"หากพวกคุณคิดว่าอำนาจการเงินคือกฎเกณฑ์ของโลกใบนี้ ผมก็แค่คนทำอาวุธที่บังเอิญทำลายกฎนั้นทิ้งไปเสียเฉยๆ ครับ"
ศิลาไม่ได้ตะโกน ไม่ได้วางท่าโอ้อวด แต่ถ้อยคำที่ราบเรียบของเขากลับก้องกังวานไปทั่วโถงประมูลศูนย์กลางของทวีปเอเธน่า เสียงเคาะค้อนลงบนทั่งตีเหล็กเบาๆ ที่เขาสร้างขึ้นเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวดังสะท้อนผ่านหน้าต่างระบบที่ถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ผู้เล่นนับล้านในเกม VRMMO ต่างหยุดชะงัก สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังชายหนุ่มในชุดช่างตีเหล็กสีมอซอที่ยืนอยู่ท่ามกลางกองสมบัติและไอเทมระดับตำนานที่เขาเพิ่งสร้างขึ้น
จอมทัพที่นั่งอยู่ในโซนวีไอพีชั้นบนสุดกำหมัดแน่นจนเสียงข้อกระดูกลั่นเปรี๊ยะ แผนการที่เขาเตรียมมาเพื่อปั่นราคาตลาดและบีบให้ศิลาต้องคายลิขสิทธิ์การผลิตอาวุธ ‘เซตเทพเจ้านรก’ พังไม่เป็นท่า เมื่อศิลาเลือกที่จะใช้วิธีที่ไม่มีใครคาดคิด นั่นคือการ 'แจกจ่าย' ไอเทมระดับสูงในราคาที่ต่ำจนน่าใจหายให้กับผู้เล่นระดับล่าง
"ศิลา... นายคิดจะทำลายระบบเศรษฐกิจหรือไง!" จอมทัพกัดฟันกรอด น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ศิลาเหลือบสายตาขึ้นมองชายผู้ที่เคยถือดีว่าเป็นเจ้าพ่อตลาดมืด เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างใจเย็น นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนหน้าจอโฮโลแกรม ปลดล็อกไอเทมระดับ SS อีกสามชิ้นที่ยังไม่มีใครเคยเห็น
"จอมทัพครับ เศรษฐกิจที่เติบโตบนความเหลื่อมล้ำและหยาดเหงื่อของผู้อื่น ไม่ใช่สิ่งที่ผมเรียกว่าการค้า แต่มันคือการปล้นต่างหาก และในวันนี้ ในฐานะคนตีเหล็ก ผมขอเป็นคนกำจัด 'สนิม' ที่เกาะกินตลาดนี้ออกไปเอง"
คำพูดนั้นไม่ได้เป็นเพียงประโยคบอกเล่า แต่มันคือการประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ เรนะที่ยืนอยู่ข้างๆ ส่งสัญญาณมือเบาๆ ไปยังทีมจัดการข้อมูลของเธอ ตัวเลขในตลาดประมูลพุ่งทะยานขึ้นจนกราฟสีเขียวกลายเป็นเส้นตรงดิ่งขึ้นฟ้า ทรัพย์สินสุทธิของศิลากลายเป็นตัวเลขที่ระบบไม่สามารถประเมินค่าได้อีกต่อไป เขาไม่ได้เป็นแค่เศรษฐีอันดับหนึ่ง แต่เขาคือ 'เจ้าของ' ตลาดนี้โดยสมบูรณ์
บรรยากาศในโถงประมูลเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ผู้เล่นทั่วทุกมุมโลกต่างตกตะลึงกับความมั่งคั่งที่ศิลาแสดงออกมา ไม่ใช่แค่ทองคำหรือไอเทมหายาก แต่คือ 'อิทธิพล' ที่ศิลาถือครองอยู่ในมือ บัดนี้ไม่มีกิลด์ไหนกล้าขยับตัว หรือแม้แต่จะหายใจแรงต่อหน้าช่างตีเหล็กผู้เงียบขรึมคนนี้
"คุณเรนะ" ศิลาเรียกเสียงเรียบ "จัดการปิดประมูลได้แล้วครับ ผมว่าเรามีธุระต้องไปจัดการที่ 'เตาหลอมนิรันดร์' กันต่อ"
เรนะพยักหน้า เธอรู้ดีว่าคำว่า 'เตาหลอมนิรันดร์' หมายถึงความลับที่ใหญ่ที่สุดของเขา ที่ตั้งของอาวุธชิ้นสุดท้ายที่ศิลาเก็บงำไว้ตลอดห้าปีของการผจญภัย ทั้งคู่ก้าวเดินออกจากโถงประมูล ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความยินดีจากเหล่าผู้เล่นที่ศิลาเพิ่งช่วยเหลือไว้
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวพ้นประตูเมือง แสงสีแดงเข้มก็วาบขึ้นที่เบื้องหน้า พลังงานมหาศาลบีบอัดจนอากาศรอบข้างหนาแน่นเหมือนตะกั่ว ร่างของชายในชุดเกราะทมิฬที่ไม่มีใครรู้จักปรากฏตัวขึ้นขวางทางเดินเอาไว้
ศิลาหยุดชะงัก สายตาที่เคยสงบนิ่งเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบดาบที่เพิ่งชุบเสร็จ เขารู้จักพลังนี้ดี พลังที่ไม่ได้มาจากไอเทม แต่มาจาก 'ตัวตน' ที่ถูกลบหายไปจากบันทึกของเกมตั้งแต่ยุคเริ่มต้น
"ศิลา... นายลืมฉันไปแล้วหรือไง" ชายปริศนาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นคุ้นหูจนศิลาต้องกำหมัดแน่น "อาวุธที่นายตีขึ้นมาทั้งหมดน่ะ... มันไม่มีค่าอะไรเลย ถ้าเทียบกับ 'ชิ้นส่วน' ที่อยู่ในมือฉันตอนนี้"
ชายคนนั้นหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋ามิติ มันคือเศษเหล็กสีดำสนิทที่แผ่ไอสังหารออกมาจนแม้แต่ระบบเกมยังส่งเสียงเตือนถึงความอันตรายในระดับวิกฤต ศิลาหน้าถอดสี นี่ไม่ใช่แค่ผู้เล่น แต่คือเงาอดีตที่เขาพยายามหนีมาตลอดทั้งชีวิต!
ด้วยความเคารพจากใจ ค้อนตีเหล็กสะท้านเกมครับ
ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 38
ตำนานที่ยังมีชีวิต
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!