"แกเก็บไอเทมระดับตำนานนั่นไว้ในคลังอาชีพช่างตีเหล็กเนี่ยนะ? เสียของฉิบหาย! เอามาให้พวกฉันใช้ดีกว่ามั้ง เผื่อกิลด์ ‘อัคนีทมิฬ’ จะเมตตาไม่ฆ่าแกจนเลเวลติดลบ!"
เสียงหัวเราะเยาะถากถางดังขึ้นกลางลานเมืองเริ่มต้น ขณะที่ฝ่าเท้าของชายร่างยักษ์ในชุดเกราะหนักประทับลงบนพื้นดินจนฝุ่นตลบ มันคือ 'พยัคฆ์เพลิง' หนึ่งในขุนพลมือขวาของจอมทัพที่กำลังจ้องมองผมด้วยสายตาเหยียดหยาม
ผมไม่ได้ตอบโต้ในทันที สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่มือที่กำแน่นจนสั่นเทาอยู่ใต้ชายเสื้อคลุม นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาเสียสมาธิกับสุนัขรับใช้ที่ไร้สมอง ไอเทมในกล่องไม้ใบนั้น... 'ค้อนทลายขีดจำกัดแห่งบรรพกาล' ไม่ใช่สิ่งที่คนพวกนี้จะคู่ควรแม้แต่จะเอ่ยชื่อ
"เงียบไปเลยไอ้ขยะสายคราฟต์ นึกว่ามีเลเวลสิบห้าแล้วจะแน่หรือไง?" อีกคนหนึ่งในกลุ่มหัวเราะร่วนพลางเหวี่ยงหอกในมือเฉี่ยวหน้าผมไปเพียงไม่กี่นิ้ว จนแรงลมทำให้แก้มผมแสบวาบ "วันๆ เอาแต่เคาะเหล็กง้อกแง๊กๆ ในโรงตีเหล็ก มิน่าล่ะ... ถึงไม่มีกิลด์ไหนเขาอยากได้ตัวไปเข้ากลุ่ม ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้จอมทัพมันสั่งให้มาตามดูแก ข้าคงจัดการเชือดแกทิ้งตรงนี้ไปนานแล้ว"
ผมหันไปมองมันด้วยสายตาเรียบเฉย แววตาของผมไม่ได้มีความโกรธแค้นประทับอยู่ แต่มันกลับว่างเปล่าจนคนพูดเริ่มชะงักไปครู่หนึ่ง ผมหยิบหินลับมีดออกมาจากกระเป๋าแล้วบรรจงขัดผิวเหล็กของกริชเล่มหนึ่งอย่างใจเย็น ราวกับว่าเสียงโฮกฮากของพวกมันเป็นเพียงเสียงแมลงวันในฤดูร้อน
"พวกคุณพูดจบหรือยังครับ?" ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก "ถ้าพูดจบแล้วก็หลีกทางหน่อย ผมมีนัดสำคัญ"
"นัดสำคัญ? นัดกับเตาหลอมหรือไง!" พยัคฆ์เพลิงถุยน้ำลายลงพื้น "เฮ้ยพวกเรา! จัดการเอาเศษเหล็กของมันไปทิ้งให้หมด สั่งสอนให้มันรู้ซะบ้างว่าโลกนี้มันไม่มีที่ยืนสำหรับพวกช่างตีเหล็กที่อ่อนแอ!"
ทันใดนั้น ร่างของชายสามคนก็พุ่งเข้ามาล้อมกรอบผม พวกมันไม่ใช่ผู้เล่นหน้าใหม่ แต่เป็นหน่วยจู่โจมที่ถูกฝึกมาเพื่อ 'ล่า' โดยเฉพาะ จังหวะการก้าวเท้าของพวกมันหนักแน่นและดุดัน ต่างจากผมที่ยืนอยู่นิ่งๆ เหมือนก้อนหินที่ไร้ทางสู้
ความอดทนมีขีดจำกัด แต่การตอบโต้ในที่สาธารณะโดยไร้แผนการคือความเขลา ผมก้มหลบปลายหอกที่แทงเข้ามาอย่างหวุดหวิดก่อนจะสไลด์ตัวไปด้านหลังกองลังไม้เก่าๆ ลมหายใจผมยังคงสม่ำเสมอ ในสมองของผมไม่ได้คิดถึงการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แต่กำลังประเมินค่าพลังโจมตีและประเภทโลหะที่ใช้สร้างอาวุธของพวกมันผ่านระบบวิเคราะห์ช่างตีเหล็ก
*เหล็กกล้าคุณภาพต่ำ... เคลือบด้วยสารเคมีเพิ่มค่าสถานะ... พลังแฝงของดาบพวกมันต่ำเกินไป*
"หนีเก่งนักนะ!" พยัคฆ์เพลิงคำราม ไล่กวดมาติดๆ "แกก็แค่นักล่าฝันที่รอวันตายในเงามืดนั่นแหละ!"
