“หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง สำหรับหัวของมัน... ใครก็ตามที่นำดาบ ‘ศัสตราไร้ลักษณ์’ มาวางแทบเท้าผมได้ คนผู้นั้นจะได้เป็นพันธมิตรระดับสูงของกิลด์ทมิฬ พร้อมสิทธิ์ขาดในการผูกขาดวัตถุดิบระดับแรร์ทุกชนิดในเขตแดนทิศเหนือ”
เสียงประกาศกึกก้องไปทั่วจัตุรัสกลางเมืองหลวงของจอมทัพไม่ได้เป็นเพียงการประกาศสงคราม แต่มันคือคำสั่งตายที่แฝงไปด้วยกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ ผู้เล่นนับพันที่ยืนล้อมรอบต่างนิ่งเงียบ เสียงลมหายใจที่แผ่วเบาของพวกเขาบ่งบอกถึงความหวั่นเกรงต่ออิทธิพลของกิลด์อำนาจมืดแห่งนี้ จอมทัพไม่ได้เพียงแค่อยากได้ดาบเล่มนั้น เขากำลังประกาศศักดาว่าในโลกของ ‘อาธีน่า ออนไลน์’ แห่งนี้ กฎหมายไม่มีผล หากเขาเป็นคนกำหนดกติกาเอง
ในมุมมืดของโรงเตี๊ยมชั้นสอง ศิลาวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่นิ่งสนิท ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพร่างของจอมทัพผ่านหน้าต่างใสด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก เขาไม่โกรธ ไม่ตื่นตระหนก ราวกับว่าเขากำลังมองดูคนขายเนื้อที่กำลังพยายามจับตัวสิงโตด้วยมือเปล่า
“หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง... ดูท่าไอเทมระดับตำนานของผมจะมีค่าตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ นะครับเรนะ” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังวิจารณ์ราคาสินค้าในตลาดประมูล ไม่ใช่ราคาหัวของตัวเอง
เรนะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามขยับแว่นสายตา แสงสะท้อนจากเลนส์ปกปิดประกายตาที่กำลังคำนวณความเสี่ยง “ศิลา คุณกำลังมองว่านี่คือวิกฤต หรือโอกาสกันแน่ครับ? จอมทัพไม่ได้มาเล่นๆ นะครับ กิลด์เขากำลังระดมพลนับหมื่นคนเพื่อกวาดล้างพื้นที่เขตชายป่ามืด ถ้าคุณออกไปตีเหล็กตอนนี้ คุณก็ไม่ต่างอะไรกับเหยื่อที่เดินเข้ากรงขัง”
ศิลาหยิบเหรียญทองหนึ่งเหรียญขึ้นมาหมุนเล่นบนปลายนิ้ว ความเงียบเข้าปกคลุมบทสนทนาอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเผยรอยยิ้มที่มุมปาก “จอมทัพลืมไปเรื่องหนึ่ง... เขาคิดว่าผมเป็นแค่ช่างตีเหล็กที่รอวันถูกไล่ล่า แต่เขาลืมไปว่า ในโลกนี้ไม่มีนักรบคนไหนยืนหยัดอยู่ได้โดยปราศจากอาวุธที่ไว้ใจได้ และอาวุธที่อยู่ในมือลูกน้องเขาน่ะ... เกินครึ่งมาจากเตาหลอมของผม”
“คุณหมายความว่า?” เรนะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ผมไม่ได้หมายความว่าอะไรหรอกครับ ผมแค่จะบอกว่า ในฐานะช่างตีเหล็กที่รวยที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ บางครั้งการ ‘เรียกคืน’ สินค้าที่มีตำหนิ ก็เป็นบริการหลังการขายที่จำเป็น”
ศิลายันตัวลุกขึ้นยืน เขาหยิบผ้าคลุมสีเทาขึ้นมาสวม ปิดบังใบหน้าภายใต้ฮู้ดกว้าง ก้าวเดินออกไปจากโรงเตี๊ยมด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทิ้งให้เรนะนั่งมองตามด้วยความรู้สึกที่คาดเดาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าชายคนนี้ไม่มีวันสู้ด้วยกำลังทหาร แต่วิธีการที่เขาเลือกใช้ มักจะรุนแรงกว่าคมดาบของจอมทัพหลายเท่าตัว
ขณะเดียวกัน ที่ค่ายบัญชาการของกิลด์ทมิฬ จอมทัพกำลังยืนมองแผนที่ดิจิทัลบนโต๊ะหินอ่อน นิ้วชี้ของเขาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะกระวนกระวาย “หาตัวมันให้เจอ! อย่าให้มันหลุดรอดไปถึงเขตแดนกลางได้เด็ดขาด ถ้าศิลาตาย ไอเทมลับในครอบครองของมันต้องตกเป็นของกิลด์เรา ใครที่ขวางทางให้ฆ่าทิ้งทันที!”
