กลิ่นอายจางๆ ของดินปืนและเลือดผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงบนตัวของคินน์ มันไม่ใช่บรรยากาศที่คุณจะหาได้ทั่วไปในสำนักงานสถาปัตยกรรม แต่สำหรับรณกรแล้ว มันกลายเป็นความคุ้นชินที่ชวนให้ปวดหัวเสียมากกว่า
"คุณช่วยปล่อยแขนผมก่อนจะทำกระดูกผมหักได้ไหมครับ คุณคินน์"
รณกรเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในห้องทำงานส่วนตัวของคินน์ หลังจากที่ลูกน้องชุดสูทดำนับสิบคนเพิ่งเดินเรียงแถวออกไปอย่างไร้ซุ่มเสียง ปล่อยให้พวกเขาสองคนเผชิญหน้ากันในระยะประชิด
นิ้วเรียวยาวของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลยังคงตรึงข้อมือของสถาปนิกหนุ่มเอาไว้แน่น ไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นเจ็บ แต่ก็มากพอที่จะทำให้ขยับหนีไปไหนไม่ได้ ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสำรวจรอยเปื้อนฝุ่นบนเสื้อเชิ้ตของรณกรด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด
"ผมบอกแล้วว่าที่นี่ไม่ปลอดภัย" คินน์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ รอยยิ้มเยาะหยันที่มักจะประดับอยู่บนริมฝีปากหายไป แทนที่ด้วยความตึงเครียดที่แผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงหลายองศา "แต่คุณก็ยังดื้อรั้น จะออกไปตรวจหน้างานคนเดียวให้ได้ ทำไมครับ? หรือการเอาชีวิตไปแขวนไว้บนเส้นด้ายมันเป็นงานอดิเรกโปรดของสถาปนิกปากเก่งอย่างคุณ"
รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตตวัดมองตอบอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความหวาดหวั่นจากเหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ แต่ทิฐิและสัญชาตญาณการป้องกันตัวกลับสั่งให้เขาต้องสวนกลับทันควัน
"ถ้าผมมัวแต่รอให้คุณมาอุ้มผมหนีไปไหนมาไหน ผมคงไม่ได้สร้างตึกอะไรสักหลังในชีวิตนี้หรอกครับ อีกอย่าง... คนที่ควรเช็คสติไม่ใช่ผม แต่เป็นคุณต่างหากที่เอาปัญหาพวกนี้เข้ามาในชีวิตผม" รณกรดึงข้อมือกลับอย่างแรงจนหลุดจากการพันธนาการ "เราตกลงกันแค่เรื่องแบบแปลนอาคารและการรีโนเวทเซฟเฮาส์บ้าๆ นี่ ไม่ใช่การมานั่งเล่นเกมไล่ล่าฆ่าแกงกับใครหน้าไหนทั้งนั้น!"
คำพูดนั้นทำให้คินน์นิ่งไป ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย รังสีความหงุดหงิดพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ตั้งแต่รู้จักกันมา รณกรไม่เคยแสดงท่าที "อยากถอยหนี" ชัดเจนขนาดนี้มาก่อน ทุกครั้งอีกฝ่ายมักจะเถียงคำไม่ตกฟาก ประชดประชัน หรือไม่ก็ทำตัวเป็นหนามยอกอกที่เขายิ่งอยากเข้าใกล้ แต่ตอนนี้... แววตาที่รณกรใช้มองเขากลับเต็มไปด้วยความพยายามที่จะตีตัวออกห่างอย่างเห็นได้ชัด
สถาปนิกหนุ่มกำลังถอยหลังทีละก้าว
และนั่นคือสิ่งที่คินน์เกลียดที่สุด
"ตีตัวออกห่างเหรอครับ?" คินน์ก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว จนรณกรต้องถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ คินน์ใช้แขนข้างหนึ่งยันกำแพงกั้นทางหนีไว้ ก้มตัวลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มขาว "คุณคิดว่าหลังจากที่ผมดึงคุณเข้ามาพัวพันในโลกของผมแล้ว คุณจะมีสิทธิ์เดินกลับออกไปเฉยๆ งั้นเหรอครับ รณกร"
"คุณมันบ้า..." รณกรเม้มปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้กลิ่นกายเฉพาะตัวของคินน์—กลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นอันตราย—โอบล้อมเขาไว้จนแทบหายใจไม่ออก "ปล่อยผมนะ ผมจะกลับบ้าน เมษารออยู่ที่คอนโดแล้ว"
