เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 18

สมรภูมิในห้องเครื่อง

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
"อย่าขยับ ถ้าไม่อยากให้เส้นเลือดที่คอของเธอต้องกลายเป็นทางระบายของเหลวสีแดงฉานบนพื้นเหล็กนี่" น้ำเสียงนั้นแหบพร่า ทว่ากังวานราวกับเสียงโลหะขูดขีดกันในสุญญากาศ อลิส วอล์คเกอร์ หยุดชะงัก ลมหายใจของเธอสะดุดไปเพียงเสี้ยววินาที ความเย็นเยียบจากปลายมีดที่แนบชิดผิวเนื้อส่งผ่านความรู้สึกเสียวซ่านไปถึงกระดูกสันหลัง นี่ไม่ใช่มีดเดินป่าทั่วไป แต่มันคือใบมีดโมเลกุลที่สามารถตัดผ่านชุดเกราะระดับทหารได้ดั่งเนยแข็ง ในความมืดมิดของห้องบัญชาการที่ระบบไฟฟ้าถูกตัดขาดจนสิ้น กลิ่นอายของโอโซนและไอระเหยจากแผงวงจรที่ลัดวงจรคละคลุ้งไปทั่ว อลิสสัมผัสได้ถึงแรงกดที่แผ่นหลัง—สัมผัสที่ดูแผ่วเบาจนน่าสะพรึงกลัว "คุณไม่ใช่ซิเลนเทีย" อลิสเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอยังคงราบเรียบ เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แม้หัวใจจะเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก "ซิเลนเทียไม่จำเป็นต้องใช้มีด... พวกเขาสื่อสารด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า พวกเขาไม่ลงมือฆ่าด้วยวิถีทางที่ต่ำต้อยขนาดนี้" คนเบื้องหลังแค่นหัวเราะในลำคอ แรงกดที่ปลายมีดเพิ่มขึ้นอีกเพียงมิลลิเมตรจนเธอรู้สึกถึงหยดเลือดที่ค่อยๆ ซึมออกมา "คุณเข้าใจผิดเรื่องความต่ำต้อยไปหน่อยนะ กัปตันอลิส... สิ่งที่โบราณกาลมอบให้ ไม่ได้มีไว้เพื่อการสนทนาเสมอไปหรอก แต่มันมีไว้เพื่อ 'ตัดทอน' สิ่งที่ขวางทาง" อลิสอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอ เธอหมุนตัวอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณสัตว์ป่า ปล่อยศอกกระแทกเข้าที่ใบหน้าของบุคคลลึกลับ ทว่ามืออีกข้างของเธอกลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า อีกฝ่ายรวดเร็วเกินกว่าจะคาดเดา เขาบิดตัวหลบดั่งควันไฟ ก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในเงามืดอีกครั้ง *แกร๊ก* เสียงระบบสำรองของยานดังขึ้น แสงไฟสีแดงสลัวติดๆ ดับๆ เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเทาเข้มที่กลืนไปกับบรรยากาศภายในห้องเครื่อง ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหน้ากากโลหะครึ่งซีก แต่ดวงตาคู่นั้น... มันไม่ใช่ดวงตาของมนุษย์ปกติ แต่มันสะท้อนแสงสีครามราวกับเนบิวลาที่กำลังดับสูญ "ดร.ไคโรส?" อลิสเลิกคิ้วขึ้น สายตาของเธอหรี่ลงพินิจบุคคลตรงหน้า "นี่คือเหตุผลที่คุณหายตัวไปในช่วงรอยต่อของรอยแยกมิติงั้นหรือ?" ไคโรสไม่ได้ตอบคำถาม เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาวของเขาแตะลงบนคอนโซลหลักของห้องเครื่องที่คุมทุกอย่าง ตั้งแต่การไหลเวียนของไฮโดรเจนเหลวในเครื่องยนต์ไปจนถึงเกราะพลังงานรอบยาน "อลิส คุณมองเห็นแค่รอยแยกของมิติ แต่คุณไม่เคยเห็น 'รอยแยกของความเป็นจริง' เลย" ไคโรสกล่าวพลางกดรหัสลับผ่านหน้าจอโฮโลแกรม "สิ่งที่พวกเรากำลังขนส่งอยู่ใต้ท้องยานนี้ ไม่ใช่อุปกรณ์วิจัย แต่มันคือ 'กุญแจ' ที่จะปิดตายจักรวาลนี้ให้หลับใหลไปตลอดกาล