ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 17

กลยุทธ์สินค้าหายาก

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
"ถ้าคุณคิดว่าการทำลายผมด้วยสงครามราคาจะทำให้ผมสิ้นชื่อได้... คุณก็ดูแคลนวิชาช่างที่ผมถือครองอยู่เกินไปหน่อยนะครับ จอมทัพ" เสียงของศิลาราบเรียบ ทว่าก้องกังวานอยู่ในห้องส่วนตัวของเรนะภายในอาคารกิลด์การค้า ดวงตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่เอกสารรายงานการตลาดที่ยุ่งเหยิง แต่มองทะลุออกไปนอกหน้าต่างกระจกเวทมนตร์ เห็นกองกำลังของกิลด์อำนาจมืดกำลังกว้านซื้อไอเทมเกรดกลางถึงล่างในราคาถูก เพื่อตัดโอกาสช่างตีเหล็กคนอื่นๆ ในตลาดอย่างบ้าคลั่ง เรนะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระทบกันเบาๆ ดึงความสนใจของศิลาให้หันกลับมา "พวกเขาไม่ได้แค่จะทำลายคุณค่ะ... เอ้อ... ขออภัยครับคุณศิลา ผมหมายความว่า... จอมทัพกำลังทำให้ตลาดนี้กลายเป็นที่ทิ้งขยะ อาวุธเกรด C และ D ถูกเทขายจนราคาตกต่ำถึงขีดสุด ช่างตีเหล็กอิสระหลายคนเริ่มถอดใจปิดร้านกันหมดแล้ว" ศิลาคลี่ยิ้มบางๆ มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความโกรธแค้น แต่มันคือรอยยิ้มของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่าในมือ "ให้เขาทำไปเถอะครับเรนะ ยิ่งเขาผูกขาดขยะได้มากเท่าไหร่ มูลค่าของสิ่งที่ 'ไม่มีวันผลิตซ้ำได้' ก็จะยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น" เขาหยิบชิ้นส่วนแร่เหล็กไหลสีนิลที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมา แสงสีฟ้าหม่นของมันสะท้อนเข้ากับดวงตาที่มุ่งมั่น "นับจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะยุติการผลิตไอเทมเกรดทั่วไปทั้งหมด... กิจการของผมจะรับเฉพาะลูกค้าที่ 'คู่ควร' และสินค้าที่จะวางขาย จะต้องเป็นเกรด A+ ขึ้นไปเท่านั้น" "คุณจะทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ!" เรนะอุทานด้วยความตกใจ "การตลาดแบบ Exclusive คือความเสี่ยงมหาศาล ถ้าคุณไม่มีฐานลูกค้ากระเป๋าหนักที่พร้อมจะทุ่มเงินประมูล คุณจะล้มละลายภายในไม่กี่ชั่วโมง!" ศิลาขยับตัวลุกขึ้นยืน ความสูงของเขาทำให้น้ำเสียงดูมีอำนาจกดดันโดยไม่รู้ตัว "โลกใบนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคนส่วนใหญ่ที่หิวโหย แต่มันขับเคลื่อนด้วยคนกลุ่มน้อยที่กระหายในอำนาจ จอมทัพเล่นกับปริมาณ แต่ผมจะเล่นกับ 'คุณค่า' ที่ประเมินราคาไม่ได้" เขาเดินไปที่เตาหลอมขนาดพกพาที่มุมห้อง ก่อนจะหยิบเอาค้อนเหล็กจันทราออกมา แสงสีเงินวาววับสะท้อนไปทั่วห้อง ศิลาไม่ได้แค่ตีเหล็ก แต่เขากำลังร่ายรำไปตามจังหวะของความร้อนและแรงเหวี่ยง ทุกครั้งที่ค้อนกระทบโลหะ ประกายไฟหลากสีสันก็แตกกระจายดั่งดวงดาวที่ดับสลาย "เรนะ เตรียมรายชื่อผู้เล่นระดับท็อป 10 ของเซิร์ฟเวอร์มาให้ผม... รวมถึงพวกเจ้าของปราสาทที่ไม่เคยสนใจไอเทมในตลาดสาธารณะด้วย เราจะส่งคำเชิญไปให้พวกเขาเป็นการส่วนตัว" เรนะมองดูศิลาที่กำลังเข้าสู่โหมดสมาธิขั้นสูงสุด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งแต่ก็ร้อนแรงราวกับเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ ในวินาทีนั้นเอง เธอถึงได้เข้าใจว่าทำไมจอมทัพถึงต้องหวาดกลัว... ไม่ใช่เพราะพลังของศิลา แต่เป็นเพราะ 'วิธีการ' ที่ศิลาใช้ มันเป็นการเปลี่ยนกฎของเกมที่ผู้สร้างได้วางเอาไว้โดยสิ้นเชิง สามชั่วโมงผ่านไป ในบรรยากาศที่เงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง ศิลาวางชิ้นงานชิ้นสุดท้ายลงบนแท่นวาง มันคือดาบสั้นที่สลักลวดลายด้วยอักขระโบราณที่ไม่มีใครในเกมนี้อ่านออก ตัวใบดาบโปร่งแสงจนมองเห็นพลังเวทมนตร์ไหลเวียนอยู่ภายในดั่งเส้นเลือด "เสร็จแล้ว" ศิลาพึมพำ ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกกระแทกเปิดออกโดยไม่มีการเคาะ พนักงานรักษาความปลอดภัยของกิลด์พุ่งเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก "คุณศิลาครับ! มีคนบุกเข้ามาที่คลังสินค้า... พวกมันไม่ได้มาเพื่อปล้น แต่พวกมันมาเพื่อ 'ทำลาย' ทุกอย่างที่เรามี!" ศิลาไม่ได้แสดงอาการตกใจ เขาเพียงแค่วางดาบสั้นลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปที่หน้าจอแสดงสถานะของคลังสินค้าที่ถูกส่งมาจากระบบ เขากดขยายภาพดูกล้องวงจรปิด และต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นเงาร่างหนึ่งที่สวมฮู้ดสีดำสนิทเดินท่ามกลางกลุ่มคนของจอมทัพ คนผู้นั้นไม่ได้ใช้ความรุนแรง แต่เพียงแค่ใช้นิ้วแตะที่กำแพงคลังสินค้าเพียงครั้งเดียว โครงสร้างเหล็กกล้าที่ศิลาสร้างขึ้นก็เริ่มสลายกลายเป็นละอองทรายในทันที! "นั่นมัน... ระบบจัดการโครงสร้างระดับผู้ดูแลระบบ (Admin) ไม่ใช่หรือครับ..." เรนะหน้าซีดเผือด ศิลาจ้องมองบุคคลปริศนาผ่านหน้าจอ ก่อนที่คนผู้นั้นจะเงยหน้าขึ้นมองกล้อง ราวกับรู้ว่าศิลากำลังจ้องดูอยู่ มันไม่ใช่จอมทัพ และไม่ใช่ผู้เล่นทั่วไป... ใบหน้าภายใต้ฮู้ดนั่นคือตัวละครที่เป็น 'บัค' ในประวัติศาสตร์ของเกมนี้ที่ถูกลบไปเมื่อสิบปีก่อน ในขณะที่ศิลากำลังจะเอ่ยชื่อนั้นออกมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังแทรกเข้ามาในหัวของเขาอย่างรุนแรงจนน่าปวดหัว [คำเตือนจากระบบ: คุณกำลังพยายามเข้าถึงข้อมูลที่อยู่นอกเหนือการอนุญาตของสิทธิ์ผู้เล่น... โปรดถอยห่างก่อนที่ไอดีของคุณจะถูกลบออกจากเซิร์ฟเวอร์อย่างถาวรใน 60 วินาที] ทว่าสิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือ จดหมายฉบับหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าศิลา มันคือตราประทับของ 'ผู้สร้างเกม' ที่ควรจะหายสาบสูญไปพร้อมกับวิศวกรต้นแบบในเหตุการณ์หายนะเมื่อครั้งอดีต... เขาตัดสินใจหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะอ่านข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนนั้น 'ถึงเวลาที่ช่างตีเหล็กผู้โง่เขลา จะต้องเลือกว่าจะซ่อมแซมโลกใบนี้ หรือจะทำลายมันไปพร้อมกับข้า' ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในเส้นทางของช่างตีเหล็กผู้พลิกชะตากรรมนะครับ ค้อนตีเหล็กสะท้านเกมครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%