“วางอาวุธนั่นลงเสีย ดร.ไคโรส... ก่อนที่ผมจะตัดสินใจว่าการมีอยู่ของคุณกลายเป็นภาระที่ผมไม่อาจแบกรับได้อีกต่อไป”
เสียงของกัปตันอลิส วอล์คเกอร์ เย็นเยียบราวกับสุญญากาศนอกยาน เธอยืนตระหง่านอยู่กลางห้องควบคุมการเดินเรือ แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานกะพริบถี่เป็นจังหวะเหมือนหัวใจที่กำลังเต้นรัวด้วยความตึงเครียด รอบกายของเธอคือเจ้าหน้าที่หน่วยรักษาความปลอดภัยที่ถูกพันธนาการด้วยสนามพลังไฟฟ้า พวกเขาคือกลุ่มกบฏที่พยายามจะยึดอำนาจการควบคุม 'เนบิวลาสตาร์' ในช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุด
ดร.ไคโรสชะงักมือที่กำลังแตะแผงควบคุมหลัก เขายิ้มบางๆ ซึ่งดูเหือดแห้งและเต็มไปด้วยความขมขื่น สายตาของเขามองผ่านไหล่ของอลิสไปที่หน้าต่างบานใหญ่ ซึ่งเผยให้เห็นเนบิวลาสีม่วงเข้มที่กำลังหมุนวนราวกับดวงตาของพระเจ้า
“อลิส... คุณไม่เข้าใจหรอกว่าสิ่งที่ผมทำไป มันไม่ใช่การทรยศ” ไคโรสกล่าว น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย “องค์กรที่ส่งเรามา พวกเขาไม่ได้ต้องการสำรวจ พวกเขาต้องการ ‘กวาดล้าง’ หากผมไม่ชิงปิดระบบนำทางนี้เสียก่อน สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าซิเลนเทียจะต้องดับสูญไปพร้อมกับวิวัฒนาการที่ยาวนานนับล้านปี คุณกำลังเป็นเครื่องมือของฆาตกรโดยไม่รู้ตัวนะครับ”
อลิสไม่ขยับแม้แต่ปลายนิ้ว เธอรู้ดีว่าคำพูดของไคโรสมีน้ำหนักแค่ไหน แต่ความทรงจำเกี่ยวกับลูกเรือที่จากไปในภารกิจแรกที่ดาวเคราะห์ดวงหนึ่งยังคงหลอกหลอนเธอ อลิสสอนตัวเองเสมอว่าในอวกาศ ความสงสารคือความตาย
“ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคำแก้ตัวเชิงจริยธรรม” อลิสขยับตัวเข้าใกล้ไคโรสมากขึ้น มือขวาของเธอวางทาบลงบนด้ามปืนพกเลเซอร์ที่ข้างเอวอย่างมั่นคง “หน้าที่ของผมคือการรักษาภารกิจให้ลุล่วง และหากใครก็ตามที่ขัดขวาง ผมก็มีหน้าที่กำจัดความผิดพลาดนั้นทิ้งเสีย”
“ด้วยการสังหารเพื่อนร่วมงานน่ะหรือครับ?” ไคโรสหันมาสบตาเธอ ดวงตาของเขาฉายแวววูบไหวราวกับมีอะไรบางอย่างที่เขายังไม่ได้บอก “คุณเก่งกาจในการสั่งการ แต่คุณเปราะบางในการมองความจริงข้างหลังเหตุการณ์เหล่านั้น”
วินาทีนั้นเอง ไคโรสกดปุ่มสีเงินบนข้อมือทันที!
