เสียงกระจกนิรภัยชั้นดีแตกละเอียดดังสนั่น พร้อมกับแรงปะทะมหาศาลที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างหลักของห้องโถงรับแขก เมษาหวีดร้องสุดเสียงจนแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ร่างโปร่งบางกระโดดหลบเศษแก้วที่พุ่งราวกับหابلฝนคมกริบตามสัญชาตญาณดิบ
"หมอบลง!"
รณกรไม่แม้แต่จะมีเวลาคิดทบทวนความวาบหวามจากสัมผัสเมื่อคืนก่อนหน้านี้ สถาปนิกหนุ่มพุ่งตัวเข้าคว้าข้อมือเพื่อนสนิทแล้วกระชากลงหมอบราบกับพื้นพรมหนานุ่มทันที ดวงตาคมกวาดมองประเมินความเสียหายและวิถีกระสุนที่เจาะทะลุกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างแม่นยำ ผนังปูนฉาบเรียบและเสาคอนกรีตเสริมเหล็กถูกเจาะเป็นรูโบ๋ ควันจางๆ ลอยกรุ่นพร้อมกลิ่นดินปืนที่เตะจมูกจนฉุนกึก
"นะ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ยคุณกร!" เมษายกมือขึ้นปิดหู ตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ ใบหน้าที่มักจะเชิดใส่ชาวบ้านซีดเผือดไร้สีเลือด "เราอยู่ในคฤหาสน์ของไอ้พ่อมดมาเฟียไม่ใช่เหรอ ทำไมระบบความปลอดภัยมันถึงห่วยแตกกว่าร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยแบบนี้!"
"หุบปากแล้วหมอบต่ำๆ ไว้เมษา!" รณกรเอ็ดเสียงเขียว แม้ในใจจะเริ่มเต้นรัวด้วยความตื่นตระหนกไม่แพ้กัน เขารู้ดีว่าโครงสร้างบ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาอย่างรัดกุมตามหลักสถาปัตยกรรมเพื่อความปลอดภัยสูงสุด แต่การที่มือปืนสามารถเจาะทะลวงเข้ามาถึงห้องโถงชั้นในได้ในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้ แปลว่าพวกมันมีทั้งอาวุธหนักและข้อมูลวงในที่แม่นยำจนน่ากลัว
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงปืนเก็บเสียงดังต่อเนื่องเป็นชุด กระสุนนัดแล้วนัดเล่าฝังลงบนเฟอร์นิเจอร์ราคาแพงจนนุ่นและเศษไม้กระจายเกลื่อนกลาด ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ร่างสูงสง่าในชุดสูทเนื้อดีก็ก้าวออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว สีหน้าของคินน์ไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบราวนักล่าฉายแววเย็นเยียบและดุดันจนน่าขนลุก ในมือหนากุมปืนพกสั้นกึ่งอัตโนมัติกระบอกงามไว้มั่น
"สถาปนิก... ดูท่าทางผลงานการออกแบบบ้านของคุณจะต้องมีการรีโนเวทครั้งใหญ่เสียแล้วกระมัง" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางห้วงวิกฤต คินน์ไม่ได้สนใจกระสุนที่เฉียดผ่านไหล่เขาไปแม้แต่น้อย สายตาคมกวาดมองหารณกรทันทีที่ก้าวพ้นขอบประตู
รณกรอยากจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบสักร้อยแปดกระบวนท่า แต่สถานการณ์ตรงหน้าไม่อำนวยให้เขามาต่อปากต่อคำกับเจ้าพ่อมาเฟียปากเสีย สถาปนิกหนุ่มกัดฟันกรอด พุ่งตัวลุกขึ้นวิ่งฝ่าวิถีกระสุนตรงเข้าไปกระชากแขนแกร่งของอีกฝ่ายให้หลบหลังเสาคอนกรีตรับน้ำหนักหลักทันที