“แต่ท่านครับ...” รองหัวหน้ากิลด์ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเล “พวกพ่อค้าอาวุธรายย่อยต่างพากันปิดร้านและปฏิเสธการซ่อมบำรุงอาวุธให้สมาชิกเราเกือบทั้งหมด พวกเขาบอกว่า... เป็นนโยบายจาก ‘สมาพันธ์ช่างตีเหล็กอิสระ’ ที่ท่านศิลาเป็นประธานกิตติมศักดิ์”
จอมทัพชะงัก นิ้วที่เคาะโต๊ะหยุดกึก ใบหน้าที่เคยเยือกเย็นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น “สมาพันธ์ช่างตีเหล็กงั้นหรือ? หึ... งั้นก็ประกาศสงครามกับพวกมันด้วย! ใครไม่อยู่ข้างเรา คือศัตรูของเรา!”
เขายังไม่รู้ตัวเลยว่า ทุกย่างก้าวที่เขากำลังเดินไปนั้น คือการกระโดดลงสู่กับดักที่ศิลาวางเอาไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเริ่มอาชีพช่างตีเหล็ก
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน ท่ามกลางหมอกหนาในป่าต้องห้าม ศิลานั่งอยู่หน้าเตาหลอมเคลื่อนที่ แสงไฟจากเปลวเพลิงสีฟ้าอ่อนสะท้อนใบหน้าของเขาให้ดูลึกลับและน่าเกรงขาม รอบตัวเขามีเพียงความเงียบสงัด จนกระทั่งเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังมาจากทิศทางของค่ายทหารจอมทัพ กลุ่มนักฆ่าฝีมือดีของกิลด์ทมิฬล้อมรอบเขาไว้ในเงามืด
“เจอตัวแล้ว... ไอ้ช่างเหล็กดวงซวย” เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังออกมาจากความมืด พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลจากทักษะเวทมนตร์ที่ถูกปลดปล่อยออกมา
ศิลาไม่แม้แต่จะเงยหน้ามอง เขาเพียงแค่ใช้ค้อนเคาะลงบนแผ่นเหล็กกล้าที่กำลังแดงฉานด้วยจังหวะที่หนักแน่นและทรงพลัง เสียง ‘เคร้ง!’ ดังสะท้อนไปทั่วป่า ราวกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่น่าสยดสยองที่สุด
“พวกคุณมาสายไปนิดนะครับ” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “ดาบที่พวกคุณถืออยู่น่ะ... ผมเป็นคนตีมันขึ้นมาเองกับมือ และผมก็เพิ่งจะค้นพบ ‘ความผิดพลาด’ ในการออกแบบที่ผมทิ้งไว้ในเนื้อเหล็กส่วนที่ยึดติดกับด้ามจับ”
ทันใดนั้นเอง ดาบในมือของนักฆ่าทุกคนก็เปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นมาอย่างประหลาด ก่อนจะเกิดเสียงแตกหักดังประสานกันราวกับระเบิดเวลา ทุกใบดาบในมือของนักฆ่าระดับสูงของกิลด์ทมิฬพังทลายลงกลายเป็นเศษเหล็กไร้ค่าในพริบตา
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของเหล่าศัตรู ศิลาก็หยิบไอเทมบางอย่างออกมาจากช่องเก็บของ มันคือ 'ม้วนคัมภีร์ลับ' ที่เขาได้มาจากการทำเควสต์ลับที่จอมทัพพยายามแย่งชิงไปตลอดมา “และนี่... คือของขวัญที่ผมเตรียมไว้ให้คุณจอมทัพโดยเฉพาะครับ”
เขากางม้วนคัมภีร์ออก ทันใดนั้นแสงสว่างจ้าก็ปกคลุมทั่วผืนป่า เสียงระบบประกาศก้องไปทั่วทั้งเซิร์ฟเวอร์จนทุกคนต้องหยุดกิจกรรมในมือ
[ระบบประกาศ: ผู้เล่น ‘ศิลา’ ได้ทำการเปิดใช้งาน ‘คำสาปทลายอาณาจักร’ ส่งผลให้กิลด์ทมิฬถูกยกเลิกสิทธิ์ในการครอบครองเขตแดนทั้งหมดทันที!]
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วโลกเสมือน ในขณะที่จอมทัพที่ยืนอยู่ในค่ายหลักถึงกับทรุดฮวบลงกับพื้น เมื่อเห็นไอคอนกิลด์ของเขาที่เคยเป็นสีทองอร่าม กำลังจางหายไปจนกลายเป็นสีเทาที่ไร้ความหมาย
ศิลาลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และหันมามองที่หน้าต่างระบบที่โชว์รายชื่อผู้เล่นที่กำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่เขาอยู่ หนึ่งในนั้นคือบุคคลที่เขาไม่คาดคิดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางช่างตีเหล็กที่ไร้ขีดจำกัดไปพร้อมกับผมนะครับ
ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 22
จอมทัพโต้กลับ
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!