ผมไม่ได้หนี แต่ผมกำลังต้อนพวกมันไปสู่ 'กับดัก' ที่ผมเตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า ผมก้าวเข้าไปในเขตโรงตีเหล็กเก่าที่อยู่ท้ายเมือง ที่ซึ่งมีเครื่องจักรไอน้ำที่พังเสียหายวางเกลื่อนกลาด ผมคว้าเอาประแจยักษ์ขึ้นมาแล้วเหวี่ยงสวิตช์ควบคุมแรงดันไอน้ำด้วยความแม่นยำ
*ฟู่!*
ไอน้ำร้อนจัดพุ่งออกมาเป็นม่านหนาทึบ บดบังทัศนวิสัยของพวกมันจนหมดสิ้น เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังขึ้น แต่สำหรับผม... นี่คือเวทีของผม
ผมหยิบ 'ชิ้นส่วนโลหะอาถรรพ์' ที่เพิ่งตีขึ้นใหม่เมื่อคืนออกมาจากกระเป๋า มันไม่ใช่แค่อาวุธ แต่มันคือตัวเร่งปฏิกิริยา ผมขว้างมันลงบนพื้นเครื่องจักรที่กำลังร้อนจัด แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเกิดขึ้นทันทีพร้อมกับการระเบิดของพลังงานเวทมนตร์ที่อัดแน่นอยู่ภายใน
"นี่คือบทเรียนสำหรับคนที่คิดว่าช่างตีเหล็กไม่มีทางสู้ครับ" ผมพึมพำเบาๆ ท่ามกลางหมอกควัน
เมื่อควันจางลง พยัคฆ์เพลิงและพวกพ้องต่างพากันล้มกลิ้งอยู่กับพื้น เกราะของพวกมันร้าวและมีรอยบุบขนาดใหญ่จากการขยายตัวของพลังงานความร้อนที่ผมควบคุมไว้ มันไม่ใช่การโจมตีที่ลด HP แต่มันคือการทำลาย 'ความคงทนของไอเทม' จนเกือบถึงขีดจำกัด
พยัคฆ์เพลิงมองดูดาบระดับหายากในมือที่ตอนนี้หักสะบั้นลงเหลือเพียงด้ามจับ สายตาของมันสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวผสมความแค้น "แก... แกทำอะไรลงไป! รู้ไหมว่าดาบเล่มนี้ราคากี่เหรียญทอง!"
ผมเดินเข้าไปใกล้เขาช้าๆ ส้นรองเท้าบูทกระทบพื้นดังเป็นจังหวะที่กดดันจนเขาถอยกรูดไปพิงกำแพง ผมหยิบกล่องไม้ใบนั้นออกมาจากหน้าต่างระบบ แสงสีแดงฉานสาดส่องออกมาจากรอยแยกของกล่อง จนแม้แต่แสงแดดภายนอกยังดูหมองหม่นไปถนัดตา
ผมก้มลงกระซิบข้างหูของเขา ในขณะที่พยัคฆ์เพลิงกำลังตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ "ในโลกนี้... พลังไม่ใช่แค่การเหวี่ยงดาบไปมาหรอกนะครับ แต่มันคือความรู้ว่าดาบของพวกคุณถูกสร้างมาจากอะไร และมีจุดอ่อนตรงไหน"
ผมหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่ทว่า... จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ทรงพลังกว่าเดิมก็ดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ที่ดังก้องกังวานไปทั่วลานประลองที่เงียบสงัด
"น่าประทับใจจริงๆ... ไม่นึกเลยว่าช่างตีเหล็กกระจอกๆ จะรู้จักการอ่านค่าความคงทนของโลหะในเสี้ยววินาทีได้ลึกซึ้งขนาดนี้"
ผมหยุดกึก หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยสัญชาตญาณอันตราย เมื่อหันกลับไป ผมพบกับชายในชุดคลุมสีดำสนิทที่มีตราสัญลักษณ์กิลด์ 'อัคนีทมิฬ' ปักอยู่ด้วยด้ายทองคำ เขายืนอยู่ตรงนั้น... จอมทัพ
ในมือของเขามีบางสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของผมหยุดชะงัก มันคือกุญแจสีเงินที่สลักลวดลายเดียวกับกล่องในมือผมไม่มีผิดเพี้ยน!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของช่างตีเหล็กคนนี้มาจนถึงตอนนี้นะครับ
ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 5
การดูถูกของผู้เล่นสายบู๊
ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!