“อย่าขยับแม้แต่นิ้วเดียวครับคุณศิลา... เพราะถ้าคุณพลาด ผมก็คงต้องทำหน้าที่เป็นพยานในงานศพคุณแทน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบดั่งคมมีดที่จ่ออยู่ที่ลำคอของศิลา ไม่ได้มาจากใครอื่นนอกจาก 'จอมทัพ' ที่บัดนี้มายืนอยู่เบื้องหลังเขาในระยะประชิด ภายในตรอกมืดมิดของย่านการค้าใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมัน
ศิลานิ่งงัน มือขวาของเขายังคงถือแผ่นโลหะ 'ศิลาเพลิงทมิฬ' ที่เพิ่งชิงออกมาได้จากคลังแสงของกิลด์อำนาจมืด ขณะที่มือซ้ายของเขากระชับค้อนตีเหล็กคู่ใจไว้แน่น เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอจนน่าประหลาดใจ แม้ในสถานการณ์ที่หัวใจกำลังเต้นเร็วจนแทบทะลุออกมานอกอก
“จอมทัพ... กิลด์ใหญ่ระดับแนวหน้าอย่างพวกคุณ ตกต่ำถึงขั้นต้องมาดักซุ่มในตรอกขยะแบบนี้เลยหรือครับ” ศิลาเอ่ยเรียบๆ พลางเหลือบมองเงาสะท้อนในกระจกหน้าร้านชำที่แตกละเอียดอยู่เบื้องหน้า เห็นเงาของลูกสมุนจอมทัพอีกกว่าสิบชีวิตที่ปิดล้อมเส้นทางออกไว้หมดสิ้น
“ความรวยมักจะมาพร้อมกับความริษยาครับศิลา” จอมทัพหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเปี่ยมด้วยอำนาจ “ผมไม่ได้อยากฆ่าคุณหรอกนะ แต่ไอเทมที่อยู่ในมือคุณน่ะ... มันควรจะอยู่ในที่ที่มันสร้างมูลค่าได้มากกว่าการไปอยู่ในเตาหลอมของช่างตีเหล็กกระจอกๆ อย่างคุณ ส่งมันมา แล้วผมจะปล่อยให้คุณเดินออกไปจากที่นี่พร้อมกับค่าจ้างที่สูงกว่าที่คุณทำมาทั้งชีวิต”
ศิลาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม
“คุณเข้าใจผิดไปสองเรื่องครับจอมทัพ” ศิลาหมุนตัวกลับอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แต่ไม่ใช่การโจมตี เขาเพียงแค่ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง “เรื่องแรก... ผมไม่ใช่ช่างตีเหล็กกระจอก และเรื่องที่สอง... ผมไม่ได้มาคนเดียว”
ทันใดนั้น ระเบิดควันสีครามก็ทำงานขึ้นจากใต้ฝ่าเท้าของศิลา หมอกหนาทึบที่เคลือบด้วยพิษอัมพาตกระจายตัวออกอย่างรวดเร็ว เสียงร้องโวยวายของสมุนจอมทัพดังระงม ศิลาไม่รอช้า เขาอาศัยความจำแผนที่ที่เขาเคี่ยวกรำมานับพันครั้งในกิลด์นี้ พุ่งตัวหลบเข้าช่องลับที่ซ่อนอยู่หลังกองลังไม้ผุๆ
“จัดการมัน! อย่าให้มันรอดไปได้!” เสียงคำรามของจอมทัพแว่วตามหลังมาด้วยความโกรธจัด
ในความมืดมิดของทางระบายน้ำใต้ดิน ศิลาวิ่งไปข้างหน้าโดยไม่หันกลับมามอง หัวใจเขายังคงเต้นแรง แต่สมองส่วนที่รับผิดชอบเรื่องการคำนวณกำไรและขาดทุนกลับทำงานอย่างเป็นระบบ เขาหยิบแผนที่ฉบับร่างที่เรนะเคยส่งมาให้ทางข้อความลับขึ้นมาดู
*‘ถ้าฉันไปถึงจุดนัดพบที่โกดังท่าเรือได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น กองกำลังของเรนะจะรออยู่ที่นั่น’* เขาคิดในใจพลางปาดเหงื่อที่ไหลเข้าตา
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มจอมทัพดังไล่กวดมาไม่ห่าง พวกเขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ยิ่งศิลาแสดงฝีมือให้เห็นว่าเขาสามารถสั่นคลอนตลาดไอเทมได้ จอมทัพก็ยิ่งต้องการหัวของเขามากขึ้นเป็นทวีคูณ ศิลาตัดสินใจหยุดวิ่ง เขาควักเอา 'ผงเหล็กไหล' ออกมาจากกระเป๋ามิติ แล้วโรยมันลงบนพื้นทางเดินที่ทำจากหินเปียกชื้น ก่อนจะใช้ค้อนตีเหล็กกระแทกที่พื้นหนึ่งครั้งจนเกิดประกายไฟรุนแรง
