กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดเข้มข้นผสมกับกลิ่นกระดาษไขราคาแพงในห้องทำงานส่วนตัวของคินน์ ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศตึงเครียดนี้น่าอภิรมย์ขึ้นเลยแม้แต่น้อย
ปลายนิ้วเรียวของรณกรเคาะลงบนแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกใสเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าสายตากลับจดจ้องร่างสูงใหญ่ของคนที่เพิ่งลั่นวาจาประโยคชวนใจเต้นเมื่อวินาทีที่แล้วอย่างไม่ลดละ
"ยืนนิ่งๆ ไว้ครับคนเก่ง... เดี๋ยวผมจะแสดงให้ดูว่าหมาบ้าที่เห่าหอนอยู่ตรงนั้น มันควรจะจบลงยังไง"
คำพูดนั้นยังก้องอยู่ในโสตประสาท พร้อมกับเงาสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่เผยให้เห็นความเคลื่อนไหวภายนอก คินน์ไม่ได้ขยับตัวไปไหนไกล ร่างสูงยังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง เกือบจะแนบชิดจนรณกรสัมผัสได้ถึงไอSอุ่นที่แผ่ออกมาจากแผ่นอกกว้าง แม้ปากจะบอกให้ยืนนิ่งๆ แต่ไอ้ท่าทีคุกคามแบบเนียนๆ นี่ต่างหากที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มฝีปากกล้าอย่างเขาต้องแสร้งทำเป็นเชิดหน้าขึ้น เพื่อกลบเกลื่อนอัตราการเต้นของหัวใจที่ดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ปล่อยผมก่อนเถอะคุณคินน์ มือไม้เกะกะจริงนะ" รณกรเอ่ยเสียง hึดhัด พยายามขยับตัวหนีวงแขนแข็งแกร่งที่วางพาดอยู่บนพนักพิงเก้าอี้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไวกว่า คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างใบหู
"กลัวเหรอครับ คุณสถาปนิกคนเก่ง เมื่อกี้ยังเถียงผมฉอดๆ อยู่เลยนี่นา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ชวนให้หมั่นไส้จนรณกรต้องเบี่ยงหน้าหนีแทบไม่ทัน
"ใครกลัว ทุเรศแล้ว... ถอยไปเลยนะ" รณกรถลึงตาใส่ จงใจใช้ศอกกระทุ้งเข้าที่สีข้างของคนตัวโตเบาๆ เป็นการเตือน
คินน์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ยอมผละตัวออกห่างเล็กน้อยเพื่อเปิดทางให้รณกรได้หายใจสะดวกขึ้น แต่สายตาคมกริบคู่นั้นยังคงทอดมองมาด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านไม่ออก บอกไม่ถูกว่าเป็นความเจ้าเล่ห์หรือความเอ็นดูกันแน่
"ดูนี่สิครับ" คินน์เปลี่ยนเรื่องฉับพลัน นิ้วแกร่งกดรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะทำงาน หน้าจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่ที่ซ่อนอยู่บนเพดานเลื่อนลงมาปรากฏภาพแผนผังโครงสร้างของโครงการอสังหาริมทรัพย์โปรเจกต์ยักษ์ที่รณกรเป็นคนออกแบบ แต่สิ่งที่น่าตกใจไม่ใช่ตัวแบบตึกเหล่านั้น มันคือหน้าต่างเบราว์เซอร์หลายจอที่ถูกเปิดซ้อนทับกัน พร้อมกับข้อความแชทและเส้นทางการเงินที่ถูกไฮไลต์ด้วยสีแดงฉาน
รณกรขมวดคิ้วมุ่น ความเป็นมืออาชีพด้านสถาปัตยกรรมและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที "นั่นมัน... เส้นทางโอนเงินของบริษัทรับเหมาช่วงที่ถอนตัวไปกะทันหันเมื่อเดือนก่อนไม่ใช่เหรอ"
"ถูกต้องครับ" คินน์เลิกคิ้ว สายตาคมเปลี่ยนเป็นความเย็นชาในเสี้ยววินาที "พวกมันไม่ได้แค่ถอนตัวธรรมดา แต่กำลังร่วมมือกัน... ทั้งไอ้เสี่ยธนาที่เสียผลประโยชน์จากที่เราไม่ยอมก้มหัวให้เรื่องประมูลที่ดินแปลงนั้น กับกลุ่มทุนสีเทาที่ใช้ชื่อนอมินีถือหุ้นไขว้กันไปมา เป้าหมายเดียวของพวกมันคือทำลายเซฟเฮาส์ และทำให้บริษัทของคุณกลายเป็นแพะรับบาปในคดีโครงสร้างทรุดตัว"
รณกรสูดลมหายใจเข้าลึก 3 วินาทีเพื่อประมวลผล สมองที่เคยคิดแต่เรื่องแปลนตึกและวัสดุก่อสร้างตอนนี้กำลังคำนวณเกมการเมืองธุรกิจที่สกปรกโสมمยิ่งกว่าหน้างานก่อสร้างตอนฝนตก "หมายความว่า... ข่าวลือเรื่องวัสดุก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานที่เมษากำลังตามสืบอยู่ เป็นฝีมือของพวกมันที่จงใจปล่อยข่าวปั่นกระแส เพื่อบีบให้ผมต้องเซ็นยกเลิกสัญญาใช่ไหม"
"ฉลาดมากครับคนเก่ง สมกับที่เป็นสถาปนิกคนโปรดของผม" คินน์ยิ้มมุมปาก ทว่าดวงตากลับไร้ซึ่งความขบขัน "แต่เสียดายที่เกมนี้... มันเพิ่งจะเริ่มต้นจริงๆ เท่านั้นเอง"
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นด้วยกลิ่นอายของการเอาคืน เสียงสมาร์ตโฟนบนโต๊ะทำงานของรณกรก็แผדเสียงแหลมขึ้นมาทำลายความเงียบ เมษาเพื่อนสนิทตัวแสบโทรเข้ามาพอดี รณกรกดรับสายทันทีโดยไม่ต้องคิดเปิดสปีดสปีกเกอร์
[กร! แกอยู่ที่ไหน แกดูข่าวช่องสามหรือยังวะ ไอ-เสี่ยธนา กับพวกสมาคมผู้รับเหมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวร่วมกันแล้วนะ พวกมันบอกว่าตึกเฟสแรกของแกกำลังจะถล่มเพราะใช้วัสดุลดต้นทุน! ตอนนี้พวกนักข่าวแห่ไปรอสัมภาษณ์แกที่หน้าสำนักงานใหญ่แล้วนะเว้ย!] น้ำเสียงร้อนรนของเมษาดังทะลุออกมาจากลำโพง
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวโรจน์อย่างคนไม่ยอมคน "หึ... รวดเร็วทันใจดีนี่ อยากพังชื่อเสียงฉันนักใช่ไหม ได้..."
ก่อนที่รณกรจะทันได้พูดแผนการโต้กลับ มือหนาของคินน์ก็เอื้อมมาแตะลงบนหลังมือของเขาเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือน รณกรเงยหน้าขึ้นมองสบตากับคนตัวโตที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ปล่อยให้พวกมันดีใจไปก่อนครับ..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง ชวนให้ขนลุกเกรียว "ในเมื่อพวกมันอยากเล่นเกมสกปรกนัก เราก็แค่จัดฉากเวทีให้ใหญ่ขึ้น... แล้วรอดูวันที่พวกมันตกลงมาตายอนาถพร้อมกันทีเดียว"
รณกรเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครمครามไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะเคมีอันตรายที่แผ่ซ่านอยู่ระหว่างเขากับผู้ชายปากร้ายคนนี้ มันทั้งเร้าใจ บ้าคลั่ง และชวนให้เสี่ยงตายไปพร้อมกันเสียเหลือเกิน
"แล้วคุณจะเอายังไงต่อล่ะ คุณคินน์" รณกรเชิดหน้าขึ้น ท้าทายกลับด้วยรอยยิ้มเยหยันที่มุมปาก "ไหนลองโชว์ให้ผมดูหน่อยสิ ว่าหมาบ้าที่คุณพูดถึง มันจะมีปัญญาเห่าได้อีกนานแค่ไหน"
คินน์ยิ้มกริ่ม ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความถูกใจ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของสถาปนิกหนุ่มอย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอารณกรชะงักค้างไปชั่วขณะ
"คืนนี้... เราจะไปงานเลี้ยงการกุศลของพวกมันกันครับ" คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าจนรณกรแทบละลาย "ไปในฐานะแขกวีไอพี... ที่จะไปกระชากหน้ากากพวกมันกลางงาน"
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากอีเมลลับในคอมพิวเตอร์ดังขึ้นขัดจังหวะ รณกรเหลือบสายตาไปมองหน้าจอที่ปรากฏภาพเอกสารลับสุดยอด ซึ่งเป็นหลักฐานการฮั้วประมูลของเสี่ยธนาและพรรคพวก เอกสารชิ้นสำคัญที่ตามหากันมานานถูกส่งตรงเข้ามาแบบสดๆ ร้อนๆ
รณกรเบิกตากว้าง หันกลับมามองหน้าคินน์ด้วยความประหลาดใจ "นี่คุณ... ส่งคนไปฉกเอกสารนี้มาเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!"
"ผมบอกแล้วไงครับว่าผมเร็วกว่าที่คุณคิดเสมอ..." คินน์ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับใบหูของคนตัวเล็ก "เตรียมชุดสูทสีดำตัวเก่งของคุณไว้ให้ดีนะคนเก่ง คืนนี้เรามีนัดไปงานศพ... เอ๊ย งานเลี้ยงอำลาพวกมัน"
ทว่า ในวินาทีที่รณกรกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดจิกกัดตามสไตล์ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่หน้าประตูห้องทำงานกระจกนิรภัย
ปัง!
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของบอดี้การ์ดมือขวาของคินน์พุ่งพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า
"นายครับ! แย่แล้วครับ... ตำรวจกองปราบกับหมายค้น บุกมาถึงล็อบบี้บริษัทแล้วครับ!"
________________________________________
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาโลดแล่นในเกมอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ!* - มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 21
เกมที่เริ่มสนุกขึ้น
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!