เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 8

เมื่อแมวดื้อเจอหมาป่า

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ถอยไปครับคุณคินน์ พื้นที่ส่วนตัวของผมไม่ได้กว้างพอจะต้อนรับคนตัวใหญ่ขนาดนี้" รณกรแค่นยิ้มมุมปาก พยายามขยับตัวถอยหลังหนีสัมผัสจากฝ่ามือหนาที่วางทาบลงบนพนักพิงเก้าอี้กักขังเขาไว้ในวงแขน แต่มันกลับเปล่าประโยชน์ เมื่อคนตรงหน้าขยับเข้ามาประชิดจนแผ่นอกกว้างแทบจะแนบชิดกับไหล่ของเขา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ พุ่งเข้าปะทะจมูกจนคนตัวเล็กกว่าถึงกับชะงัก คินน์ไม่ได้ถอยตามคำสั่ง เขากลับโน้มตัวลงมา ใบหน้าคมคายเลื่อนเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน ดวงตาคมกริบดุจหมาป่าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่พยายามฉายแววแข็งกร้าวกลบเกลื่อนความหวั่นไหว "ปากเก่งเหมือนเดิมเลยนะครับสถาปนิก" เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มจนรณกรขนลุกซู่ "แต่จำไม่ได้เหรอว่าเมื่อกี้ผมบอกว่าเรื่องของเราต้องคุยกัน 'ยาว' กว่าที่คิด" "เรื่องงานเราจบแล้วครับ ส่วนเรื่องอื่นผมไม่คิดว่าเรามีอะไรต้องคุยกัน" รณกรตอบโต้ทันควัน พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้สั่นไหว แม้หัวใจจะเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก คินน์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนมาเชยคางมนขึ้นอย่างถือดี นิ้วโป้งเรียวยาวลูบไล้ริมฝีปากล่างของคนตรงหน้าเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้าแต่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้คนถูกกระทำต้องหยุดหายใจ "แน่ใจเหรอครับ?" คินน์ลากเสียงยาว "คนที่เก็บของหนีจากเซฟเฮาส์ผมไปโดยไม่ลา... คิดว่าผมจะปล่อยให้จบง่ายๆ แบบนี้จริงๆ น่ะหรือ?" รณกรปัดมือนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่สวยหรี่ลงด้วยความรำคาญ "ผมไม่ได้หนี ผมแค่กลับบ้าน เพราะผมไม่ชอบอยู่กับคนที่ไม่รู้จักกาลเทศะ" "กาลเทศะงั้นเหรอ?" คินน์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นหลังของรณกร เขาขยับตัวบีบวงล้อมให้แคบลงจนรณกรต้องเอนหลังพิงขอบโต๊ะทำงานจนสุดทาง "สำหรับผม... การที่สถาปนิกหนุ่มฝีปากจัดดันมามีอิทธิพลต่อความรู้สึกผมจนนอนไม่หลับนี่สิ คือเรื่องที่ผิดกาลเทศะที่สุด" รณกรชะงักไปครู่หนึ่ง คำสารภาพที่เหมือนการหยอกล้อทำให้สมองเขาประมวลผลไม่ทัน แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมาเขาก็รีบตั้งสติแล้วแสยะยิ้มตอบ "งั้นก็เชิญไปกินยานอนหลับแทนการมาหาผมดีกว่าครับคุณคินน์ เพราะผมไม่มีหน้าที่เป็นหมอนข้างให้ใคร" คินน์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขากลับโน้มตัวลงมาใกล้กว่าเดิม จนริมฝีปากของเขาห่างจากริมฝีปากของรณกรเพียงแค่กั้นหายใจ สายตาที่เคยมั่นคงเปลี่ยนเป็นดุดันและหิวกระหายเหมือนหมาป่าที่จ้องมองเหยื่อที่ดิ้นไม่หลุด "ถ้าผมบอกว่าผมไม่ได้อยากได้หมอนข้าง... แต่ผมอยากได้อย่างอื่นล่ะ?" รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความเงียบงันในห้องทำงานกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ทั้งคู่สบตากันราวกับจะรบรากันด้วยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็น รณกรเริ่มรู้สึกว่าแผนการตั้งกำแพงป้องกันตัวเองกำลังถูกพังทลายลงด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่เขากำลังเผชิญอยู่ จังหวะที่หัวใจของรณกรกำลังเต้นผิดจังหวะเพราะความใกล้ชิดที่เกินขอบเขต เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่ลูกบิดประตูจะหมุนวนโดยไม่รอคำอนุญาต "กร! ฉันมีข่าววงในมาบอกว่าพวกนั้นเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว... เฮ้ย!" เมษาชะงักค้างอยู่ที่หน้าประตู ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นฉากรักสุดระอุภายในห้องทำงาน รณกรสะดุ้งสุดตัวและพยายามผลักอกคินน์ออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ขยับแม้แต่นิ้วเดียว คินน์เพียงแค่ค่อยๆ ผละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง พร้อมกับหันไปมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยสายตาเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดจากการถูกขัดจังหวะ รณกรหอบหายใจถี่ ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อด้วยความอับอายและตื่นตระหนก เขารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ก่อนจะถอยห่างจากคนตัวสูงด้วยหัวใจที่ยังเต้นรัวไม่หยุด คินน์เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันมามองรณกรอีกครั้ง "ดูท่าวันนี้งานจะยังไม่จบ... ไว้เราค่อยมาต่อเรื่อง 'ความรู้สึก' ของผมกันใหม่นะครับ สถาปนิก" คำพูดนั้นทิ้งท้ายไว้ให้รณกรยืนนิ่งค้าง ท่ามกลางความสับสนและความวาบหวามที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวแก้ม ขณะที่เมษายังคงยืนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูกกับสถานการณ์ตรงหน้า ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้ด้วยความสนุกนะครับ หวังว่าตอนต่อไปจะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับรณกรมากกว่านี้ครับ มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%