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นยาน อากาศในห้องเริ่มเบาบางลง แรงดึงดูดเทียมในห้องควบคุมถูกตัดขาด ทั่วทั้งห้องลอยละล่องไปมา อลิสไม่ได้ตื่นตระหนก เธอใช้สัญชาตญาณนักรบถีบตัวเข้าหาเสาเหล็กข้างตัว แรงเหวี่ยงส่งเธอให้พุ่งเข้าหาไคโรสอย่างรวดเร็วราวกับเสือดาวล่าเหยื่อ
“คุณคิดว่าการปิดแรงดึงดูดจะช่วยคุณได้งั้นหรือ?” อลิสตะโกนฝ่าเสียงแจ้งเตือนระบบ
เธอคว้าคอเสื้อของไคโรสไว้ได้ในขณะที่ร่างของเขากำลังลอยเคว้ง มืออีกข้างหนึ่งของเธอเหนี่ยวไกปืนเลเซอร์ใส่แผงควบคุมระบบล้างอากาศที่กำลังทำงานผิดปกติจนมันระเบิดออกเป็นประกายไฟ แสงนั้นสะท้อนในดวงตาที่เยือกเย็นของอลิส ก่อนที่เธอจะใช้แรงทั้งหมดกระแทกร่างของนักชีวดาราศาสตร์ผู้นี้ให้จมลงกับพื้นโลหะที่เริ่มกลับมามีแรงดึงดูดอีกครั้ง
“จบแล้วครับ ดร.ไคโรส” อลิสกดปืนจ่อที่ขมับของเขา “ระบบความปลอดภัยถูกรีเซ็ตเรียบร้อยแล้ว ทุกการกระทำของคุณถูกบันทึกไว้ในกล่องดำของยาน ไม่ว่าคุณจะอ้างเหตุผลอะไร กฎหมายอวกาศจะไม่ปรานีคุณ”
ไคโรสหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าของเขาเปื้อนคราบเลือดจากการกระแทก แต่เขากลับหัวเราะออกมาอย่างแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นยะเยือกเสียจนอลิสรู้สึกวาบหวิวในใจ
“กฎหมายอวกาศ?” ไคโรสยิ้ม “อลิส... คุณคิดว่าคุณคือกัปตันของยานลำนี้จริงๆ งั้นหรือ? คุณลองเช็กดูที่บันทึกข้อมูลล่าสุดสิ... รหัสผ่านที่สั่งการให้ยานลำนี้ ‘กวาดล้าง’ ดาวเคราะห์ซิเลนเทีย ไม่ใช่รหัสขององค์กร แต่มันคือรหัสที่ถูกใส่ลงไปในระบบของคุณ ตั้งแต่วันที่คุณเริ่มออกเดินทางครั้งแรกแล้ว”
อลิสชะงัก มือที่ถือปืนสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความไม่เชื่อ “โกหก... ผมเป็นคนอนุมัติแผนการเดินทางเองทั้งหมด”
“คุณจำไม่ได้แล้วสินะ...” ไคโรสกระซิบ “นั่นเป็นเพราะความทรงจำของคุณถูกดัดแปลงทุกครั้งที่เราเข้าสู่เขตแดนเนบิวลา ‘ซิเลนเทีย’ ไม่ได้ต้องการจะปกป้องสมดุลของจักรวาลจากพวกเรา... แต่เขาต้องการตัวคุณ เพื่อใช้คุณเป็น ‘กุญแจ’ ในการปลดล็อกประตูมิติที่จะทำลายทุกสิ่งที่เรารู้จักทิ้งเสีย”
ทันใดนั้น หน้าจอมอนิเตอร์รอบห้องก็เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน พร้อมกับเสียงสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่แหลมสูงจนบาดหู ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้าสู่สมองของอลิสราวกับเข็มพันเล่มที่พุ่งปักลงมา ความทรงจำที่ขาดหายไปเกี่ยวกับภารกิจแรกเริ่มผุดขึ้นมา... ภาพของเธอที่ไม่ได้ยืนอยู่บนยานลำนี้เพียงคนเดียว แต่เธอกำลังกุมมือนางฟ้าสีเงินตนหนึ่งเอาไว้
อลิสทรุดตัวลง กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดที่ไม่อาจบรรยาย แสงสีม่วงจากภายนอกหน้าต่างยานเริ่มส่องสว่างขึ้นจนกลืนกินห้องควบคุมทั้งห้อง ไคโรสที่ถูกกดอยู่กับพื้นกลับลุกขึ้นยืนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป... ดวงตาของเขาไม่มีสีดำของมนุษย์อีกต่อไป แต่มันเปล่งประกายด้วยคลื่นพลังงานดั่งดวงดาว
“ตื่นขึ้นเถอะครับ กัปตัน...” เสียงของไคโรสเปลี่ยนไปเป็นเสียงที่ก้องกังวานและซ้อนทับกันหลายสิบเสียง “เจ้าของพันธสัญญาที่แท้จริงได้กลับมาถึงบ้านแล้ว”
อลิสเห็นเงาร่างของตัวเองที่ลอยอยู่กลางอากาศ... ไม่ใช่ในฐานะมนุษย์ แต่ในฐานะของพลังงานที่สถิตอยู่ท่ามกลางเนบิวลาแห่งนี้ และในมือของร่างนั้น คือ 'กุญแจ' ที่มีรูปร่างเหมือนเข็มทิศดาราศาสตร์ที่เธอพกติดตัวไว้ไม่เคยห่างมาตลอดทั้งชีวิต
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับแห่งจักรวาลไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ
เนบิวลาสตาร์
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 38
การกบฏที่ล้มเหลว
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!