"เลิกเล่นมุกตลกหน้าตายแล้วฟังผมนะคุณคินน์!" รณกรตวาดเสียงกร้าว ใบหน้าหวานง้ำงอด้วยความโมโหปนระคนหวาดกลัว "พวกมันใช้อาวุธเจาะเกราะ แรงปะทะระดับนี้แปลว่าไม่ใช่แค่มือสมัครเล่น เสาต้นนี้รับน้ำหนักได้แค่โครงสร้างส่วนหน้า ถ้าเรายังยืนบื้ออยู่ตรงนี้ได้กลายเป็นรังผึ้งแน่!"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปล่อยให้ร่างเพรียวบางของอีกฝ่ายออกคำสั่งโดยไม่มีท่าทีขัดขืน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างนึกขัน แม้ในสถานการณ์ที่กระสุนกำลังโปรยปรายลงมาดั่งห่าฝน "เป็นห่วงผมหรือครับสถาปนิก หน้าตาคุณตอนนี้ดูเหมือนอยากจะกินหัวผมมากกว่ากลัวตายเสียอีกนะ"
"ประสาท!" รณกรถลึงตาใส่แทบถลน "ผมกลัวตายจะ ากต่างหากเล่า! ถ้าคุณตายตอนนี้โปรเจกต์ของผมก็ล่มสไปด้วยสิ ใครจะจ่ายเงินก้อนโตให้ผมล่ะ ห๊ะ!"
"ปากแข็งเสียจริง..." คินน์พึมพำเบาๆ มือหนาเอื้อมไปควחוคเอวบางของรณกรเข้ามาแนบชิดตามสัญชาตญาณการปกป้อง เมื่อเสียงกระจกด้านทิศตะวันตกแตกกระจายเพิ่มขึ้นอีกจุด พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่โรยตัวลงมาจากระเบียงชั้นสอง
"หมอบลงต่ำ!" คินน์กดหัวรณกรให้แนบกับแผงอกของตนเองในเสี้ยววินาที พร้อมกับยกปืนขึ้นยิงสวนออกไปสามนัดซ้อน เสียงกรีดร้องของเมษาดังประสานกับเสียงร่างของมือปืนที่ร่วงกระแทกพื้นชั้นล่างดังตุบ
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ลอยอบอวลเข้ามาแตะจมูก รณกรใจเต้นรัวแรง ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะเสียงปืนหรือเพราะสัมผัสแนบชิดที่แนบแน่นจนเกินความจำเป็นในสถานการณ์คับขันนี้ ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่โอบกระชับรอบเอวของเขาไว้อย่างมั่นคงทำให้ความหวาดกลัวเมื่อครู่เจือจางลงไปชั่วขณะ
"เมษา! ตามมา!" รณกรตะโกนเรียกเพื่อนสนิทที่ยังคงหมอบตัวสั่นอยู่หลังโซฟา เมษารีบคลานสี่ขาพุ่งเข้ามาหลบรวมกันหลังเสาต้นใหญ่ทันทีด้วยความรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ
"คุณกร... เราจะตายไหมเนี่ย ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับดาราหนุ่มคนนั้นเลยนะ ฮือ..." เมษาโอดครวญ น้ำตาคลอเบ้า
"ถ้าเธอไม่หุบปากแล้ววิ่งตามหลังผมไปติดๆ ได้ตายก่อนได้แต่งแน่เมษา!" รณกรหันไปดุเพื่อนสนิทเสียงเขียว ก่อนจะหันมาสบตากับเจ้าของคินน์ที่ตอนนี้สีหน้าเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด "ทางหนีไฟฝั่งปีกตะวันออกถูกบล็อก พวกมันรู้แปลนบ้าน... แปลว่ามีหนอนบ่อนไส้"
"รู้สิครับ" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดุจพญามารทอประกายเหี้ยมเกรียม "แต่พวกมันคงลืมไปว่า... เจ้าของบ้านตัวจริงอย่างผม ไม่เคยไว้ใจใคร แม้กระทั่งคนสนิทของตัวเอง"
