เสียงคำรามทุ้มต่ำของแกนพลังงานควอนตัมสะเทือนสะท้านผ่านแผ่นพื้นไทเทเนียมใต้ฝ่าเท้า จนทำให้ประสาทสัมผัสทุกส่วนของกัปตันอลิส วอล์คเกอร์ สั่นไหวตามไปด้วย หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าฉายภาพสีแดงฉานของดาวเคราะห์ "เอเทรีย" ดวงดาวอันอุดมไปด้วยแร่ธาตุโบราณที่เปรียบเสมือนหัวใจของระบบสุริยะนี้ แต่วินาทีนี้ มันกำลังแปรสภาพเป็นเตาปฏิกรณ์มรณะที่พร้อมจะระเบิดทำลายล้างทุกชีวิตในรัศมีหลายปีแสง
"กัปตันครับ ระบบระบายความร้อนล่มสลายไปสามในสี่แล้ว หากเราไม่กดปุ่มรหัสทำลายล้างดาวเคราะห์ฉุกเฉินภายในสามนาทีนี้ แรงอัดจากปฏิกิริยาฟิวชันจะกวาดล้างเนบิวลาทั้งหมด รวมถึงยาน 'โอเรียนท์' ของเราด้วยนะครับ"
เสียงของดร.ไคโรสเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนรน แววตาหลังกรอบแว่นโลหะฉายแววหวาดวิตกอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน นิ้วเรียวยาวของนักชีวดาราศาสตร์ผู้นี้สั่นเทาเล็กน้อยเหนือแป้นพิมพ์ควบคุมหลัก ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความอยู่รอดของตนเองกับประวัติศาสตร์ทั้งหน้า
อลิสไม่ตอบทันที เธอยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อน ทว่านัยน์ตาสสีเทาเข้มกลับสะท้อนภาพเปลวเพลิงสีส้มที่ลุกโชนบนผิวภายนอกของดาวเอเทรียอย่างชัดเจน ภาพเหตุการณ์ความสูญเสียในภารกิจแรกเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ความผิดพลาดที่คร่าชีวิตลูกเรือผู้บริสุทธิ์ไปต่อหน้าต่อตา ความทรงจำอันเจ็บปวดนั้นกรีดแทะหัวใจเธอราวกับคมมีด แต่ในขณะเดียวกัน เสียงกระซิบจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอก็ย้ำเตือนถึงบางสิ่ง
*[มนุษย์ผู้มาเยือน เจ้าจักทำลายเหย้าเรือนของเราเพื่อต่ออายุขัยอันแสนสั้นของพวกเจ้ากระนั้นหรือ...]*
กระแสคลื่นความคิดของซิเลนเทียแผ่ซ่านเข้ามาในห้องควบคุม บ่งบอกถึงการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตพลังงานบริสุทธิ์ที่ผูกพันจิตวิญญาณเข้ากับโครงสร้างทางธรณีวิทยาของดาวดวงนี้ ซิเลนเทียไม่ได้เป็นเพียงแค่เอเลี่ยนต่างดาว แต่คือผู้พักษ์และตัวแทนอารยธรรมโบราณที่หลับใหล หากดาวเอเทรียถูกทำลายเผ่าพันธุ์ของพวกเขาก็จะสูญสลายไปชั่วนิรันดร์
"ไคโรส..." อลิสเปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งความตื่นตระหนกของอีกฝ่ายได้ "คุณจำบันทึกของทีมสำรวจชุดแรกได้หรือไม่ เกี่ยวกับทางเลือกที่สองที่เรามองข้ามไป"
ไคโรสชะงักมือที่กำลังจะกดรหัสทำลายล้าง เขาหันขวับมามองผู้บังคับบัญชาด้วยความไม่เชื่อสายตา "คุณหมายถึง... การถ่ายโอนพลังงานทั้งหมดเข้าสู่ระบบสนามแม่เหล็กของยาน เพื่อดูดซับแรงระเบิดน่ะหรือครับ? บ้าไปแล้วกัปตัน นั่นหมายความว่าเราต้องใช้พลังงานชีวิตของดาวดวงนี้มาหล่อเลี้ยงเกราะกำบังยาน และเราอาจจะต้องติดอยู่ที่นี่... ตลอดกาล!"
