“นั่นไม่ใช่สัญญาณตอบรับจากอาณานิคม แต่มันคือรหัสสังหารจากบริษัท”
กัปตันอลิส วอล์คเกอร์ กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน นิ้วเรียวยาวของเธอรัวลงบนแผงควบคุมโฮโลแกรมด้วยจังหวะที่เด็ดขาด ดวงตาสีเทาคู่สวยไม่ได้แสดงความหวาดกลัว แต่มันฉายแววความเย็นชาที่ผ่านการหล่อหลอมจากความสูญเสียในอดีต เบื้องหน้าของเธอคือแผนที่ดาราศาสตร์ที่เต็มไปด้วยจุดสีแดงนับสิบที่กำลังเคลื่อนที่เข้าหาตำแหน่งยาน 'เซเลสเทียล เวนเจอร์' ด้วยความเร็วเหนือแสง
ดร.ไคโรส ซึ่งยืนอยู่ข้างกัน ขยับแว่นสายตาที่สะท้อนแสงสีฟ้าจากหน้าจอ เขาไม่ได้พูดอะไรออกมาทันที เพียงแต่ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “พวกเขาไม่ได้มาเพื่อเจรจา กัปตัน ความลับที่เราขุดพบในซากปรักหักพังของซิเลนเทียมันอันตรายเกินกว่าที่ผู้ถือหุ้นของ 'คอร์ปอเรต ไดนามิกส์' จะปล่อยให้รอดไปถึงสถานีอวกาศหลักได้”
“คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหม ไคโรส?” อลิสหันขวับกลับมา ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม “คุณรู้ตั้งแต่ตอนที่เข็มทิศดวงดาวเริ่มทำงาน ว่าบริษัทกำลังจับตาดูเราอยู่ตลอดเวลา”
ไคโรสชะงักไปครู่หนึ่ง มือของเขากำแน่นที่ขอบโต๊ะควบคุม เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่นั่นก็ไม่ใช่การยอมรับ “หน้าที่ของผมคือการสำรวจ ไม่ใช่การเมือง แต่การมีชีวิตรอด... นั่นเป็นหน้าที่ของกัปตันไม่ใช่หรือครับ?”
อลิสแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน “หน้าที่ของฉันคือการพาลูกเรือกลับบ้านให้ครบทุกคน ไม่ใช่กลับไปเป็นศพในอวกาศเพราะความโลภของใครบางคน!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากัน เสียงเตือนภัยความถี่ต่ำก็ดังขึ้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยาน กองทัพยานไร้คนขับของบริษัทเริ่มเปิดฉากโจมตีด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า บรรยากาศภายในยานบิดเบี้ยวทันทีเหมือนภาพวาดที่ถูกราดด้วยกรด กระแสไฟตามทางเดินเริ่มกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดับวูบลงชั่วขณะ ราวกับว่ายานทั้งลำกำลังสำลักอากาศ
“รายงานความเสียหาย!” อลิสตะโกนสั่งการ
“ระบบป้องกันตัวถูกเจาะทะลวงครับ!” เสียงของปัญญาประดิษฐ์ประจำยานดังขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ดูผิดจังหวะกับสถานการณ์ “กองกำลังจากคอร์ปอเรต ไดนามิกส์ กำลังถ่ายโอนข้อมูลรหัสผ่านระดับสูงสุดของเรา... พวกเขากำลังพยายามควบคุมยานจากระยะไกล”
ไคโรสรีบก้าวเข้ามาที่แผงควบคุมหลัก ปลายนิ้วของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเล่นเปียโน “กัปตันครับ ถ้าเราไม่ตัดการเชื่อมต่อจากศูนย์กลาง ยานลำนี้จะกลายเป็นกรงขังลอยฟ้าของเราในไม่กี่นาที แต่การตัดการเชื่อมต่อตอนนี้จะทำให้เราสูญเสียระบบขับเคลื่อนไฮเปอร์ไดรฟ์ไปตลอดกาล”
อลิสมองภาพการโจมตีภายนอกผ่านกระจกนิรภัย แสงสีม่วงจากอาวุธพลังงานของบริษัทสาดส่องเข้ามาเป็นระยะ เธอเห็นภาพหลอนของลูกเรือในภารกิจแรกที่จากไปในเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน ภาพเหล่านั้นไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือเชื้อเพลิงที่ทำให้เธอตัดสินใจ “ถ้ามันจะพัง ก็ขอให้พังด้วยมือของฉัน... ไคโรส! เตรียมระบบสำรองแรงขับด้วยแกนพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า เราจะกระโดดเข้าสู่เขตเนบิวลาที่สาบสูญที่นั่นคลื่นรบกวนจะทำให้สัญญาณของพวกเขาใช้การไม่ได้”
“นั่นมันฆ่าตัวตายชัดๆ!” ไคโรสท้วง “เราไม่มีแผนที่เส้นทางในนั้น!”
