ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 36

การล่มสลายของอำนาจมืด

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"วางปากกาลงเถอะครับจอมทัพ การเซ็นชื่อลงในเอกสารล้มละลายไม่ได้ทำให้ความแค้นของคุณลดน้อยลงหรอก แต่เชื่อเถอะว่ามันจะช่วยให้ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณในเกมนี้... ไม่ต้องแบกรับหนี้ที่ไม่มีวันจ่ายหมด" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย เขาไม่ได้ขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวหรูที่กลางห้องโถงกิลด์จอมทัพแม้แต่น้อย แต่ทว่าสายตาที่มองตรงไปยังหัวหน้ากิลด์ผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตกลับดูคมกริบราวกับใบมีดเพิ่งผ่านการลับคมจากเตาหลอมระดับตำนาน จอมทัพที่เคยดูสง่าผ่าเผยในชุดเกราะทองคำ บัดนี้กลับนั่งทรุดโทรมอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง มือที่ถือปากกาขนนกสั่นไหวเล็กน้อย กระดาษสัญญาหนี้กองโตตรงหน้าไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือหลักฐานของความพ่ายแพ้ที่เขาต้องเผชิญจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดในสงครามชิงเหมืองแร่เหล็กไหล "นายวางแผนเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว ศิลา" จอมทัพเค้นเสียงถาม ทั้งที่ไม่ได้เงยหน้ามอง "ตั้งแต่ตอนที่นายขายดาบ 'เขี้ยวอสูร' ให้ฉันในราคาที่ดูเหมือนจะถูก... แต่มันแฝงด้วยคำสาปที่ลดทอนค่าความทนทานในระยะยาวงั้นเหรอ?" ศิลาหยิบเหรียญทองเหรียญหนึ่งขึ้นมาปั่นเล่นด้วยปลายนิ้ว ก่อนจะเผยยิ้มที่มุมปาก "ผมแค่นักธุรกิจที่นำเสนอสินค้าตามความต้องการของลูกค้าครับ ส่วนเรื่องที่อาวุธมันพังเร็วกว่ากำหนดนั่นน่ะเหรอ... มันก็แค่ผลลัพธ์จากการที่กิลด์ของคุณฝืนใช้มันบดขยี้กองทัพศัตรูโดยไม่รู้จักการซ่อมบำรุงต่างหาก" เรนะที่ยืนอยู่ข้างกายศิลาขยับแว่นสายตาเพียงเล็กน้อย สายตาของเธอกวาดมองไปทั่วห้องโถงที่ครั้งหนึ่งเคยคลาคล่ำไปด้วยยอดฝีมือ บัดนี้เหลือเพียงความเงียบงันและเสียงหายใจที่ติดขัดของสมาชิกกิลด์บางคนที่ยังหลงเหลืออยู่ "กิลด์จอมทัพไม่ได้ล่มสลายเพราะดาบของคุณหรอกศิลา" เรนะเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "แต่มันล่มสลายเพราะความหยิ่งผยองที่คิดจะผูกขาดทุกอย่าง ทั้งที่ตัวเองไม่มีปัญญาคุมต้นทุนการบริหาร" "พอได้แล้ว!" จอมทัพกระแทกปากกาลงบนโต๊ะจนหักครึ่ง "ฉันยอมรับความพ่ายแพ้! จะให้ฉันยุบกิลด์ใช่ไหม? จะให้โอนสินทรัพย์ทั้งหมดเข้ากองทุนของนายใช่ไหม? จัดการให้จบๆ ไปเสียที!" ศิลาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะช้าๆ เขาโน้มตัวลงไปสบตาจอมทัพในระยะประชิด กลิ่นอายของไอเทมเวทมนตร์รอบตัวศิลาจางลงเหลือเพียงกลิ่นควันไฟและแร่ธาตุที่เขาสัมผัสมาตลอดชีวิต "การยุบกิลด์เป็นแค่พิธีการครับจอมทัพ สิ่งที่ผมต้องการจริงๆ ไม่ใช่แค่กิลด์ของคุณ แต่คือ 'กุญแจ' ดอกนั้น... กุญแจที่เปิดประตูสู่แหล่งแร่เหล็กนิรันดร์ที่พวกคุณไปยึดมาจากแดนเถื่อน" จอมทัพเบิกตากว้าง ความหวาดกลัวเริ่มฉายชัดขึ้นบนใบหน้า "นั่นมัน... มันไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ควรครอบครอง นายรู้ใช่ไหมว่าถ้าเข้าไปที่นั่น นายจะต้องเจอกับอะไร?" "ผมเป็นช่างตีเหล็กครับ" ศิลาตอบพลางหยิบตราสัญลักษณ์กิลด์จอมทัพขึ้นมาพินิจ "สำหรับผม ไม่มีที่ไหนที่ข้าพเจ้าจะไปไม่ถึง ถ้ามันมีแร่ที่ดีพอให้ผมรังสรรค์ผลงานชิ้นเอก" ทันใดนั้น เสียงเตือนจากระบบดังสนั่นไปทั่วห้องโถง กองกำลังทหารรักษาการณ์ของเมืองหลวงปรากฏตัวขึ้นที่ประตูทางเข้า พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยเหลือจอมทัพ แต่มาเพื่อยึดทรัพย์สินตามประกาศิตของสภาการค้า เรนะรีบก้าวเข้ามาใกล้ศิลาแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงร้อนรน "ศิลา... มีบางอย่างผิดปกติ ข้อมูลที่สืบมาไม่ได้ระบุว่ากองกำลังหลวงจะเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้ ใครบางคนกำลังพยายามแย่งชิงสิทธิ์ในเหมืองนั้นไปจากเรา" ศิลาหรี่ตาลง เขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่พื้นใต้เท้า ราวกับว่ามีบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กำลังตื่นขึ้นภายใต้เมืองหลวงแห่งนี้ เขาหันกลับไปหาจอมทัพที่กำลังหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "สายไปแล้วศิลา... นายคิดว่าฉันเป็นคนเดียวที่ต้องการเหมืองนั่นงั้นเหรอ? ฉันแค่เหยื่อล่อ... คนที่รออยู่เบื้องหลังนายตอนนี้ เขาไม่ได้ต้องการแค่แร่ แต่เขาต้องการ 'ชีวิต' ของนายเพื่อสังเวยเตาหลอมในตำนานนั่นต่างหาก" จอมทัพชี้มือไปยังประตูทางเข้า เงาร่างหนึ่งที่คุ้นตาค่อยๆ ก้าวเดินผ่านกลุ่มทหารรักษาการณ์เข้ามา ชุดคลุมสีดำสนิทที่ขยับไหวราวกับมีชีวิตบดบังใบหน้าของบุคคลนั้นไว้ แต่ทว่าไอพลังที่กดทับมาถึงตัวทำให้ศิลาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ นั่นไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่เป็น 'เงาของอดีต' ที่ศิลาพยายามหนีมาตลอด ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับเส้นทางที่ศิลากำลังก้าวเดิน และขอขอบคุณที่ร่วมลุ้นไปกับตัวเอกสายคราฟต์คนนี้จนมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายนะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%