เสียงถอดสลักกระสุนพลาสมาของปืนไรเฟิลจู่โจมรุ่น Mk-9 ดังขึ้นเบาๆ ในความเงียบงันของห้องควบคุมสำรอง ยานสำรวจ *นอติลุส* ลอยลำนิ่งสนิทอยู่เหนือวงโคจรของดาวเคราะห์เคออส-4 บรรยากาศภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอโฮโลแกรมที่สะท้อนลงบนใบหน้าตึงเครียดของกัปตันอลิส วอล์คเกอร์
ดร.ไคโรสยืนอยู่ห่างออกไปสามก้าว นิ้วเรียวยาวของเขาเคาะโต๊ะควบคุมเป็นจังหวะกระชั้นชิด สายตาคมกริบมองตรงมายังร่างโปร่งแสงที่กึ่งลอยอยู่กลางห้อง สิ่งมีชีวิตต่างดาวนาม "ซิเลนเทีย" ตัวแทนแห่งอารยธรรมโบราณกำลังส่งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่ำๆ ออกมาจากเปลือกนอกที่คล้ายผลึกคริสตัลระยิบระยับ
"คุณกำลังเอาชีวิตรอดของลูกเรือทุกคนไปแขวนไว้กับความว่างเปล่า, กัปตันอลิส" ไคโรสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงกระแสกดดันอย่างชัดเจน "บันทึกภาคสนามจากศูนย์บัญชาการใหญ่ระบุชัดเจนว่าสิ่งมีชีวิตกลุ่มนี้คือภัยคุกคามระดับโอเมก้า พวกมันไม่เคยเจรจา... พวกมันแค่กลืนกินอารยธรรมอื่นเพื่อความอยู่รอด"
อลิสไม่ได้หันไปมองคู่คิดของเธอ นิ้วเรียวของเธอยังคงกุมด้ามปืนแน่นจนข้อต่องอขาวโพลน ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังคลื่นสัญญาณที่ซิเลนเทียกำลังฉายภาพสามมิติขึ้นกลางอากาศ มันคือแผนผังโครงสร้างเนบิวลาที่ล่มสลาย และจุดสีแดงกระพริบที่บ่งบอกถึงรหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ ซึ่งตรงกับพิกัดที่ทีมสำรวจของเธอกำลังตามหา
"แล้วบันทึกของศูนย์บัญชาการเคยบอกคุณไหมครับ, ดร.ไคโรส ว่าทำไมทีมสำรวจชุดแรกถึงหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย?" อลิสถามกลับ น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของไคโรสได้ทันที "เอกสารลับระดับสิบที่ฉันเพิ่งถอดรหัสได้เมื่อสามชั่วโมงก่อน... มันบอกว่าพวกเราไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อ 'สำรวจ' แต่ถูกส่งมาเพื่อ 'กวาดล้าง' ดาวดวงนี้ด้วยอาวุธชีวภาพต่างหาก"
ไคโรสชะงักไปชั่วขณะ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ดวงตาหลังเลนส์แว่นสะท้อนความไหววูบเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามวิสัยของนักวิทยาศาสตร์ผู้กุมความลับ "คุณกำลังหลงกลภาพลวงตาของมัน... จิตวิทยาของพวกมันเหนือกว่าเรา มันกำลังเล่นกับปมเรื่องการสูญเสียลูกเรือในอดีตของคุณ อลิส คุณกำลังใช้อารมณ์ตัดสิน"
"ผมไม่ได้ใช้อารมณ์..." อลิสลดปืนลงช้าๆ แต่สายตายังคงมั่นคง เธอหันกลับมามองซิเลนเทียที่แผ่คลื่นแสงอุ่นๆ ออกมาโอบล้อมรอบตัวเธอ ความรู้สึกอึดอัดและระแวงแคลงใจที่เคยมีต่อสิ่งมีชีวิตต่างดาวผู้นี้ กลับถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจอันน่าประหลาด "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีมของเรา... คนของสหพันธ์ที่เราเชื่อใจ กลับโกหกเรามาตลอดทาง พวกเขาปิดบังว่าดาวดวงนี้มีอารยธรรมที่ยังมีชีวิตอยู่ และสิ่งที่ซิเลนเทียพยายามทำมาตลอด คือการปกป้องสมดุลของจักรวาล ไม่ใช่การทำลาย"
ซิเลนเทียส่งเสียงสั่นพ้องในคลื่นความถี่ต่ำที่แปลความหมายตรงเข้าสู่โสตประสาทโดยตรง *'ความไว้วางใจไม่ใช่สิ่งที่จะร้องขอ... แต่มันคือการยอมรับความเปราะบางของกันและกัน'*
