ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง•ตอนที่ 13

การคุกคามของกิลด์จอมทัพ

ผลงานโดย ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม
เศษไม้จากบานประตูที่พังทลายยังไม่ทันร่วงแตะพื้นดี กลิ่นอายคาวเลือดและเหล็กกล้าที่ผ่านการอาบไอสังหารก็อบอวลไปทั่วโรงตีเหล็กขนาดกะทัดรัดของผม เสียงฝีเท้าหนักแน่นของคนชุดเกราะนับสิบชีวิตก้าวเข้ามาพร้อมกัน จังหวะของมันสม่ำเสมอจนน่าขนลุก พวกมันไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อประกาศยึดครอง ผมวางค้อนเหล็กด้ามโปรดลงบนแท่นวางอย่างใจเย็น เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานใสสะอาดในความเงียบที่น่าอึดอัด ผมค่อยๆ เช็ดคราบเขม่าออกจากมือด้วยผ้าขี้ริ้วผืนเก่า สายตาไม่ได้มองไปที่เหล่าสมุนที่ชักอาวุธออกมาเตรียมพร้อม แต่จับจ้องอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่เดินแหวกกลุ่มลูกน้องเข้ามา "สูตรการตีดาบระดับตำนาน... แลกกับลมหายใจที่เหลืออยู่ในเกมนี้ของแก ศิลา" น้ำเสียงของ 'จอมทัพ' เรียบเฉยและเย็นเยียบเหมือนคมมีดที่วางพาดอยู่บนลำคอ เขาไม่ได้พูดตะคอก แต่มันกลับเป็นคำสั่งที่เด็ดขาดกว่าการประกาศสงครามเสียอีก จอมทัพไม่ได้สวมหมวกเกราะ ทำให้เห็นใบหน้าที่เรียบเฉย ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความปราณี มันเป็นแววตาของนักล่าที่มองเห็นเหยื่อเป็นเพียงตัวเลขในสมุดบัญชี ผมพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แล้วยิ้มออกมา "กิลด์จอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับต้องลงทุนพาลูกน้องบุกมาถึงหน้าเตาหลอมของช่างกระจอกๆ อย่างผมเชียวหรือครับ? น่าเสียดายที่วันนี้ผมไม่ได้ตีเหล็ก... แต่ผมกำลังจะตีหัวคนหน้าด้านที่คิดจะมาฉกฉวยของคนอื่น" บรรยากาศในห้องหนักอึ้งขึ้นทันที สมุนที่ยืนอยู่ข้างหลังจอมทัพขยับอาวุธในมือ เสียงโลหะเสียดสีกันฟังดูบาดหู จอมทัพยกมือห้ามลูกน้องไว้เพียงเล็กน้อย เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ ความร้อนจากเตาหลอมที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่ได้ทำให้ใบหน้าของเขารู้สึกระคายเคืองเลยแม้แต่น้อย "ความเย่อหยิ่งคือจุดจบของช่างตีเหล็กหลายคนที่ข้าเคยจัดการมา แกเองก็น่าจะรู้ดีว่าอำนาจในตลาดของข้าครอบคลุมไปถึงไหน ไม่ว่าแกจะตีอาวุธได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีที่วางขาย ต่อให้เป็นดาบระดับเทพเจ้า มันก็ไม่ต่างอะไรกับเศษเหล็กขึ้นสนิมในกองขยะ" เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ลดเสียงให้ต่ำลงจนเหลือเพียงเราสองคนที่ได้ยิน "ส่งสูตรนั่นมาซะ แล้วข้าจะให้แกเป็นหัวหน้าโรงหลอมใต้สังกัดกิลด์จอมทัพ เงินเดือนน่ะเหรอ... มากกว่าที่แกหาเองทั้งปีเป็นสิบเท่า ชีวิตในเกมของแกจะสุขสบายไปจนวันตาย" ผมหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความตลกขบขัน ผมหยิบหินลับมีดขึ้นมาและเริ่มฝนมันช้าๆ เสียง 'ครืด... ครืด...' ของหินที่เสียดสีกับโลหะแทรกซึมเข้าไปในประสาทสัมผัสของทุกคนที่อยู่ในห้อง "ข้อเสนอหอมหวานดีครับท่านจอมทัพ" ผมพูดพลางสายตาจ้องมองคมดาบที่กำลังลับ "แต่สำหรับผม สิ่งที่น่าภูมิใจไม่ใช่เงินในบัญชี แต่มันคือผลงานที่ผมสร้างขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง