เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 39

การสำรวจส่วนลึก

ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
“แรงดันในห้องโดยสารพุ่งเกินขีดจำกัดไปสิบสองเปอร์เซ็นต์แล้วครับกัปตัน ถ้าเราไม่หยุดยาน ‘เซนทิเนล’ ตอนนี้ โครงสร้างไทเทเนียมอัลลอยด์จะบิดเบี้ยวจนเกินเยียวยา!” เสียงตะโกนของดร.ไคโรสดังแทรกเสียงหวีดหวิวของบรรยากาศชั้นบรรยากาศหนาแน่นที่กำลังเสียดสีกับเกราะยานราวกับเสียงกรีดร้องของดวงวิญญาณ อลิส วอล์คเกอร์ กัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างกำคันบังคับจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวโพลน ดวงตาสีฟ้าครามของเธอกวาดมองหน้าจอโฮโลกราฟิกที่สั่นไหวอย่างรุนแรง “เราถอยไม่ได้ไคโรส” อลิสกล่าวเสียงเรียบ แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความทรงจำอันเลวร้ายที่หวนคืนมาดั่งคลื่นกระทบฝั่ง ภาพใบหน้าของลูกเรือที่เธอเคยสูญเสียในภารกิจแรกวูบเข้ามาในหัว “ถ้าเราไม่ลงไปถึงใจกลางนั่น คำตอบเรื่องต้นกำเนิดของสัญญาณ ‘ซิเลนเทีย’ จะหายไปตลอดกาล คุณก็รู้ว่านั่นหมายถึงอะไรสำหรับอนาคตของมนุษยชาติ” “แต่อนาคตของมนุษยชาติจะไม่มีความหมาย หากพวกเรากลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้เปลือกดาวเคราะห์ที่ตายแล้วแห่งนี้!” ไคโรสโต้กลับ เขาสะบัดนิ้วรัวรหัสผ่านลงบนแผงควบคุมหลัก ใบหน้าของเขาปรากฏรอยเคร่งเครียดที่ดูเหมือนการเสแสร้งไม่ค่อยเนียนนัก “กัปตัน... ผมขอถามตรงๆ คุณกำลังทำเพื่อภารกิจ หรือทำเพื่อ ‘แก้แค้น’ อดีตของตัวเองกันแน่?” คำถามนั้นดั่งคมมีดที่กรีดลึก อลิสชะงักไปครู่หนึ่ง บรรยากาศภายในยานอวกาศขนาดเล็กที่กำลังดำดิ่งสู่ใจกลางดาวเคราะห์ ‘เอเรบัส’ ดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ แรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้ทุกอย่างดูพร่าเลือน เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น แต่กลับผลักคันบังคับไปข้างหน้าจนสุดแรง “เตรียมตัวรับแรงกระแทก!” ยานเซนทิเนลพุ่งทะลุชั้นหินหลอมละลายเข้าสู่โพรงขนาดมหึมาที่อยู่ลึกลงไปใต้เปลือกดาวหลายพันกิโลเมตร แสงสว่างจ้าจากผลึกคริสตัลโบราณที่ส่องประกายสีม่วงอมฟ้าตัดกับความมืดมิดในส่วนลึกของดาวเคราะห์เบื้องหน้า มันไม่ใช่ถ้ำ แต่มันคือโครงสร้างเชิงกลไกขนาดมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่มนุษย์มิอาจหยั่งถึง ความเงียบงันเข้ามาแทนที่เสียงหวีดหวิวของพายุ ยานเซนทิเนลหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศด้วยระบบต้านแรงโน้มถ่วงที่เริ่มรวน ไคโรสขยับแว่นสายตาพลางกวาดมองจอภาพที่ค่อยๆ เผยให้เห็นทิวทัศน์เบื้องหน้า—มหานครโลหะที่ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ ราวกับรังผึ้งที่เต้นตุบๆ ตามจังหวะของสนามแม่เหล็ก “นั่นมันไม่ใช่การก่อตัวทางธรณีวิทยา...” อลิสพึมพำ พลางปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างช้าๆ เธอเดินไปที่หน้าต่างบานกว้าง สายตาจับจ้องไปยังใจกลางของสิ่งก่อสร้างนั้น