และฉัน... ถูกส่งมาเพื่อไขประตูนั้นเสียก่อนที่พวกคุณจะทำลายมันทิ้ง" "คุณทำงานให้ใคร!" อลิสตะโกน พลางถอยหลังไปหยิบปืนพลาสม่าที่ตกอยู่บนพื้น "ทำงานให้ใครน่ะหรือ?" ไคโรสยิ้ม มุมปากของเขาบิดเบี้ยว "ลองมองไปที่นอกหน้าต่างห้องเครื่องดูสิ กัปตัน... สิ่งที่เธอคิดว่าเป็นดวงดาวน่ะ แท้จริงแล้วมันคืออะไรกันแน่" อลิสหันมองออกไปทางหน้าต่างนิรภัยทิศตะวันออก ความมืดมิดที่เธอเคยคิดว่าเป็นอวกาศบัดนี้กลับบิดเบี้ยว กลายเป็นนัยน์ตาขนาดมหึมาที่จ้องมองทะลุเข้ามาในยาน! แรงสั่นสะเทือนมหาศาลเกิดขึ้นทันทีจนเธอเกือบเสียการทรงตัว เสียงโลหะบิดเบี้ยวกรีดร้องไปทั่วลำยานราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นขยำขยี้ "คุณเปิดมันแล้ว..." อลิสพึมพำ ใบหน้าซีดเผือด "เปล่าเลย กัปตัน" ไคโรสเดินก้าวเข้ามาหาเธออย่างใจเย็น ขณะที่ห้องเครื่องเริ่มลุกเป็นไฟจากความดันที่พุ่งสูงเกินขีดจำกัด "คุณต่างหากที่เป็นคนเปิด... ตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณตัดสินใจก้าวเข้ามานั่งบนเก้าอี้กัปตันลำนี้ ในฐานะ 'ตัวแทน' ของสายเลือดที่พวกมันเฝ้ารอมานานนับล้านปี" ไคโรสหยุดลงตรงหน้าเธอ ปลายกระบอกปืนของอลิสจ่อเข้าที่หน้าอกของเขา ทว่าเขากลับโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความตื่นเต้น "ถ้าเธอเหนี่ยวไกตอนนี้ ระบบป้องกันตัวของยานจะสั่งการให้ 'ล้างบาง' ทุกสิ่งที่มีชีวิตอยู่บนยานทันที เพราะถือว่ากัปตันเสียสติ... แต่ถ้าเธอไม่เหนี่ยวไก เธอก็จะต้องเห็นลูกเรือที่เหลือของเธอค่อยๆ ถูกกลืนกินโดยแสงดาวพวกนั้นทีละคน" อลิสนิ้วสั่นเทาที่ไกปืน เหงื่อกาฬไหลซึมผ่านขมับ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะท่ามกลางเสียงเตือนภัยที่แผดร้องไม่หยุด ไคโรสถอยออกไปหนึ่งก้าว พลางผายมือไปยังแผงควบคุมที่ตอนนี้แสดงสัญลักษณ์ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มันไม่ใช่ภาษาจักรวาลใดๆ แต่มันคือแผนผังพันธุกรรมของมนุษย์ที่ค่อยๆ เปลี่ยนรูปเป็นรหัสลับของดวงดาว "เอาล่ะ กัปตันอลิส วอล์คเกอร์..." ไคโรสเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทาย "เลือกสิ ว่าจะจบชีวิตคนทั้งลำเพื่อรักษาสัญญาที่เธอไม่เคยรู้ว่าทำไว้กับใคร หรือจะส่งมอบกุญแจนี้ให้ฉัน เพื่อแลกกับลมหายใจที่เหลืออยู่ของทุกคน" อลิสหลับตาลงแน่น ความทรงจำของลูกเรือที่เธอเคยสูญเสียในภารกิจแรกย้อนกลับมาหลอกหลอนอีกครั้ง แต่ทันใดนั้น เสียงบางอย่างก็ดังแทรกขึ้นมาจากเครื่องส่งสัญญาณสื่อสารที่ตายสนิทไปนานแล้ว *ช่า... ช่า...* "กัปตัน... อย่า... เชื่อ... มัน..." เสียงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน มันคือเสียงของเธอเอง... เสียงของอลิสจากอนาคตที่กำลังตะโกนผ่านคลื่นวิทยุที่บิดเบี้ยว ก่อนที่หน้าจอทั้งหมดในห้องเครื่องจะดับวูบลง และความมืดมิดในครั้งนี้ก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเดิม เพราะมีเสียงฝีเท้าของใครบางคน—หรืออะไรบางอย่าง—ก้าวเดินออกมาจากเงามืดหลังหลังของไคโรสด้วยความมั่นคง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเนบิวลาอันมืดมิดไปกับผมนะครับ แล้วพบกันในตอนถัดไปครับ เนบิวลาสตาร์
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%