“ฉันไม่ต้องการแผนที่ ฉันต้องการแค่ทางรอด” อลิสกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดกว่าครั้งไหนๆ เธอเดินเข้าไปประชิดตัวไคโรส ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “และถ้าฉันจับได้ว่าคุณมีส่วนรู้เห็นในการส่งพิกัดให้พวกนั้น... คุณจะเป็นคนแรกที่ฉันสลัดทิ้งออกไปสู่อวกาศ ก่อนที่เราจะทันได้เข้าเขตเนบิวลาด้วยซ้ำ”
ไคโรสเม้มปากแน่น เขาไม่ได้โต้ตอบ แต่สายตาของเขาเหลือบไปมองที่จอมอนิเตอร์ลับที่เขาซ่อนไว้ในนาฬิกาข้อมือ ข้อมูลที่เขาส่งออกไปเมื่อครู่ไม่ใช่พิกัดของยาน แต่มันคือรหัสลับที่อาจปลุกบางอย่างที่หลับใหลอยู่ใต้ฝุ่นละอองดวงดาวในเนบิวลาให้ตื่นขึ้นมา
แรงกระแทกมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งยาน เมื่อยานรบของศัตรูเข้าปะทะกับเกราะป้องกัน อลิสทรงตัวไม่อยู่จนเซถลาไปกระแทกกับผนัง ทว่าในวินาทีที่เธอกำลังจะสั่งการขั้นสุดท้าย ระบบสื่อสารภายในยานก็ดังขึ้น เสียงที่แทรกเข้ามานั้นไม่ใช่เสียงของศัตรู และไม่ใช่เสียงของลูกเรือ แต่มันคือเสียงก้องกังวานที่ฟังดูเหมือนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่พยายามเลียนแบบภาษาของมนุษย์อย่างตะกุกตะกัก
*“กัปตัน... อลิส... ท่าน... มา... ถึง... แล้ว...”*
ร่างของซิเลนเทียปรากฏขึ้นเป็นเงาพร่าเลือนบนจอแสดงผลใจกลางห้องควบคุม ดวงตาของมันที่ประกอบด้วยจุดแสงนับล้านจ้องมองมาที่อลิส ราวกับจะอ่านทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ ในจังหวะนั้นเอง ไคโรสก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าจอหลักเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว กองทัพยานของบริษัทที่กำลังไล่ล่าพวกเขากลับชะงักงันเหมือนถูกแช่แข็งในอวกาศ ก่อนที่ยานลำใหญ่ที่สุดจะถูกบดขยี้ด้วยแรงดึงดูดมหาศาลที่จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
“เกิดอะไรขึ้น?” อลิสถามเสียงสั่น “นั่นพวกเขาส่งมาเพิ่มหรือว่า...?”
“ไม่ใช่ครับกัปตัน” ไคโรสตอบด้วยเสียงแหบพร่า “นั่นไม่ใช่บริษัท... แต่มันคือสิ่งที่อยู่ข้างในเนบิวลา... และดูเหมือนว่ามันไม่ได้ต้อนรับพวกเราทุกคน”
ประตูกั้นห้องควบคุมถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของชายชุดดำกลุ่มหนึ่งในเครื่องแบบของบริษัทที่ถืออาวุธล้ำสมัยพุ่งเข้ามาหมายจะควบคุมสถานการณ์ ทว่าสิ่งที่พวกเขาพบกลับไม่ใช่คน แต่เป็นร่างของซิเลนเทียที่แผ่ขยายรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าเข้มข้นจนอาวุธในมือของทุกคนแตกสลายกลายเป็นผงละเอียดไปต่อหน้าต่อตา ในจังหวะที่อลิสกำลังจะคว้าปืนพกขึ้นมานั้น มือของซิเลนเทียที่ทำจากแสงสว่างวาบก็พุ่งเข้าแตะที่หน้าอกของเธอ ทันใดนั้น ความทรงจำที่เธอไม่เคยมี... ความทรงจำของดวงดาวที่ล่มสลายก็นับล้านภาพก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอจนแทบคลั่ง!
นี่ไม่ใช่ภารกิจสำรวจ... แต่เป็นภารกิจส่งคืนพันธสัญญาที่พรากชีวิตของลูกเรือเธอไปเมื่อหลายปีก่อนอย่างนั้นหรือ?
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านดวงดาวไปกับผม หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นจนวางไม่ลงนะครับ
เนบิวลาสตาร์
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 31
แผนการร้ายของบริษัท
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!