“คุณจะหยุดจริงๆ หรือศิลา? เงินในบัญชีของคุณตอนนี้มันมากกว่ามูลค่ารวมของกิลด์ระดับกลางบางกิลด์ในเกมเสียอีกนะ”
เสียงของเรนะผ่านอุปกรณ์สื่อสารไม่ได้ฟังดูออดอ้อนเหมือนทุกครั้ง แต่มันแฝงไปด้วยความสั่นเครือที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นตามแบบฉบับนักบริหาร เธอนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหรา มองดูหน้าจอแสดงผลกำไรมหาศาลจากการประมูลไอเทม ‘ดาบไร้คมเทพี’ ที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน
ศิลาในชุดลำลองธรรมดาไม่ได้ตอบในทันที เขาเอนหลังพิงเก้าอี้หนังในห้องทำงานส่วนตัว มองออกไปนอกหน้าต่างอพาร์ตเมนต์ราคาแพงระยับที่เขาสามารถซื้อด้วยเงินสดได้โดยไม่ต้องกระพริบตา แสงไฟจากเมืองหลวงที่พาดผ่านตึกระฟ้าดูไม่ต่างอะไรกับ ‘พิกเซล’ ที่เขาเคยตั้งใจรังสรรค์มันขึ้นมาในโลกเสมือน เขาหมุนแหวนเงินบนนิ้วนางเล่นอย่างครุ่นคิด
“คนเรามักจะวิ่งตามหาคำว่า ‘ที่สุด’ จนลืมไปว่าปลายทางของความรวย คือการมีอิสระที่จะไม่ต้องทำอะไรเลยต่างหากครับ เรนะ” ศิลาตอบกลับ เสียงของเขาเรียบเรื่อย ทว่าหนักแน่น “ผมตีเหล็กมามากพอแล้ว ทั้งในเกม และในชีวิตจริงที่ต้องดัดนิสัยตัวเองเพื่อให้กลายเป็นคนใหม่ที่โลกยอมรับ ถึงเวลาที่ผมจะวางค้อนลงเสียที”
“จอมทัพยังไม่เลิกรา มันกำลังคลุ้มคลั่งเพราะเสียหน้าไปมากในการประมูลครั้งล่าสุด” เรนะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ลงมา “ถ้าคุณถอนตัวตอนนี้ มันจะมองว่านี่คือโอกาสทองที่จะลากคอคุณออกมาจัดการนอกเกม คุณรู้ดีว่าคนแบบมันไม่สนหรอกว่าโลกในเกมกับโลกความจริงจะแยกจากกันอย่างไร”
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความเกรงกลัวอย่างที่เขาเคยเป็นในอดีต “ให้มันมาเถอะครับ ถ้ามันอยากได้ ‘ความลับ’ ของการตีเหล็กขั้นสุดยอดไปจากผม ก็ต้องดูว่ามันจะกล้าแลกกับอะไรบ้าง”
เขากดปิดการสื่อสารทันที ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยเศษเหล็กและพิมพ์เขียว ตอนนี้มันถูกแทนที่ด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันและความเงียบงัน ศิลาลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เซฟขนาดใหญ่ข้างผนัง มือหนาหยิบเหรียญตรา ‘ช่างตีเหล็กระดับตำนาน’ ที่ทำจากโลหะผสมพิเศษซึ่งเขาหล่อขึ้นเองในเกมออกมาดู มันสะท้อนเงาใบหน้าของชายหนุ่มที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากกว่าใคร
เขาวางเหรียญนั้นลงในเครื่องทำลายเอกสารที่ตั้งอยู่มุมห้อง เสียงเครื่องจักรทำงานครืดคราดราวกับเสียงกัดฟันของสัตว์ร้าย ก่อนที่โลหะระดับตำนานจะกลายเป็นเพียงเศษผงในพริบตา นี่คือสัญลักษณ์แห่งการจบสิ้นวงจรชีวิตที่เคยเป็นกรงขังเขามานาน
ทว่า... เสียงเคาะประตูห้องอย่างแรงดังขัดจังหวะความคิด
*ปัง! ปัง! ปัง!*
ไม่ใช่เสียงเคาะประตูธรรมดา แต่มันคือจังหวะที่เปี่ยมไปด้วยเจตนาคุกคาม ศิลานิ่งไปครู่หนึ่ง เขารู้ดีว่าใครอยู่หลังบานประตูนั้น ระบบรักษาความปลอดภัยของคอนโดหรูระดับนี้ไม่มีทางให้คนนอกเข้ามาถึงหน้าห้องได้ง่ายๆ เว้นเสียแต่ว่าคนคนนั้นจะมี ‘กุญแจ’ หรือ ‘อำนาจ’ ที่มากพอจะสยบทุกอย่าง
“คุณศิลาครับ... ผมจอมทัพ” เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยอำนาจดังลอดเข้ามา “เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ตั้งแต่ที่ผมพยายามจ้างคุณไปตีดาบให้ผมจนคุณปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย วันนี้ผมมาในฐานะคนคุยธุรกิจที่ไม่ได้เน้นเรื่องเกม แต่เน้นเรื่อง... ความเป็นความตาย”