ซึ่งมีทรงกลมสีดำสนิทลอยนิ่งอยู่ “มันคือหัวใจ... เป็นหัวใจที่ยังมีชีวิตของซิเลนเทีย” ไคโรสเดินเข้ามาสมทบข้างๆ เขาไม่ได้มองสิ่งที่อยู่ข้างหน้า แต่มองมาที่แผ่นหลังของอลิส “คุณรู้ไหมกัปตัน ว่าทำไมองค์กรถึงเลือกคุณมาในภารกิจนี้ ทั้งที่คุณมีประวัติเรื่องความล้มเหลว? ไม่ใช่เพราะคุณเก่งที่สุดหรอกครับ... แต่เพราะคุณเป็นคนเดียวที่ ‘ยอมแลกทุกอย่าง’ เพื่อคำตอบที่ไร้ค่า” อลิสหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอคมกริบดั่งใบมีด “คุณกำลังจะบอกอะไรผม ไคโรส? หรือนี่คือเวลาที่คุณจะเลิกเล่นบทนักชีวดาราศาสตร์ผู้ถ่อมตัว แล้วเผยตัวตนจริงๆ ของคุณออกมาเสียที?” ไคโรสหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกผิดกับบุคลิกที่เธอเคยรู้จัก “ผมก็แค่ผู้สังเกตการณ์ที่อยากรู้ว่า มนุษย์คนหนึ่งจะยอมตายเพื่อสิ่งที่ตัวเองไม่เคยเข้าใจได้นานแค่ไหน” ทันใดนั้น ระบบแจ้งเตือนของยานก็ดังสนั่น หน้าจอโฮโลกราฟิกแสดงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติ ทรงกลมสีดำใจกลางเมืองเริ่มหมุนวน ปล่อยละอองแสงสีทองกระจายไปทั่วห้องโดยสาร ละอองเหล่านั้นไม่ได้ทำร้ายพวกเขา แต่มันกลับสร้างภาพนิมิตขึ้นกลางอากาศ เป็นภาพเหตุการณ์ในอดีตที่อลิสพยายามลืมเลือน... ภาพคืนที่ยานลำแรกของเธอระเบิดออกในห้วงอวกาศ และเงาร่างหนึ่งที่ยืนมองเธอจากความมืด อลิสทรุดเข่าลงกับพื้น มือสั่นเทาขณะพยายามปัดป้องภาพหลอนเหล่านั้น “นั่นมัน... คุณ? คุณอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยเหรอ!” ไคโรสไม่ได้ตอบ เขาก้าวถอยหลังไปหาแผงควบคุมหลักแล้วกดรหัสลับที่เขาซ่อนไว้มาตลอดภารกิจ ประตูห้องเก็บตัวอย่างเปิดออกเผยให้เห็นอุปกรณ์บางอย่างที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการสำรวจ แต่มีไว้เพื่อการ ‘ปลุก’ บางสิ่ง “ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อสำรวจดาวเคราะห์ครับอลิส” ไคโรสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับถูกใครบางคนสิงสู่ “ผมมาที่นี่เพื่อไขประตู... และดูเหมือนว่ากุญแจที่ผมตามหามาตลอด ไม่ใช่เครื่องจักรพวกนี้” เขายื่นมือมาที่อลิส ดวงตาของเขาสะท้อนแสงสีม่วงจากภายนอก “กุญแจดอกสุดท้าย... คือความเจ็บปวดที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณของคุณต่างหากล่ะกัปตัน วอล์คเกอร์” ทันใดนั้น พื้นห้องโดยสารก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทรงกลมสีดำเบื้องหน้าหยุดหมุนและพุ่งเข้าหาตัวยานเซนทิเนลด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ ในวินาทีที่แสงสีทองกลืนกินห้องโดยสาร อลิสเห็นเงาร่างของตัวเองในวัยเด็กกำลังยืนอยู่ในห้องกัปตันของยานลำนั้น... และคนข้างๆ เธอ ไม่ใช่ลูกเรือคนไหน แต่มันคือตัวเธอเองในอนาคตที่กำลังแสยะยิ้มกลับมา ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดในห้วงจักรวาลไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ เนบิวลาสตาร์
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%