแบบกราฟิกจะคมคายเท่าคำพูดของเธอนะครับ เพราะนับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ถ้างานชิ้นไหนผ่านมือผมแล้วยังมีข้อผิดพลาดแบบเด็กอนุบาลทำ ผมจะถือว่าเธอจงใจก่อวินาศกรรมบริษัท”
สิ้นคำพูดนั้น ธันวาก็ดีдตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวของเขาทำให้รินรดาต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่ทิฐิที่มีมากกว่าทำให้เธอยืดอกเชิดหน้าสู้ สายตากวาดมองรอบห้องประชุมก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับเขาตรงๆ
“เชิญออกกฎมาได้เลยค่ะ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า ‘กฎเหล็ก’ ของคนปากดีอย่างพี่ จะศักดิ์สิทธิ์สักแค่ไหน”
ธันวาก้าวเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกาแฟคั่วบดลอยแตะจมูก รินรดารู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่จนน่าอึดอัด แต่เธอปฏิเสธที่จะหลบตา เขาโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงต่ำพร่าที่ได้ยินกันแค่สองคน
“กฎข้อที่หนึ่ง... ห้ามเถียงผมเวลาผมพูด กฎข้อที่สอง... ห้ามตั้งคำถามกับคำสั่งของผม และกฎข้อที่สาม... ทำตามทุกอย่างที่ผมบอกโดยไม่มีเงื่อนไข จำไว้ให้ขึ้นใจล่ะ รินรดา”
รินรดากัดฟันกรอด ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนมือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ กฎบ้าอะไรกันนี่มันเผด็จการชัดๆ! แต่ก่อนที่เธอจะได้พ่นคำด่าทอใส่หน้าคนหลงตัวเองสักชุดใหญ่ เสียงเคาะประตูก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*ก๊อกๆ*
ประตูกระจกเปิดผางออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างคุ้นตาที่ทำให้บรรยากาศในห้องประชุมดิ่งวูบลงไปถึงขีดสุด กวิน คู่แข่งทางธุรกิจและอดีตเพื่อนร่วมงานมือฉกาจ ยืนยิ้มระรื่นอยู่ตรงนั้น ในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ใครเห็นก็รู้ว่าเป็นของโปรเจกต์ชิ้นเอกที่พวกเขากำลังแย่งชิงกันอยู่
“อุ๊ย... ดูเหมือนผมจะเข้ามาขัดจังหวะเวลาสวีท เอ๊ย เวลาทำงานสำคัญของพวกคุณสินะครับ พอดีผมเอา ‘ข่าวดี’ มาฝากธันวาน่ะ...” กวินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท สายตาเจ้าเล่ห์กวาดมองระหว่างธันวาที่ยืนประชิดตัวรินรดาอยู่กับตัวหญิงสาว
ธันวาผละออกจากรินรดาอย่างช้าๆ ใบหน้าคมเข้มกลับมาเรียบสนิทอย่างไร้ความรู้สึกอีกครั้ง ดวงตาคู่นคมองกวินด้วยความเย็นชา ขณะที่รินรดาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ หัวใจเต้นรัวด้วยความสังหรณ์ใจบางอย่างที่ไม่สู้ดีนัก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมานะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์สุดแสบ•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนปากดี
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายกับยัยกราฟิกดีไซน์เนอร์สุดแสบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!