ศิลาเดินไปที่ประตูช้าๆ เขาไม่ได้หยิบอาวุธใดๆ ขึ้นมา เพราะเขารู้ดีว่าในโลกความเป็นจริง ‘อาวุธ’ ที่แท้จริงของเขามิใช่เหล็กกล้า แต่คือสมองและข้อมูลที่เขากุมไว้ในมือทั้งหมด เขาเปิดประตูออกกว้าง เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของจอมทัพในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าของชายตรงหน้ามีรอยแผลเป็นที่ได้จากการต่อสู้จริงในชีวิตภายนอก ไม่ใช่เพียงแค่รอยดาบในโลก VR
“ธุรกิจงั้นหรือครับ?” ศิลาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มที่ทำให้คนมองต้องชะงัก “ผมเพิ่งประกาศเกษียณตัวเองจากตลาดการค้าไปไม่ถึงชั่วโมง คุณก็รีบมาแสดงความยินดีถึงที่นี่เลยหรือครับ จอมทัพ”
จอมทัพไม่ตอบ แต่มองเข้าไปในห้อง สายตาของเขาจับจ้องไปยังเศษผงโลหะที่ร่วงหล่นอยู่ในถังขยะ “คุณทำลายมันเหรอ? ของชิ้นนั้น... คือความฝันของช่างตีเหล็กทุกคน แต่คุณกลับขยี้มันเหมือนเศษกระดาษ”
“มันเป็นแค่ของเล่นที่ช่วยให้ผมรวยขึ้นเท่านั้นครับ” ศิลาตอบพลางก้าวถอยหลังเปิดทางให้คนตรงหน้า “เข้ามาสิครับ ในเมื่อคุณมาถึงที่นี่แล้ว ผมคงต้องต้อนรับคุณในฐานะ... ‘ลูกค้าคนสุดท้าย’ ของผมสักหน่อย”
จอมทัพเดินเข้ามาในห้อง กวาดสายตามองไปทั่วด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “คุณฉลาดมากศิลา คุณรวยจนสามารถซื้ออิสรภาพได้แล้ว แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง... ความมั่งคั่งมักนำมาซึ่งศัตรูที่เงินซื้อไม่ได้”
ศิลาเดินไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาสองใบ วางลงบนโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนา “ถ้าคุณมาเพื่อข่มขู่ ผมเกรงว่าคุณจะมาผิดที่แล้วล่ะครับ เพราะตั้งแต่วินาทีที่ผมก้าวออกจากเกม ผมก็ได้จัดการโอนสิทธิ์ขาดใน ‘พิมพ์เขียวการตีเหล็กเทวะ’ ทั้งหมดให้กับหน่วยงานรัฐเพื่อเป็นสาธารณสมบัติเรียบร้อยแล้ว...”
จอมทัพชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากเรียบเฉยกลายเป็นความตกตะลึง “แกทำอะไรลงไป!”
ศิลายิ้มกว้าง รอยยิ้มที่ดูใสซื่อจนน่าขนลุก “ใช่ครับ ผมทำลายความฝันของทุกคนที่จะครอบครองมันไว้เพียงผู้เดียว และนั่นหมายความว่า... ไม่มีใครได้รับมันไป รวมถึงคุณด้วย จอมทัพ”
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนของจอมทัพก็ดังขึ้นรัวๆ ราวกับเครื่องจักรสังหาร เขาก้มลงอ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองศิลาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาต แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูห้องของศิลาก็ถูกพังเข้ามาจากเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบจำนวนมากที่กรูเข้ามาพร้อมหมายศาล
ศิลานั่งลงบนเก้าอี้พลางจิบไวน์ช้าๆ เขาไม่แม้แต่จะหันไปมองความโกลาหลเบื้องหลัง เพราะเขารู้ดีว่าชื่อของ ‘ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม’ ได้ถูกจารึกไว้ในตำนานบทสุดท้ายด้วยฝีมือของเขาเองอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว
ทว่า... ในวินาทีที่เจ้าหน้าที่กำลังคุมตัวจอมทัพออกไป ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนผู้ติดตามของจอมทัพกลับเดินตรงมาที่ศิลา แล้ววางกระดาษแผ่นเล็กๆ ลงบนโต๊ะก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ศิลาต้องมือสั่นจนไวน์หกเปื้อนสูท
“นายลืมไปอย่างหนึ่งนะศิลา... พิมพ์เขียวที่คุณส่งให้รัฐน่ะ เป็นของปลอมที่ผมเป็นคนร่างขึ้นเองตั้งแต่วันแรกที่แอบเจาะระบบคุณ... ของจริงน่ะ อยู่ที่ผมมานานแล้ว”
ด้วยความเคารพจากใจ ค้อนตีเหล็กสะท้านเกมครับ
ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 39
ชีวิตจริงที่เปลี่ยนแปลง
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!