“คุณกำลังเสนอให้ผมกลายเป็น ‘เบี้ย’ บนกระดานที่ผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมากับมืออย่างนั้นหรือครับ?”
ศิลาเอ่ยถามพลางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง ‘กริ๊ก’ น้ำหนักของมันมากพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องรับรองหรูหราของสมาคมการค้ากลางเงียบสนิทลงทันตา เขานั่งพิงพนักเก้าอี้หนังนุ่ม แววตาที่ปกติจะนิ่งเฉยดุจผิวน้ำที่ไร้กระแสลม บัดนี้กลับฉายแววคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งผ่านการชุบแข็งในเตาเผา
ตรงข้ามกับเขาคือชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบ นามว่า 'วิคเตอร์' ตัวแทนระดับสูงจากบริษัทพัฒนาเกมผู้ดูแลโลกเสมือนจริงแห่งนี้ ชายผู้นี้ไม่ได้มาพร้อมกับไอเทมระดับตำนาน แต่มาพร้อมกับสัญญาที่มีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่ใครจะกล้าปฏิเสธ
“เบี้ยอย่างนั้นหรือครับคุณศิลา?” วิคเตอร์ยิ้มที่มุมปาก นิ้วมือเรียวยาวประสานกันไว้บนตักอย่างใจเย็น “ในทางกลับกัน ผมมองว่าเรากำลังเชิญคุณขึ้นมานั่งในตำแหน่ง ‘คนถือกระดาน’ ต่างหาก คุณเป็นคนเดียวที่ทำให้ตลาดไอเทมสายคราฟต์ที่เคยซบเซากลับมาหมุนเวียนจนน่าตกใจ ยอดขายในห้องประมูลของคุณพุ่งสูงจนฝ่ายบริหารต้องเรียกประชุมฉุกเฉินทุกสัปดาห์... การที่คุณเข้ามาเป็นที่ปรึกษาด้านสมดุลเกม ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องทิ้งอาชีพช่างตีเหล็ก แต่หมายถึงคุณจะมีอำนาจในการ ‘กำหนดทิศทาง’ ว่าอาชีพที่คุณรักจะไปได้ไกลแค่ไหน”
ศิลายกยิ้มที่มุมปากบ้าง แต่รอยยิ้มนั้นเย็นเยียบจนคนมองรู้สึกได้ถึงความกดดัน
“กำหนดทิศทาง... หรือจำกัดขีดความสามารถกันแน่ครับ?” ศิลาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย “ถ้าผมรับงานนี้ ผมคงกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้เพื่อดึงความสนใจจากผู้เล่น หรืออาจถูกสั่งให้ปรับเปลี่ยนค่าสถานะของอาวุธที่ผมสร้างเพียงเพราะมันไปรบกวนแผนการผูกขาดของกิลด์ใหญ่อย่างจอมทัพ... ผมพูดถูกไหม?”
วิคเตอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสบตากับช่างตีเหล็กหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้า ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความโลภปรากฏอยู่เลย มีเพียงความระแวดระวังและสติปัญญาที่ผ่านการกรองมาอย่างดี
“คุณนี่เฉียบแหลมสมคำร่ำลือจริงๆ” วิคเตอร์ลดโทนเสียงลงเป็นความลับ “จริงอยู่ที่จอมทัพกดดันฝ่ายบริหารของเราอย่างหนัก เขาต้องการให้เรา ‘เนิร์ฟ’ ดาบที่ออกมาจากเตาหลอมของคุณ แต่ทางบริษัทเองก็มองเห็นว่าความไม่สมดุลนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้เกมนี้มีชีวิตชีวา ถ้าคุณเซ็นสัญญานี้ เราจะให้สิทธิพิเศษแก่คุณ... สิทธิในการเข้าถึงโค้ดต้นแบบของวัตถุดิบหายาก ซึ่งจะทำให้คุณตีไอเทมได้ระดับเทพยิ่งกว่าที่เคยทำมา”
ประโยคสุดท้ายทำให้เรนะที่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ศิลาขยับตัวเล็กน้อย เธอเป็นผู้กุมความลับเรื่องไอเทมระดับเทพของศิลา และเธอก็รู้ดีว่าข้อเสนอนี้มันยั่วยวนใจเพียงใดสำหรับคนที่เป็น ‘นักประดิษฐ์’ แต่ในทางกลับกัน มันคือกับดักที่อาจทำลายความเชื่อมั่นที่ศิลาสั่งสมมา
“คุณกำลังบอกว่า... ถ้าผมยอมเป็นสุนัขรับใช้ให้คุณ ผมจะได้กระดูกชิ้นที่ใหญ่ที่สุดมาครอบครองงั้นสินะครับ” ศิลาแค่นหัวเราะ “แต่ถ้าผมไม่เอาล่ะ?”