พูดจบ คินน์ก็ใช้มืออีกข้างผลักแผงควบคุมระบบอัจฉริยะที่ซ่อนอยู่หลังผนังไม้สักทอง กลไกซับซ้อนส่งเสียงคลิกเบาๆ ก่อนที่ผนังส่วนหนึ่งจะเลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นทางเดินลับที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง ความมืดมิดชวนอึดอัดแผ่ซ่านออกมาพร้อมกับอากาศเย็นเยียบ
"เชิญครับสถาปนิกคนเก่ง พิสูจน์ฝีมือหน่อยซิว่า ทางหนีที่คุณไม่ได้เป็นคนออกแบบอันนี้... จะพาเราไปรอดได้หรือเปล่า" คินน์หันมาเลิกคิ้วท้าทาย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นท่ามกลางเสียงปืนที่ยังคงดังสนั่นระรัวอยู่ด้านนอก
รณกรเม้มริมฝีปากแน่นอย่างหมั่นไส้ ต่อให้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด ผู้ชายคนนี้ก็ยังหาจังหวะกวนประสาทเขาได้เสมอ แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกอื่น สถาปนิกหนุ่มจึงก้าวเท้าเตรียมพุ่งตัวเข้าไปในอุโมงค์ลับนั้นทันที
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะสัมผัสกับขอบประตูทางเดินเบื้องหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็หยุดชะงักลงตรงหน้าทางเข้าลับพอดี พร้อมกับลำแสงสีแดงจากเลเซอร์เล็งเป้าที่พาดผ่านดวงตาของทั้งสามคน
คินน์ชะתาฝีเท้ากะทันหัน ร่างสูงก้าวเข้ามาบังหน้าให้รณกรโดยสัญชาตญาณ ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังเงาดำที่ก้าวออกมาจากความมืดของปลายอุโมงค์
ร่างของชายสวมหน้ากากสีดำสนิทก้าวช้าๆ ออกมา ปลายกระบอกปืนติดลำV้องเก็บเสียงในมือชี้ตรงมาที่กลางหน้าอกของคินน์พอดี และเสียงทุบกระจกจากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของมือปืนอีกกลุ่มที่ตีวงล้อมเข้ามาปิดตายทุกเส้นทาง
"ยินดีต้อนรับสู่เซฟเฮาส์... นายท่านคินน์" เสียงแหบพร่าผ่านเครื่องแปลงเสียงดังขึ้นจากชายสวมหน้ากาก "น่าเสียดายนะที่คุณออกแบบบ้านหลังนี้มาดีเกินไป... จนพวกเราต้องมาช่วยรื้อทิ้งให้ถึงข้างใน"
รณกรที่แอบมองอยู่ด้านหลังแผ่นหลังกว้างของคินน์ หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนที่เดินตามหลังชายสวมหน้ากากคนนั้นออกมา... คนที่ควรจะอยู่ที่ห้องควบคุมความปลอดภัยหลัก และเป็นคนเดียวที่มีรหัสผ่านประตูทุกบานในคฤหาสน์หลังนี้
"มะ...หมายความว่ายังไง..." เมษาอุทานเสียงหลง หน้าซีดเผือดกว่าเดิม
คินน์หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่ากลัว โดยไม่มีทีท่าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"หึ... นึกไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าจะเป็นแก..." คินน์เอ่ยชื่อคนทรุดตัวคุกเข่าอยู่ด้านหลังมือปืนด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวดาบอาบยาพิษ "คนที่ฉันไว้ใจที่สุด... กลับขายข้อมูลให้พวกสวะพวกนี้ในราคาที่ถูกเหลือเชื่อ"
——————————————————————————
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุนกันเสมอนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 9
เช้าอันตราย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!