การระเบิดของผงเหล็กไหลไม่ได้สร้างความเสียหายรุนแรง แต่มันทำให้พื้นหินที่เปียกชื้นเกิดการลื่นไถลอย่างมหาศาลและบดบังทัศนวิสัยด้วยละอองเหล็กที่สะท้อนแสงจนแสบตา
“ขี้โกงนักนะไอ้ช่างตีเหล็ก!” เสียงตะโกนสาปแช่งดังสะท้อนก้องอุโมงค์
ศิลาไม่สนใจคำด่าเหล่านั้น เขาพุ่งตัวผ่านความมืดออกสู่แสงสลัวของท่าเรือ ร่างโปร่งของหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่ที่หน้าโกดังเก่า เธอคือ 'เรนะ' ที่มาพร้อมกับหน่วยคุ้มกันในชุดพรางสีเข้ม
“ช้าไปสองนาทีครับศิลา” เรนะยิ้ม แต่ดวงตาของเธอกลับฉายแวววิตกกังวล “สถานการณ์ที่ตลาดประมูลแย่กว่าที่คิด จอมทัพเพิ่งประกาศลอยแพไอเทมระดับสูงในราคาตัดตลาด เพื่อหวังจะดึงเงินออกจากระบบก่อนจะไล่ล่าคุณ”
“ช่างเถอะครับ” ศิลาส่งแผ่นโลหะศิลาเพลิงทมิฬให้เรนะ “ของชิ้นนี้ต่างหากที่จะทำให้ตลาดของมันพังทลายลงในวันพรุ่งนี้”
เรนะรับแผ่นโลหะไปตรวจสอบ ดวงตาของเธอเบิกกว้างเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ซ่อนอยู่ภายใน “นี่มัน... ไม่ใช่แค่ไอเทมธรรมดา แต่มันคือกุญแจสู่การตีขึ้นรูปอาวุธระดับตำนานที่สาบสูญไปแล้ว!”
ศิลายิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มของพ่อค้าผู้ถือไพ่เหนือกว่า
“ยังไม่จบแค่นั้นหรอกครับเรนะ เพราะในขณะที่จอมทัพกำลังตามล่าผมอยู่ในท่อระบายน้ำ ผมได้แอบวางกับดักอีกอย่างเอาไว้” ศิลาชี้นิ้วไปยังหน้าจอสถานะของตนเอง “ผมตั้งระบบขายประมูลอัตโนมัติในนามของกิลด์จอมทัพเอง โดยใช้ไอเทมที่ขโมยมาได้ในคลังแสงของเขาออกมาปล่อยขายตัดราคาตัวเองในตลาดมืด”
เรนะถึงกับชะงัก เธอหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ “คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ... ถ้าแบบนี้กิลด์ของจอมทัพต้องแตกจากความระแวงภายในแน่นอน”
ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลาย เสียงฝีเท้าที่ผิดปกติก็ดังขึ้นจากด้านบนของโกดัง ศิลาและเรนะเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกันด้วยสีหน้าตึงเครียด เงาของชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้น พร้อมด้วยลูกกุญแจทองคำในมือที่สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
จอมทัพไม่ได้มาคนเดียว เขานำ 'อสูรเฝ้าสมบัติ' ของกิลด์ที่ศิลาคิดว่ามันถูกกำจัดไปแล้วกลับมาด้วย สัตว์ร้ายที่มีร่างเป็นเหล็กไหลและดวงตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟอาฆาต มันจ้องมองมาที่ศิลาด้วยความกระหายเลือด
“ศิลา... นายลืมไปอย่างหนึ่งนะ” จอมทัพเดินออกมาจากเงามืด “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่นายจะรอดไปได้ง่ายๆ เพราะฉันเพิ่งปิดตายประตูโกดังทุกบานด้วยสกิลกักขังระดับเทพเจ้า... และตอนนี้ เราสองคนจะถูกขังไว้กับเจ้าอสูรตัวนี้ จนกว่าจะมีใครสักคนกลายเป็นซากศพ!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางช่างตีเหล็กที่ไร้ขีดจำกัดไปพร้อมกับผมนะครับ
ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 23
หลบหนีและวางแผน
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!