“ถ้าคุณไม่เอา...” วิคเตอร์ขยับเนคไทเล็กน้อย “จอมทัพเตรียม ‘ประกาศสงครามตลาด’ กับกิลด์การค้าของเรนะไว้แล้ว เขาพร้อมจะเทขายไอเทมเกรดล่างจำนวนมหาศาลเพื่อทุ่มตลาดให้พังพินาศ ต่อให้คุณมีฝีมือแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนซื้อ ไม่มีพื้นที่ให้คุณขาย คุณก็เป็นเพียงแค่ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือแต่ไร้พื้นที่ยืนเท่านั้น”
เรนะกำมือแน่นใต้โต๊ะ ความกดดันที่วิคเตอร์สื่อออกมานั้นไม่ใช่แค่คำขู่ แต่เป็นการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ เธอหันไปมองศิลา รอคอยการตัดสินใจที่อาจเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของพวกเขาทั้งหมดในวินาทีนี้
ศิลานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอจนดูน่าประหลาด เขาค่อยๆ หยิบค้อนตีเหล็กคู่กายออกมาวางบนโต๊ะ แสงสีนวลจากค้อนนั้นวูบวาบราวกับมีชีวิต
“คุณวิคเตอร์ครับ” ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง “ในโลกของการตีเหล็ก สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ความคมของดาบ หรือความหนาของเกราะ แต่มันคือ ‘ความเชื่อมั่น’ ของผู้ถือครอง”
“คุณจะพูดอะไร?”
“ผมไม่ได้จะปฏิเสธงานนี้เพราะความกลัว แต่ผมจะปฏิเสธเพราะข้อเสนอนี้มันยัง ‘ด้อยค่า’ เกินไปสำหรับฝีมือของผม” ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กลิ่นอายของช่างตีเหล็กระดับตำนานแผ่กระจายไปทั่วห้องจนอากาศดูเหมือนจะหนักอึ้ง “ถ้าอยากให้ผมเป็นที่ปรึกษา ไม่ต้องมานั่งเจรจาด้วยการข่มขู่... แต่จงกลับไปบอกบอร์ดบริหารว่า ถ้าอยากได้ตัวผมไปคุมสมดุลเกม ก็ต้องเอาอำนาจ ‘สิทธิขาดในการผลิต’ มาแลก”
วิคเตอร์เบิกตากว้าง “นั่นมันเกินขอบเขต! คุณต้องการให้บริษัทปล่อยให้คุณผลิตไอเทมระดับเทพได้โดยไม่ต้องผ่านการตรวจสอบจากระบบงั้นหรือ!”
“ใช่ครับ และผมให้เวลาคุณถึงพรุ่งนี้เที่ยง... ไม่เช่นนั้น ข้อมูลความลับเรื่องความผิดพลาดในระบบการสุ่มดรอปไอเทมที่ผมเพิ่งค้นพบเมื่อคืน จะไปปรากฏอยู่บนหน้าฟอรัมสาธารณะแทนที่จะเป็นรายงานส่งตรงถึงฝ่ายบริหารของคุณ”
ศิลาหยิบค้อนขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องรับรองไป ทิ้งให้วิคเตอร์นั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้เต็มไปด้วยความกดดันแบบเดิม แต่มันคือความสะพรึงกลัวที่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น
ในขณะที่ทั้งสองเดินพ้นประตูห้องโถงหลักออกมา เรนะก็กระซิบถามด้วยความร้อนใจ “ศิลา... นายล้อเล่นเรื่องที่นายค้นพบความผิดพลาดในระบบจริงเหรอ?”
ศิลาหยุดเดินและหันมามองเธอด้วยสายตาที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ “ผมไม่ได้ล้อเล่นครับเรนะ... แต่สิ่งที่ผมเพิ่งจะ ‘ตีขึ้นรูป’ มาสดๆ ร้อนๆ ในวันนี้ ไม่ใช่แค่คำขู่ แต่มันคือไอเทมชิ้นใหม่ที่ผมเพิ่งจะพบวิธีสร้างมันขึ้นมาได้สำเร็จ”
เขายื่นมือออกมาเผยให้เห็นอัญมณีสีครามเข้มที่ส่องประกายเย็นเยียบอยู่ในฝ่ามือ
“ถ้าพวกเขายังกล้าส่งคนอย่างจอมทัพมาจัดการผม... สิ่งนี้จะทำให้ทั้งโลกเสมือนจริงต้องสั่นสะเทือนจนไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกเราอีกเลย”
ทว่าก่อนที่เรนะจะได้ถามต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนหลายสิบคนก็ดังขึ้นจากมุมมืดของโถงทางเดิน เงาร่างขนาดใหญ่ในชุดเกราะทมิฬปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับดาบยักษ์ที่สะท้อนแสงไฟสลัว—นั่นคือจอมทัพ และเขาก็ไม่ได้มาเพียงลำพัง
“ไม่ได้เจอกันนานนะ... ช่างตีเหล็กผู้โอหัง” จอมทัพแสยะยิ้มก่อนจะชักดาบออกมาจนเสียงคมเหล็กครูดไปกับพื้น “ได้ยินมาว่าแกมี ‘ข้อเสนอ’ ที่น่าสนใจงั้นเรอะ? งั้นลองเสนอให้ยมทูตดูหน่อยสิว่าหัวของแกมีค่าพอจะซื้อชีวิตคืนได้กี่เหรียญทอง!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางช่างตีเหล็กที่ไร้ขีดจำกัดไปพร้อมกับผมนะครับ
ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 26
ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!