นิ้วชี้ของอลิสสั่นระริกอยู่เหนือไกปืนพลาสม่า แรงกระแทกจากความว่างเปล่าที่อยู่นอกหน้าต่างบานนั้นไม่ได้มาจากกลไกของยาน แต่มันสั่นสะเทือนลึกเข้าไปถึงกระดูกสันหลัง ใบหน้าที่แก่ชราและเต็มไปด้วยบาดแผล ใบหน้าที่ดูเหมือนจะเป็น 'เธอ' ในอีกอนาคตหนึ่งกำลังจ้องมองกลับมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับดวงดาวที่ดับแสง
"ลดปืนลงเถอะครับ กัปตัน" เสียงทุ้มต่ำของดร.ไคโรสดังขึ้นจากความมืดข้างหลัง เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่สัมผัสได้ถึงกระแสไฟฟ้าสถิตที่พุ่งพล่านไปทั่วห้องโดยสาร "รอยแยกนั้นไม่ใช่ทางเข้าสู่ศัตรู แต่มันคือกระจกที่สะท้อนเศษเสี้ยวของเวลา... หากคุณเหนี่ยวไก ตัวตนของคุณในเวลานี้จะกลายเป็นเพียงเศษซากของจักรวาลที่หลงลืมไปตลอดกาล"
อลิสสูดลมหายใจเข้าลึกจนปอดแทบระเบิด เธอค่อยๆ ลดปืนลง มือที่กำด้ามจับจนแน่นนั้นซีดเผือด ขณะที่ภาพใบหน้าชราภาพค่อยๆ เลือนหายไปกับความผันผวนของมิติ เผยให้เห็นซิเลนเทียที่ปรากฏร่างขึ้นกลางห้อง ร่างกายของเธอโปร่งแสงราวกับหมอกที่เกิดจากละอองดาว แต่ดวงตานั้นกลับเปล่งประกายด้วยความโศกเศร้าที่ลึกเกินกว่ามนุษย์จะหยั่งถึง
"พวกคุณพยายามจะก้าวข้ามผ่านกาลเวลาด้วยอาวุธที่สร้างขึ้นจากความหวาดกลัว" ซิเลนเทียกล่าว น้ำเสียงของเธอเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่สั่นสะเทือนในมโนภาพของทุกคนโดยตรง "แต่พวกคุณไม่เคยรู้เลยว่า ทำไมดวงดาวในระบบเนบิวลาเซทูสถึงต้องกลายเป็นสุสาน"
ซิเลนเทียสะบัดมือเบาๆ ภาพโฮโลแกรมรอบตัวก็แปรเปลี่ยนไป แทนที่จะเป็นห้องควบคุมยานอวกาศ บัดนี้พวกเขากำลังยืนอยู่กลางมหานครที่ทำจากคริสตัลสูงเสียดฟ้า ดวงดาวสีครามดวงใหญ่บนท้องฟ้ากำลังบิดเบี้ยว แรงโน้มถ่วงมหาศาลกำลังบดขยี้ทุกอย่างให้กลายเป็นฝุ่นผง
"ในอดีต อารยธรรมของเราไม่ได้ถูกทำลายเพราะภัยพิบัติจากธรรมชาติ" ซิเลนเทียเว้นจังหวะ สายตาของเธอจับจ้องไปที่ดร.ไคโรส ราวกับจะค้นหาความลับบางอย่างที่เขาซ่อนไว้ "เราถูกทำลายเพราะทฤษฎีการกำเนิดใหม่ เราพยายามที่จะถ่ายโอนสติสัมปชัญญะของประชากรทั้งหมดเข้าไปสู่มิติที่ห้า เพื่อให้เป็นอมตะและหลุดพ้นจากวัฏจักรของการเสื่อมสลาย"
"แต่มันล้มเหลวใช่ไหมครับ?" อลิสถาม เสียงของเธอแหบพร่าเมื่อมองดูร่างของสิ่งมีชีวิตที่ถูกดึงเข้าไปในกระแสพลังงานก่อนจะแตกสลายเป็นผุยผง
"ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" ซิเลนเทียแค่นยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข "มันกลายเป็นกับดักทางมิติ เมื่อตัวตนของเราไปถึงจุดนั้น มันกลับพบว่า... อนาคตที่ไม่มีความตาย คืออนาคตที่ไม่มีความหมาย เรากลายเป็นความว่างเปล่าที่หิวโหย กลายเป็นเสียงสะท้อนที่พยายามจะกลับมาเกิดใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าในร่างของพวกคุณ"
ดร.ไคโรสขยับแว่นสายตา แววตาของเขาดูเคร่งขรึมขึ้น "นั่นคือเหตุผลที่องค์กรของผมพยายามค้นหารหัสลับดวงดาว... เพื่อหยุดยั้งไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิม ไม่ใช่เพื่ออำนาจ แต่เพื่อความอยู่รอดของมิติที่สามนี้"
"โกหก!" ซิเลนเทียหันขวับ ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน "องค์กรของเจ้าไม่ได้ต้องการหยุดยั้ง แต่มันต้องการ 'ภาชนะ' ที่จะบรรจุเศษเสี้ยวของตัวตนเหล่านั้น เพื่อสร้างกองทัพแห่งอมตะที่ไร้วิญญาณ กัปตัน... ดูที่ต้นคอของเขาเสียสิ"
อลิสหันไปมองไคโรสด้วยความตระหนก ชายหนุ่มพยายามจะถอยหลังแต่จังหวะนั้น อลิสพุ่งเข้าไปคว้าคอเสื้อของเขาแล้วดึงออก เผยให้เห็นรอยสักรูปตราสัญลักษณ์ของอารยธรรมโบราณที่กำลังเรืองแสงจางๆ ใต้ผิวหนัง แต่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น... มันคือแผงวงจรขนาดจิ๋วที่กำลังทำงานอย่างบ้าคลั่ง
"ไคโรส... นี่มันหมายความว่ายังไงครับ?" อลิสถามพร้อมกับยกปืนจ่อที่ขมับของเขา
ไคโรสไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัว เขากลับยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มที่ดูแปลกแยกและเย็นชา "ผมก็คือหนึ่งในภาชนะนั้นอลิส... และตอนนี้ ถึงเวลาที่ 'เจ้านาย' ของผมจะได้รับร่างที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการนำทางพวกเราไปสู่การกำเนิดใหม่เสียที"
ทันใดนั้น ท้องฟ้าเหนือยานอวกาศก็ฉีกขาดออกกว้าง กระแสพลังงานมหาศาลไหลทะลักเข้ามาดุจคลื่นสึนามิแห่งดวงดาว ร่างของไคโรสลอยขึ้นจากพื้น ดวงตาของเขากลายเป็นสีขาวโพลนไร้แววตา ในขณะที่ซิเลนเทียกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นสิ่งที่ตามหลังกระแสพลังงานนั้นมา
มันไม่ใช่ยานอวกาศ... มันคือใบหน้าของอลิสอีกร้อยๆ ใบหน้าที่กำลังยิ้มกว้างออกมาจากรอยแยกมิติพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังก้องไปทั่วทั้งจักรวาล
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างไปกับเนบิวลาสตาร์นะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 13
ทฤษฎีการกำเนิดใหม่
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!