อลิสสูดลมหายใจเข้าลึก ฃเธอตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุดในชีวิตการเป็นทหารอวกาศ เธอยื่นมือเปล่าออกไปข้างหน้า สัมผัสเบาๆ กับปลายรยางค์ที่เป็นผลึกคริสตัลของซิเลนเทีย ทันทีที่ผิวสัมผัสกัน กระแสข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่สมองของเธอ ภาพความทรงจำนับพันปีของอารยธรรมโบราณ ความเจ็บปวดจากการถูกทรยศ และเจตจำนงอันบริสุทธิ์ในการปกป้องจักรวาลพรั่งพรูเข้ามาจนเธอเกือบทรุดลงไปกองกับพื้น แต่ในขณะเดียวกัน มันคือก ารยืนยันที่ชัดเจนที่สุดว่า ซิเลนเทียไม่เคยมีเจตนาทำร้ายมนุษยชาติเลยแม้แต่น้อย
ไคโรสเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพสะท้อนของการเชื่อมต่อทางจิตวิญญาณนั้น มือของเขาเอื้อมไปแตะที่เครื่องส่งสัญญาณฉุกเฉินบนปกเสื้อโดยไม่รู้ตัว "คุณกำลังทำลายทุกสิ่งที่เราสร้างมา..."
"ถ้าสิ่งที่พวกคุณสร้างคือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์..." อลิสเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไคโรสไม่เคยเห็นมาก่อน "บางที... การทำลายมันทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนี้ อาจเป็นหนทางเดียวที่เราจะได้มีความเป็นมนุษย์ที่แท้จริง"
บรรยากาศในห้องควบคุมตึงเครียดจนแทบหยดเป็น 0 องศาเซลเซียส ทั้งสองฝ่ายยืนเผชิญหน้ากันด้วยอุดมการณ์ที่ขัดแย้งสุดขั้ว ระหว่างกฎระเบียบของสหพันธ์ที่ไร้หัวใจ กับความจริงอันเปราะบางที่เพิ่งถูกค้นพบผ่านสิ่งมีชีวิตต่างดาว
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเต้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งลำยาน *นอติลุส*
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ระบบนำทางถูกล็อกโดยอัตโนมัติจากภายนอก และข้อความเข้ารหัสลับจากกองยานรบหลวงของสหพันธ์ก็ปรากฏขึ้นกลางห้อง พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำอันเย็นชาของพลเรือเอกมาร์คัสที่ดังผ่านระบบสื่อสารสำรอง
*“กัปตันอลิส วอล์คเกอร์... ตรวจพบการทรยศต่อสหพันธ์ คำสั่งฉุกเฉินมาตรา 9 เริ่มทำงาน หน่วยจู่โจมพิเศษกำลังเข้าเทียบท่าในอีกสามนาที... จงยอมจำนนเสีย”*
ไคโรสสะดุ้งสุดตัวเมื่อเห็นรหัสผ่านที่ปรากฏบนหน้าจอของเขาเอง รหัสผ่านที่เชื่อมโยงกับคำสั่งของพลเรือเอกโดยตรง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หันขวับมามองอลิสที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสายตานิ่งสนิท ทว่าแฝงร่องรอยของการรู้ทันทุกย่างก้าว
ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงระเบิดตูมสนั่นก็ดังขึ้นที่ประตูล็อกเกอร์นิรภัยด้านหลังห้องควบคุม ประกายไฟสีส้มสาดกระเซ็น พร้อมกับรอยเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนที่กำลังก้าวเข้ามาในความมืดทีละก้าว... ทีละก้าว... อย่างคุกคาม
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมสำรวจห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างไปกับเนบิวลาสตาร์ในตอนนี้นะครับ
เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ•ตอนที่ 34
การเรียนรู้ที่จะเชื่อใจ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนบิวลาแห่งพันธสัญญา: รหัสลับดวงดาวที่สาบสูญ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!