การเอาสูตรไปให้คนอย่างคุณ... ก็เหมือนเอาเพชรไปให้ลิงกำไว้ มันคงไม่ต่างอะไรกับการทำลายศิลปะทิ้งเสียเปล่าๆ" มือของจอมทัพขยับไปที่ด้ามดาบข้างเอว แรงกดดันมหาศาลจากทักษะ 'ข่มขวัญ' ระดับสูงพุ่งเข้าปะทะกับผมโดยตรง ถ้าเป็นผู้เล่นทั่วไปคงจะทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้นแล้ว แต่สำหรับผม... ความกดดันนี้มันก็แค่ไอความร้อนระอุเวลาทำงานหน้าเตาหลอมเท่านั้น "ฉันให้โอกาสสุดท้าย..." จอมทัพพูดพลางหรี่ตาลง "ก่อนที่ทุกอย่างในโรงตีเหล็กแห่งนี้จะกลายเป็นเถ้าถ่าน" ทันใดนั้น เสียงกระดิ่งหน้าร้านที่พังไปแล้วกลับดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับร่างของหญิงสาวในชุดคลุมสีเงินยาวกรุยกรายที่ก้าวเข้ามา ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์ เธอไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่กลับเดินเข้ามาหาผมแล้ววางกระดาษแผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ "ข้าว่าท่านคงไม่มีเวลามาจัดการเรื่องไร้สาระพวกนี้แล้วล่ะจอมทัพ" เรนะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน "ตลาดประมูลกลางเพิ่งประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์ได้รับสัมปทานการผลิตอาวุธให้กองทัพหลวงเป็นกรณีพิเศษ และชื่อของผู้ที่ได้รับเลือก... ไม่ใช่กิลด์จอมทัพ" สีหน้าของจอมทัพเปลี่ยนไปทันที เขาคว้ากระดาษบนโต๊ะไปดูอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นตราประทับลับของระบบที่อยู่บนเอกสารฉบับนั้น "นี่มันหมายความว่ายังไง! ข้าทุ่มเงินไปไม่รู้เท่าไหร่เพื่อให้ได้งานนี้!" เขาตะโกนลั่น ผมยืนขึ้นเต็มความสูง กระชับค้อนในมือแน่นพลางมองเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเหนือกว่า "มันหมายความว่าตลาดเสรีมีทางออกสำหรับช่างที่เก่งพอเสมอครับท่านจอมทัพ และตอนนี้... ก็น่าจะเป็นเวลาที่ท่านต้องกลับไปจัดการปัญหาภายในกิลด์ตัวเอง แทนที่จะมาเสียเวลากับช่างตีเหล็กกระจอกๆ อย่างผม" ในวินาทีที่จอมทัพกำลังจะสั่งให้ลูกน้องรุมกินโต๊ะผม เสียงสัญญาณเตือนภัยของกิลด์จากระบบสื่อสารของเขาก็ดังลั่นขึ้นพร้อมกัน เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าผมด้วยความอาฆาตแค้น "แกวางแผนไว้สินะ... ศิลา" ผมยิ้มรับด้วยความสุภาพทว่าเย็นชา "ผมแค่ทำหน้าที่ของผม... การตีเหล็กที่ดีที่สุด คือการตีในจังหวะที่ศัตรูคาดไม่ถึงเสมอ" จอมทัพหันหลังเตรียมจะพุ่งตัวออกไป แต่แล้วเขาก็หยุดฝีเท้ากะทันหันราวกับโดนบางอย่างตรึงไว้ที่พื้น เมื่อมีเสียงฝีเท้าหนักๆ อีกกลุ่มหนึ่งดังขึ้นจากด้านนอก ไม่ใช่ลูกน้องของเขา แต่เป็นทหารยามเมืองหลวงที่สวมเกราะสีทองอร่ามปิดล้อมหน้าโรงตีเหล็กเอาไว้จนมิด พร้อมกับเสียงประกาศก้องที่ทำให้จอมทัพต้องหน้าถอดสี "ได้รับแจ้งว่ามีการบุกรุกและทำลายทรัพย์สินในเขตคุ้มครองกิลด์ช่างฝีมือหลวง... นายจอมทัพ ท่านต้องไปกับเราเพื่อรับการสอบสวนเดี๋ยวนี้!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับการตีเหล็กในครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
สารจากนักเขียน (ค้อนตีเหล็กสะท้านเกม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ตีเหล็กเทวะ: พลิกวิกฤตเกมมรณะสู่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%