เสียงโลหะสะท้อนก้องกังวานในห้องกักกันปลอดเชื้อ คล้ายเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของจักรวาล
ดร.ไคโรสชะืองานในมือทันที เมื่อจอภาพโฮโลแกรมตรงหน้าแสดงกราฟิกพันธุกรรมของร้อยเอกอลิส วอล์คเกอร์ ที่บิดเบี้ยวจนเกินกว่ามาตรฐานของมนุษย์โลกจะยอมรับได้ เส้นใยดีเอ็นเอสีฟ้าเรืองแสงกำลังพันธนาการเข้ากับโครงสร้างคาร์บอนเดิม ราวกับผืนผ้าใบที่ถูกแต้มด้วยสีสันแปลกปลอมจากห้วงลึกของเนบิวลา
"คุณไม่ได้บอกผมว่ามันลามไปถึงระดับนี้แล้ว, ไคโรส"
เสียงของกัปตันอลิสราบเรียบ เยือกเย็น และเจือไปด้วยกระแสลมหายใจที่สั่นสะท้านเล็กน้อย นางไม่ได้หันกลับมามองคู่คิดที่ยืนอยู่เบื้องหลัง แต่สายตายังคงจ้องมองเงาสะท้อนของตนเองบนกระจกคอวมคุม ความเปลี่ยนแปลงมิได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขบนหน้าจอ แต่มันประจักษ์ชัดบนผิวหนัง บริเวณข้อมือของอลิส บัดนี้มีเกล็ดใสเรืองแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวนับร้อยดวงฝังอยู่ใต้เนื้อเยื่อ มันขยับไหวและส่งเสียงฮัมเบาๆ ทุกครั้งที่นางขยับปลายนิ้ว
ไคโรสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้าวเข้าไปใกล้ รักษาระยะห่างที่เหมาะสมตามสัญชาตญาณระแวดระวังภัยที่เขามีมาตลอดอาชีพนักชีวดาราศาสตร์ "บรรยากาศของดาวเคราะห์ดวงนี้... มันไม่ใช่แค่สภาพอากาศหรือชั้นบรรยากาศที่แปรปรวน, อลิส มันคือสิ่งมีชีวิต มันกำลังพยายาม 'หายใจ' ผ่านพวกเรา"
"ด้วยการเขียนรหัสพันธุกรรมของเราใหม่เนี่ยนะ?" อลิสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและก้องกังวานแปลกประหลาด นางหันขวับมามองเขา นัยน์ตาข้างหนึ่งของอลิสเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็นประกายสีครามบริสุทธิ์ สะท้อนภาพเนบิวลาที่หมุนวนอยู่ในดวงตา "คุณรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม? องค์กรไม่ได้ส่งเรามาสำรวจ... พวกเขาส่งเรามาเป็นสะพานเชื่อม"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทดลองชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือนภัยเบาๆ จากเครื่องมือแพทย์ที่ดังเป็นระยะ บรรยากาศรอบตัวอลิสเริ่มแผ่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอ่อนๆ ออกมา ทำให้จอโฮโลแกรมรอบห้องกะพริบไหว ไคโรสถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่ไม่รู้จักแผ่ซ่านไปทั่วสันหลัง แต่มันก็ถูกแทนที่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนักวิทยาศาสตร์ที่ยอมแลกได้ทุกอย่าง
"ผมเป็นแค่ผู้ตรวจสอบ, กัปตัน" ไคโรสเอ่ยเสียงเบา พยายามควบคุมน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "แต่สิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่... มันคือวิวัฒนาการก้าวกระโดดที่มนุษยชาติโหยหามานับพันปี ซิเลนเทียไม่ได้ทำร้ายคุณ พวกเขากำลังปรับแต่งคุณให้ทนทานต่อ 'เสียง' นั้นต่างหาก"
"เสียงอะไร?" อลิเสียงตวาดเบาๆ แต่ทรงพลังจนอากาศรอบตัวสั่นไหว นางก้าวเข้าประชิดไคโรสในพริบตา ความเร็วนั้นเหนือมนุษย์ไปไกลโข ปลายนิ้วเรียวยาวที่บัดนี้มีร่องรอยของแสงดาวแตะลงบนกระจกหน้ากากนิรภัยของไคโรส "คุณได้ยินมันเหมือนกันใช่ไหม, ไคโรส? ตั้งแต่ที่เราเหยียบลงบนพื้นผิวดาวดวงนี้... คุณก็เปลี่ยนไปเหมือนกัน"
ไคโรสชะงัก นัยน์ตาของเขาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าอลิสพูดความจริง ใต้ร่มผ้าของชุดปฏิบัติการ บริเวณลำคอของเขากำลังมีเส้นสายเรืองแสงสีฟ้าปรากฏขึ้นเช่นเดียวกัน มันไม่ใช่โรคติดต่อ แต่มันคือการยอมรับจากระบบนิเวศน์ต่างดาวที่กำลังกลืนกินพวกเขาทีละน้อย
ก่อนที่ทั้งสองจะได้หาข้อสรุป เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งยานอวกาศ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องสลับกับความมืดมิด เสียงคำรามต่ำๆ ดังมาจากภายนอกตัวยาน ราวกับมีบางสิ่งขนาดมหึมากำลังโอบล้อมพวกเขาไว้
ประตูห้องกักกันเลื่อนเปิดออกอย่างกะทันหัน ร่างของลูกเรือคนที่สาม นายทหารฝ่ายช่างผู้เคยแข็งแกร่ง บัดนี้เดินลากขาเข้ามาด้วยท่าทางที่ผิดธรรมชาติ ดวงตาทั้งสองข้างมืดสนิทและมีแสงดาวระยิบระยับอยู่ภายใน เขากวาดสายตามองอลิสและไคโรสด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากมนุษย์ ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำให้เลือดในกายของกัปตันอลิสเย็นเฉียบ
"กัปตัน... ประตูแห่งพันธสัญญาถูกเปิดออกแล้ว และพวกมัน... กำลังมาทวงคืนร่างที่ยืมไป"
เนบิวลาสตาร์ ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าฟันความมืดมิดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 42
การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!