"ถ้าแกคิดว่าการยืมเสียงฉันในวัยเด็กมาใช้ จะทำให้มือฉันสั่นจนกดปุ่มทำลายตัวเองได้ละก็... แกคิดผิดถนัด"
กัปตันอลิส วอล์คเกอร์ ไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอเลื่อนมือไปแตะซองปืนพลาสม่าที่ข้างเอว ดวงตาสีเทาคู่คมจ้องเขม็งไปยังร่างสีครามที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องควบคุม ยาน ‘อีโวลูชัน’ สั่นสะเทือนเบาๆ เหมือนเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่กำลังหิวโหย คอนโซลนำทางเริ่มกะพริบเป็นสีแดงฉานแทนที่สีฟ้าอ่อนปกติ
ร่างนั้นเอียงคอช้าๆ เสียงของอลิสในวัยเด็กดังออกมาอีกครั้ง แต่มันไม่ได้มีจังหวะจะโคนของมนุษย์ มันแห้งแล้งและแหลมสูงจนน่าขนลุก "ความทรงจำที่หายไป... มันไม่ได้ตายไปไหนหรอกอลิส มันแค่รอวันที่จะดึงตัวเธอลงไปในเหวเท่านั้น"
"ดร.ไคโรส! ทำอะไรสักอย่างกับเครื่องยนต์หลักที!" อลิสตะโกนโดยไม่ละสายตาจากแขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ไคโรสที่กำลังง่วนอยู่กับการรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดโฮโลแกรมหยุดชะงัก ใบหน้าของเขาซีดเผือด แสงสะท้อนจากหน้าจอกระทบแว่นตาจนเห็นเพียงเงาสะท้อนที่บิดเบี้ยว "อลิส... เครื่องยนต์หลักไม่ได้แค่ขัดข้อง แต่มันถูก 'สั่งการ' จากภายนอก แรงดึงดูดกำลังบิดเบี้ยว ถ้าเราไม่หยุดมันตอนนี้ เราจะไม่ได้แค่ตกหลุมดำ แต่เราจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของมิติที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง!"
เสียงสัญญาณเตือนดังลั่นสนั่นยาน โครงสร้างโลหะของ ‘อีโวลูชัน’ ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเหมือนกระดูกที่ถูกบดขยี้ บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ความกดอากาศลดต่ำลงจนหูอื้ออึง อลิสพุ่งตัวเข้าใส่ร่างสีครามนั้น ทว่าก่อนที่นิ้วของเธอจะคว้าถึงตัว อีกฝ่ายกลับสลายกลายเป็นละอองแสงสีคราม ทิ้งไว้เพียงกลิ่นโอโซนที่รุนแรงจนน่าคลื่นไส้
"ซิเลนเทีย..." อลิสพึมพำ ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวเหมือนความทรงจำที่ถูกปลุกเร้าโดยสัญชาตญาณ
"กัปตัน! แรงดึงดูดศูนย์กลางกำลังลากเราเข้าหาจุดเอกฐาน!" ไคโรสตะโกนสุดเสียง พลางกระชากคันโยกควบคุมทิศทาง "ผมจะทำโอเวอร์โหลดระบบเชื้อเพลิงสำรองเพื่อดีดตัวออก แต่มันจะทำให้เราหลุดไปอยู่ในโซนที่ไม่รู้จักของเนบิวลา คุณต้องตัดสินใจเดี๋ยวนี้!"
อลิสคว้าบังเหียนควบคุมยาน แรงจีมหาศาลกดทับร่างของเธอจนต้องกัดฟันแน่น ภาพภายนอกหน้าต่างกระจกนิรภัยไม่ใช่ดวงดาวอีกต่อไป แต่มันคือหลุมดำจำลอง—กลุ่มก้อนพลังงานสีดำสนิทที่กำลังกลืนกินแสงสว่างโดยรอบ ราวกับดวงตาของพระเจ้าที่กำลังจ้องมองความพินาศของมดปลวก
"ไคโรส ถ้าเราตายที่นี่ แกต้องบอกความจริงเรื่ององค์กรนั่นมา" อลิสสั่งเสียงเรียบ แม้ในเสี้ยววินาทีที่ความตายกำลังพุ่งเข้าหา
"เรื่องนั้นเอาไว้หลังรอดเถอะครับ!" ไคโรสตอบกลับมา สีหน้าของเขามีบางอย่างที่อลิสอ่านไม่ออก—ความหวาดกลัวหรือความโล่งใจกันแน่?
ยานสั่นกระชากอย่างรุนแรงจนอลิสกระเด็นไปกระแทกกับผนังห้องควบคุม ทุกอย่างรอบตัวพร่าเลือน ระบบนำทางกรีดร้องเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่หน้าจอจะดับวูบ ความเงียบงันมหาศาลเข้าปกคลุมแทนที่เสียงหวีดหวิวของเครื่องยนต์ อลิสพยายามลืมตาขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่หนาวเหน็บ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่ค่อยๆ จางหายไป แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความตายคือ... เสียงลมหายใจของใครบางคน ที่ไม่ได้มาจากไคโรส—กำลังดังอยู่ใกล้หูเธอเพียงไม่กี่นิ้ว
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... อลิส" เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเธอในวัยเด็ก แต่มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่า... เสียงของคนที่เธอเห็นตายต่อหน้าต่อตาในภารกิจแรกเมื่อสิบปีก่อน
อลิสตัวแข็งทื่อ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบระเบิด มือที่สั่นเทาค่อยๆ เอื้อมไปกดเปิดสวิตช์ไฟฉุกเฉินที่เหลือเพียงดวงเดียว ทันทีที่แสงสลัวสาดส่องไปเบื้องหน้า ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ลมหายใจของเธอขาดห้วงไปทันที เมื่อร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ซิเลนเทีย แต่เป็นร่างของลูกเรือที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปนานแล้ว กำลังยืนยิ้มให้เธอด้วยดวงตาที่ว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่พวกเขาเพิ่งหลุดออกมา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงลึกของอวกาศไปกับผมในบทนี้นะครับ - เนบิวลาสตาร์
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 4
รอยร้าวในระบบนำทาง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!