"กัปตันครับ ถ้าเราผลักดันพลังงานเข้าสู่แกนหลักของประตูบานนี้อีกเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ ตัวยานอาจจะถูกแรงเหวี่ยงของมิติบิดเบี้ยวจนกลายเป็นฝุ่นผงในห้วงอวกาศได้เลยนะครับ"
เสียงของดร.ไคโรสสั่นเครือเล็กน้อยขณะที่นิ้วมือเรียวยาวของเขารัวลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรม ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ปรับแสงสะท้อนภาพวอนซ์สีม่วงหม่นที่กำลังเต้นระริกอยู่เบื้องหน้า—ประตูมิติขนาดยักษ์ที่ฝังตัวอยู่ใจกลางซากปรักหักพังของวิหารโลหะบนดาวเคราะห์ร้างแห่งนี้
กัปตันอลิส วอล์คเกอร์ ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น ดวงตาสีเทาเข้มของเธอกวาดมองสถานการณ์ผ่านกระจกหน้าต่างห้องกัปตัน ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับ เธอกำด้ามจับข้างเบาะแน่นจนกระดูกนิ้วขึ้นสีขาว ประสบการณ์จากภารกิจครั้งแรกที่เคยพรากลูกเรือทั้งทีมไปต่อหน้าต่อตายังคงหลอกหลอนเธอในทุกจังหวะลมหายใจ
"ถ้าไม่เปิดประตูนี้ตอนนี้ พวกเขาก็จะตามเราทัน" อลิสเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาดเหมือนใบมีด "ไคโรส ผมรู้ว่าคุณกำลังซ่อนอะไรบางอย่างไว้ แต่อย่าให้ความลับนั้นทำลายโอกาสรอดของพวกเราที่เหลือในวินาทีนี้เลย"
ดร.ไคโรสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันมามองกัปตัน สายตาของเขาไม่ได้มีความกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือความเศร้าโศกที่ยากจะหยั่งถึง "กัปตันครับ... โลกหลังประตูบานนั้นอาจจะไม่ใช่เขตปลอดภัยอย่างที่คุณคาดหวังไว้ ความจริงที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เนบิวลาแห่งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่มนุษย์จะจินตนาการได้"
ในวินาทีนั้น เสียงหวีดหวิวของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าดังแทรกเข้ามาในระบบสื่อสาร มันไม่ใช่เสียงรบกวน แต่มันคือภาษา—ท่วงทำนองที่แหลมสูงและเย็นเยียบของซิเลนเทีย ศัตรูที่พวกเขามองไม่เห็นตัวตนแต่รู้สึกได้ถึงการมีอยู่ตลอดเวลา
*‘เจ้ากำลังก้าวข้ามเส้นแบ่งแห่งวัฏจักร อลิส วอล์คเกอร์... การกลับบ้านของเจ้า คือจุดเริ่มต้นแห่งการสูญสิ้นของจักรวาล’*
เสียงนั้นดังก้องในหัวของอลิส ทำให้เธอทรุดลงเล็กน้อยก่อนจะใช้มือยันแผงคอนโซลไว้ ร่างกายของเธอสั่นเทาไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงกดดันจากกระแสจิตที่พยายามแทรกแซง
"อย่าไปฟังมัน!" อลิสตะโกนสั่งการ เสียงของเธอดังสะท้อนไปทั่วห้องควบคุม "ไคโรส! ทำตามแผนเดี๋ยวนี้ ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสวนกลับไปที่ความถี่ 1420 เมกะเฮิรตซ์ สลายการเชื่อมต่อของซิเลนเทียให้หมด!"
ดร.ไคโรสกัดริมฝีปากแน่น เขาลังเลเพียงชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจกดรหัสลับที่เขาเก็บงำไว้ตลอดการเดินทาง ทันใดนั้นประตูมิติบานยักษ์ก็สั่นสะเทือน แสงสีฟ้าจัดจ้าสาดส่องออกมาจากรอยแยกมิติจนห้องทั้งห้องสว่างวาบราวกับดวงอาทิตย์ระเบิดออก
ภายในรอยแยกนั้นไม่ได้มีเพียงความว่างเปล่า แต่มันคือภาพของเขตปลอดภัยที่พวกเขาถวิลหา... สถานีอวกาศในฝันที่ดูเงียบสงบ แต่ทว่า อลิสกลับมองเห็นเงาบางอย่างที่คุ้นตา เงาที่เธอคิดว่าสูญสิ้นไปตั้งแต่วันที่หายนะนั้นเกิดขึ้น
"นั่นมัน... เรือเนบิวล่าลำเดิม" อลิสกระซิบ เสียงของเธอสั่นพร่า "มันไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง?"
ดร.ไคโรสเบือนหน้าหนีไม่กล้าสบตาเธอ ขณะที่ยานเนบิวลาเริ่มถูกดูดเข้าสู่ปากทางประตูมิติ แรงดึงมหาศาลทำให้โครงเหล็กของยานส่งเสียงร้องโหยหวนเหมือนสัตว์บาดเจ็บ ระบบเตือนภัยสีแดงฉานกะพริบถี่รัว พร้อมกับการแจ้งเตือนที่ทำให้หัวใจของอลิสแทบหยุดเต้น
*‘ตรวจพบสัญญาณชีวิตบนยานเป้าหมาย... สัญญาณชีพที่ควรจะหยุดเต้นไปเมื่อสิบปีก่อน’*
อลิสจ้องมองภาพบนจออย่างไม่วางตา ร่างเงาที่ก้าวออกมาจากเรือลำนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือตัวเธอเองในอดีต—ในชุดเครื่องแบบของกัปตันฝึกหัดที่มีแววตาเต็มไปด้วยความหวังและไร้ซึ่งบาดแผลจากสงครามดวงดาว
"นี่ไม่ใช่ทางรอด..." อลิสพึมพำ น้ำตาคลอเบ้า "นี่คือกับดักแห่งกาลเวลา"
ก่อนที่ยานจะพุ่งผ่านพ้นประตูมิติไป ซิเลนเทียก็ปรากฏร่างขึ้นในรูปแบบของแสงสีทองที่บิดเบี้ยว ร่างนั้นเอื้อมมือมาแตะกระจกหน้าต่างของยานเนบิวลาอย่างแผ่วเบา พร้อมกับเสียงกระซิบสุดท้ายที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไป
*‘ยินดีต้อนรับกลับสู่จุดเริ่มต้น... ที่ที่เจ้าจะต้องเลือก ว่าจะยอมเสียสละตนเอง หรือเสียสละทุกสิ่งเพื่อรักษาความจริงที่เน่าเฟะนี้ไว้’*
เนบิวลาสตาร์ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและหัวใจเต้นไปพร้อมกับลูกเรือยานเนบิวลาในห้วงเวลาที่บีบคั้นเช่นนี้นะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 29
แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!