"มันไม่ใช่ความบ้าคลั่ง แต่มันคือความรับผิดชอบ" อลิสเดินเข้าไปใกล้แผงควบคุมหลัก ช้าๆ และมั่นคง เธอมองลึกลงไปในดวงตาของไคโรสเพื่อค้นหาความเด็ดเดี่ยว "ฉันสูญเสียคนของฉันไปมากพอแล้วในอดีต ไคโรส และฉันจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยด้วยการทำลายล้างอารยธรรมอื่นเพื่อความอยู่รอดของเราเองอีกเด็ดขาด"
"แต่โอกาสที่เราจะรอดชีวิตมีไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์นะครับ!" ไคโรสพยายามแย้ง น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ทุกขณะ
"สิบเปอร์เซ็นต์ก็ยังมากกว่าศูนย์" อลิสตอบเสียงหนักแน่น เธอวางมือลงบนแป้นคำสั่งชีומิติ แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นเพื่อยืนยันตัวตนระดับผู้บัญชาการสูงสุด "เตรียมตัวให้พร้อม เราจะใช้ระบบเชื่อมต่อจิตกับซิเลนเทีย เพื่อดึงพลังงานส่วนเกินออกจากแกนกลางดาวโดยตรง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือนภัยของระบบที่ดังเป็นจังหวะถี่กระชั้น ไคโรสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขามองเสี้ยวหน้าอันเด็ดเดี่ยวของอลิส ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดแล้วพยักหน้าช้าๆ "ตามใจคุณครับกัปตัน หากเราจะต้องดับสูญไปพร้อมกับความลับของจักรวาล อย่างน้อยผมก็ภูมิใจที่ได้ร่วมเดินทางมากับคุณ"
นิ้วมือของทั้งสองคนเริ่มขยับประสานกันอย่างรวดเร็วเพื่อป้อนชุดคำสั่งที่ซับซ้อนที่สุดเท่าที่มนุษยชาเคยสร้างขึ้น หน้าจอโฮโลแกรมเปลี่ยนจากสีแดงเดือดดาลเป็นสีครามอันสงบเงียบ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากซิเลนเทียหลอมรวมเข้ากับระบบคอมพิวเตอร์ของยานโอเรียนท์ เกิดเป็นแสงสว่างเจิดจ้าที่อาบไล้ไปทั่วทั้งห้อง
ทว่า ในวินาทีที่การถ่ายโอนพลังงานกำลังจะสำเร็จลุล่วงและแรงกดดันรอบตัวเริ่มลดลง เสียงสัญญาณเตือนภัยรูปแบบใหม่ก็ดังขึ้น—ไม่ใช่เสียงจากระบบความเสียหายของดาว แต่เป็นรหัสสัญญาณชีพจรที่ไม่รู้จัก ซึ่งกำลังพยายามเจาะทะลวงไฟร์วอลล์ความปลอดภัยของยานโอเรียนท์จากภายนอก
หน้าจอหลักกะพริบถี่รัว ก่อนจะปรากฏภาพหน้าต่างการเชื่อมต่อวิดีโอจากยานสำรวจปริศนาอีกลำที่จอดซ่อนตัวอยู่หลังเงาของดาวเคราะห์ดวงบริวาร ยานลำนั้นไม่มีสัญลักษณ์ของสหพันธ์ดาราจักร และไม่มีแม้แต่รหัสระบุตัวตน
รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของบุคคลปริศนาที่ปรากฏตัวผ่านจอภาพ ชายผู้สวมเครื่องแบบหน่วยปฏิบัติการลับขององค์กรที่อลิสเคยคิดว่าถูกยุบไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน
"ยินดีด้วยนะกัปตันอลิส ที่ท่านตัดสินใจไม่ทำลายดาวดวงนี้..." เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมด้วยเลศนัยดังลอดผ่านลำโพง "เพราะมันทำให้เราสามารถ 'เก็บเกี่ยว' สิ่งที่ตามหาได้อย่างสมบูรณ์แบบเสียที"
อลิสเบิกตากว้างเล็กน้อย ความตระหนักรู้สายฟ้าแลบแล่นแปล๊บเข้าสู่สมอง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น—ตั้งแต่ความผิดพลาดของแกนพลังงาน ไปจนถึงการบีบบังคับให้เลือกทางนี้—ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าทั้งหมดแล้ว
ตอนที่ 41: ทางเลือกแห่งโชคชะตา - เนบิวลาสตาร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 41
ทางเลือกแห่งโชคชะตา
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!