เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 11

ความรู้สึกที่มากกว่างาน

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนคนท้องผูกเรื้อรังแบบนั้น ผมเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงต้องเปลี่ยนสถาปนิก... หรือไม่ก็เปลี่ยนคนคุมงานที่มีอารมณ์ขันมากกว่านี้สักหน่อย" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่ดังขึ้นเหนือศีรษะ รณกรสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังตีกันยุ่งเหยิงในหัว เขากะพริบตาไล่ความมึนงง ก่อนจะพบว่าถ้วยกาแฟเซรามิกสีดำสนิทถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสอย่างเบามือ ไออุ่นพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกลิ่นหอมกรุ่นของเอสเพรสโซ่คั่วเข้ม—รสชาติเดียวกับที่เขาชอบสั่งเวลาทำงานดึกๆ โดยที่เจ้าตัวไม่เคยเอ่ยปากบอกใครด้วยซ้ำ รณกรปรายตามองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าคมคายของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานของเขา ชุดสูทสีเข้มไร้ที่ติถูกถอดสูทนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนแกร่งที่บ่งบอกถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ "ขอบคุณครับ... แต่ผมไม่ได้สั่ง" สถาปนิกหนุ่มสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบสนิทเพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่มันดันเต้นผิดจังหวะอย่างไร้สาเหตุ ตั้งแต่เหตุการณ์ระทึกขวัญที่เซฟเฮาส์ลับในคืนก่อน คินน์ก็มักจะมีมุมประหลาดๆ แบบนี้โผล่มาเสมอ—มุมที่เหมือนจะใจดี เกินกว่าหน้าที่ของ 'ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง' จะพึงกระทำ "ไม่ได้สั่ง แต่ผมสั่งให้คุณ" คินน์ยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่รณกรลงความเห็นว่ามันอันตรายต่อสุขภาพจิตของเขาเสียยิ่งกว่าแปลนตึกถล่ม "คุณทำงานติดต่อกันมาสี่ชั่วโมงโดยไม่แม้แต่จะกระพริบตา รณกร... คุณเป็นสถาปนิก ไม่ใช่หุ่นยนต์เหล็กไหล ถ้าดีไซน์พังเพราะสมองขาดน้ำตาล ผมคงต้องคิดดอกเบี้ยคุณแพงเป็นพิเศษ" "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะครับ คุณคินน์" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ เอื้อมมือไปหยิบแก้วกาแฟขึ้นมาจิบเพื่อซ่อนอาการประหม่า รสชาติกลมกล่อมกำลังพอดี ความขมปลายลิ้นช่วยดึงสติให้เขากลับมาสู่โลกความเป็นจริง "แล้วก็นะ เลิกทำตัวเป็นพ่อคนที่สองของผมสักที ผมอายุสามสิบแล้ว ไม่ใช่เด็กสามขวบที่จะต้องมีคนมาคอยเตือนให้กินน้ำกินท่า" "สามสิบแล้วไง? หน้าตาเด็กกว่าอายุตั้งเยอะ แถมดื้อตาใสเป็นสถิติโลกอีกต่างหาก" คินน์ตอบกลับหน้าตาเฉย ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองรณกรด้วยประกายบางอย่างที่อ่านยาก—มันไม่ใช่สายตาของมาเฟียที่ใช้กดดันเหยื่อ แต่มันคือสายตาของ... ชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังจ้องมองสิ่งของล้ำค่า รณกรนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างแรง คำพูดแซวเล่นติดตลกพวกนั้น หากมาจากคนอื่นเขาก็คงสวนกลับด้วยคำด่าเจ็บๆ คันๆ ไปนานแล้ว แต่พอเป็นคินน์... คนที่เบื้องหลังมือเปื้อนเลือดแต่กลับกางปีกปกป้องเขาจากกระสุนปืนและแรงกดดันสารพัด รณกรกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนขนปุยบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ความใจดีที่เคลือบมากับความกวนประสาท... มันอันตรายเกินไปแล้ว "มองหน้าผมแบบนี้... เริ่มหลงเสน่ห์ผมเข้าแล้วล่ะสิ" คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้โดยไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนรณกรได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่มวนโปรด ปลายจมูกแทบจะชนกันหากรณกรไม่รีบเอนตัวถอยหลังจนเก้าอี้หมุนเกือบคว่ำ "ถอยไปเลยนะ คุณคินน์!" รณกรโพล่งขึ้น ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ความเขินอายแปรเปลี่ยนเป็นความเก้อเขินที่ต้องรีบหาทางกลบเกลื่อน "ผมไม่ได้ว่างงานจนต้องมานั่งพิศหน้าคุณหรอกนะ งานตรงหน้ากองเป็นภูเขาเลากา เห็นไหมเนี่ย!" คินน์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ชอบใจเสียเหลือเกินที่ได้เห็นคนปากเก่งเสียอาการ เขาไม่ได้ถอยห่างตามที่อีกฝ่ายต้องการ กลับยิ่งวางมือลงบนพนักเก้าอี้ทั้งสองข้าง กักตัวรณกรไว้ในวงแขนอย่างกลายๆ "ปากแข็งชะมัด" คินน์พึมพำเสียงแผ่ว ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า ก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "แต่เวลาเขินแล้วหูแดงแบบนี้... น่ารักดีนะ" *ตึกตัก ตึกตัก* เสียงหัวใจของรณกรดังสะท้อนก้องในโสตประสาท มันดังเสียจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ชายหนุ่มเม้มปากแน่น สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางหลุดพ้นจากสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเงยหน้าสบตากลับด้วยแววตาแข็งกร้าวที่พยายามปั้นแต่งขึ้นมากลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ถ้าว่างมากนัก ก็ไสหัวไปตรวจดูความปลอดภัยรอบไซต์งานโน่นครับ หรือไม่ก็ไปเซ็นเอกสารงบประมาณที่โต๊ะคุณโน่นเลยไป อย่ามาเกะกะการทำงานของผม" "ไล่เก่งจริงนะ" คินน์ยอมผละตัวออกอย่างเสียดาย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงประดับอยู่บนมุมปาก "โอเคๆ ผมไม่กวนแล้ว แต่บอกไว้ก่อนนะว่าเย็นนี้ผมมีธุระต้องพาคุณไป 'ที่นึง' เตรียมตัวเคลียร์งานให้เสร็จภายในสองชั่วโมงนี้ซะ" "สถานที่อะไรอีกละครับ เซฟเฮาส์ลับกระสุนปืนนั่นยังไม่เข็ดเหรอไง" รณกรเลิกคิ้วถามอย่างระแวง "ไม่ใช่เซฟเฮาส์... แต่เป็นที่ที่จะทำให้คุณเข้าใจผมมากขึ้น" คินน์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ปล่อยให้รณกรนั่งค้างเติ่งอยู่กับความสงสัยและความปั่นป่วนในอกที่ยังไม่สงบลง สองชั่วโมงถัดมา งานออกแบบโครงสร้างเฟสแรกถูกสะสางจนเสร็จสิ้น รณกรถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ขณะกำลังจะปิดคอมพิวเตอร์ เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้น มันคือข้อความจากเมษา เพื่อนสนิทตัวดีที่หายหัวไปตระเวนกินชาบูซะหลายวัน *[เมษา]: อี(นามปากกาผู้แต่ง)รณกร! แกอยู่ไหน ยัยหนู! ฉันได้ข่าววงในมาโคตรช็อก แหล่งข่าวระดับวีไอพีบอกว่า... ศัตรูตัวฉกาจของไอ้คุณคินน์มันกำลังเคลื่อนไหว มันรู้ที่กบดานของพวกแกแล้วนะเว้ยระวังตัวไว้!* รณกรขมวดคิ้วมุ่น อ่านข้อความซ้ำไปซ้ำมา ความเย็นเฉียบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ศัตรูตัวฉกาจงั้นหรือ? หมายความว่าไอ้คนที่ตามล่าพวกเขายังไม่ยอมแพ้สินะ แกร๊ก... เสียงเปิดประตูห้องทำงานดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยือกเย็นดุจนักล่าที่พร้อมขย้ำเหยื่อ "พร้อมรึยังรณกร เราต้องไปกันแล้ว" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ รณกรเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม มือที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความสับสนที่ตีรวนอยู่ในอก เขาควAจะเตือนคินน์เรื่องข่าวกรองของเมษาดีไหม? หรือเขาควรจะถอยห่างจากอันตรายนี้เสียที? ทว่า ก่อนที่รณกรจะได้อ้าปากเอ่ยคำใดออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยสีแดงฉานก็พลันดังสนั่นหวั่นไหวทั่วทั้งอาคาร พร้อมๆ กับแสงไฟในห้องที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดและไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวม คินน์พุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือของรณกรไว้แน่น แรงดึงนั้นกระชากให้สถาปนิกหนุ่มลุกขึ้นยืนประชิดอกแกร่งทันที ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้มท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยที่กรีดร้องระรัว "เกิดอะไรขึ้น..." รณกรพึมพำเสียงสั่น หัวใจหล่นไปตาตุ่ม คินน์ไม่ตอบคำถาม มือข้างหนึ่งกระชับปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใต้สูทขึ้นมาเตรียมพร้อม ส่วนมืออีกข้างโอบเอวบางของรณกรให้แนบชิดกับตัวยิ่งขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองความมืดเบื้องหน้าด้วยสัญชาตญาณดิบเถื่อน "มีคนมาต้อนรับเราเร็วกว่าที่คิด..." คินน์กระซิบข้างหู น้ำเสียงนิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยความอันตรายสุดขีด "อยู่ใกล้ผมไว้ รณกร... อย่าปล่อยมือจากผมเด็ดขาด" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมาครับ)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%