ทันทีที่ชื่อของเพื่อนสนิทถูกเอ่ยขึ้น คินน์ก็แค่นเสียงหัวเราะในลำคอที่ฟังดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม
"เมษาเหรอครับ? เพื่อนสนิทผู้แสนดีของคุณคนนั้น คงกำลังยุ่งอยู่กับการสืบเรื่องของผมจนหัวหมุนมากกว่าจะมานั่งรอคุณหรอกครับ" คินน์โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะเฉียดผ่านใบหู "เลิกเอาคนอื่นมาอ้างเพื่อหนีหน้าผมสักที รณกร... บอกผมมาตรงๆ ดีกว่า ว่าอะไรที่ทำให้คุณสติแตกขนาดนี้ หรือว่า... การที่ผมเข้าใกล้คุณมากเกินไป มันทำให้คุณเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างที่คุณกลัวจะควบคุมมันไม่ได้กันแน่"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้รณกรสะดุ้งวาบ ดวงตาไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาแข็งกระด้างดังเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
"เพ้อเจ้ออะไรของคุณ ผมจะกลัวอะไร? ผมแค่รำคาญ!" รณกรเงยหน้าขึ้นสบตา ปฏิเสธเสียงแข็งทั้งที่ฝ่ามือชื้นเหงื่อ "รำคาญที่คุณทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ รำคาญที่คุณชอบบังคับ และที่สำคัญที่สุด... ผมเกลียดการอยู่ในที่ๆ ไม่ปลอดภัยแบบนี้!"
"ถ้าเกลียดนัก..." คินน์กระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์บางอย่าง มือหนายื่นออกไปไล้กรอบหน้าของสถาปนิกหนุ่มอย่างแผ่วเบa ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงเขาไม่หยุด "ทำไมคุณถึงไม่ยอมไปให้พ้นจากผมเสียทีล่ะครับ... ทำไมทุกครั้งที่ผมสั่งให้คุณไปไกลๆ คุณถึงยังยืนดื้ออยู่ตรงนี้เพื่อเถียงกับผมแบบนี้ล่ะ หื้ม?"
รณกรชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนนั้นลากผ่านพวงแก้ม ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งสองชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่ดังจนน่าหนวกหู สายตาของคินน์ในตอนนี้ไม่ได้มีคราบความเย่อหยิ่งของนักธุรกิจหรือความโหดเหี้ยมของมาเฟีย แต่มันเต็มไปด้วยความเว้าวอนและความคลั่งไคล้ที่ถูกเก็บกดเอาไว้ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา
มันเป็นเคมีที่อันตราย... อันตรายเสียจนรณกรไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ทว่า ก่อนที่สถาปนิกหนุ่มจะทันได้หาคำพูดคมคายไหนมาตอบโต้เพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนี้ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รออนุญาต
"คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ ทางฝั่งโกดังเก่าที่เราเพิ่งไปตรวจเมื่อเช้า... ระบบโครงสร้างหลักถูกลอบวางระเบิดเวลาครับ!"
เสียงรายงานจากลูกน้องคนสนิทที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาทำลายความเงียบลงอย่างสิ้นเชิง รณกรเบิกตากว้างเมื่อได้ยินคำว่า *โครงสร้าง* ในขณะที่คินน์ผละออกจากตัวเขาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าคมคายเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที
คินน์หันกลับมามองรณกรที่ยังคงยืนพิงกำแพงด้วยแววตาที่ลึกล้ำยากจะคาดเดา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่แฝงไปด้วยประกายไฟอันตราย
"ดูท่าทาง... เรื่องของเราคงต้องคุยกันยาวกว่าที่คิดแล้วล่ะครับ สถาปนิก"
"มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 7
รอยร้าวที่ไม่ได้มาจากโครงสร้าง
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!