เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 6

สถาปนิกจอมจุ้น

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
กลิ่นอายของกาแฟคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างขวางบนชั้นสูงสุดของคฤหาสน์ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่รณกรสนใจในวินาทีนี้ นิ้วเรียวใต้ถุงมือหนังบางเฉียบกำลังบรรจงใช้ปลายมีดคัตเตอร์กรีดตามแนวรอยต่อวอลเปเปอร์ลายวินเทจอย่างเงียบเชียบที่สุด หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นโครمครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังดังแข่งกับจังหวะชีพจรที่เร่งเร้า เหตุผลที่เขายอมเสี่ยงตายแอบย่องขึ้นมาเหยียบ "เขตหวงห้าม" ของคินน์ในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็นไร้สาระ แต่เป็นเพราะสัญชาตญาณดิบเตือนว่า ผังโครงสร้างของอาคารหลังนี้มี "บางอย่าง" ถูกซ่อนไว้—บางอย่างที่สถาปนิกมืออาชีพอย่างเขาไม่มีวันมองข้ามความผิดปกติขององศาผนังที่หายไปสามสิบเซนติเมตรได้ แกร็ก... เสียงโลหะขูดเข้ากับแผ่นปูนด้านหลังเบาหวิว แต่มันดังดั่งเสียงฟ้าผ่าในโสตประสาทของรณกร วอลเปเปอร์ถูกลอกออกเผยให้เห็นแผงควบคุมระบบความปลอดภัยแบบสแกนลายม่านตาและรหัสผ่านสิบหลัก ฝุ่นผงปูนซีเมนต์ร่วงกราวลงบนพรมราคาแพง รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตะลึงเมื่อประจักษ์ชัดว่าห้องลับที่อีตามาเฟียปากร้ายพยายามปิดบังนักหนามีอยู่จริง และมันไม่ได้อยู่หลังชั้นหนังสือปลอมๆ แบบในหนังเกรดบี แต่มันซ่อนอยู่หลังโครงสร้างรับน้ำหนักหลักของตัวตึกต่างหาก "คิดจะเล่นซ่อนหากับผมเหรอครับคุณคินน์... คุณประเมินสถาปนิกคนนี้ต่ำเกินไปแล้ว" รณกรพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางหยิบแท็บเล็ตขนาดเล็กออกมาเพื่อสแกนคลื่นความถี่ของแผงวงจรไฟฟ้า สมองส่วนวิเคราะห์ทำงานอย่างเต็มกำลังเพื่อหาช่องโหว่ในการเจาะระบบ ทว่า... ในวินาทีที่นิ้วเรียวกำลังจะกดลงบนหน้าจอเพื่อรันโค้ดคำสั่ง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก กึก... กึก... กึก... เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนย่างช้าๆ แต่มั่นคง ทุกย่างก้าวที่ขยับเข้ามาใกล้เปรียบเสมือนเข็มนาฬิกานับถอยหลังสู่ความหายนะ รณกรสะดุ้งสุดตัว สมองสั่งการให้รีบถอยหลังแต่ร่างกายกลับแข็งค้างด้วยความตกใจ รูม่านตาขยายกว้าง ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า—เขากำลังจนมุม บานประตูไม้สักทองขนาดใหญ่ถูกผลักออกอย่างไร้เสียง เตียงหรือโซฟาก็ไม่มีให้ซ่อนตัวทัน รณกรกวาดสายตาเลิกลัฏไปทั่วห้องก่อนจะตัดสินใจพุ่งตัวไปหลบหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีชาเนื้อหนาทึบที่ทอดยาวจรดพื้น พร้อมกับจังหวะเดียวกับที่ไฟในห้องถูกเปิดขึ้นสว่างวาบ แสงไฟนีออนสีส้มอ่อนสาดส่องเข้ามาภายในห้อง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นประจำตัวของคินน์—กลิ่นซีดาร์วู้ดผสมความเย้ายวนของยาสูบ—ลอยแตะจมูกทันทีที่เจ้าของห้องก้าวเข้ามา รณกรแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ เขายืนแนบชิดกับกระจกหน้าต่างเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งกำชายผ้าม่านแน่นจนข้อ นิ้วขาวซีด เสียงฝีเท้าหยุดลงตรงกลางห้อง "แปลกจริง..." เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงความเยียบเย็นไว้จนสันหลังวาบ "อุณหภูมิห้องเปลี่ยนไป... และกลิ่นแปลกปลอมนี่มันอะไรกัน" รณกรหลับตาลงช้าๆ สมองประมวลผลหาทางรอดอย่างบ้าคลั่ง อีตาบ้านี่หูดีเป็นสุนัขหรือไง ถึงได้สังเกตความผิดปกติแค่เศษเสี้ยววินาทีที่เขาเปิดประตูเข้ามาได้! "ออกมาเถอะครับ..." เสียงของคินน์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ห่างจากผ้าม่านผืนที่รณกรยืนหลบซ่อนอยู่เพียงแค่เอื้อมมือ "หรือจะให้ผมต้องเป็นคนไปเปิดต้อนรับหนูตัวน้อยที่แอบเข้ามาขโมยของเองดีล่ะ... หื้ม?" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้าแหย่แต่แฝงความอันตรายแบบฉบับนักล่าทำให้รณกรขนลุกซู่ ร่างโปร่งเกร็งเครียดจนกล้ามเนื้อแทบจะเป็นตะคริว เขาปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้มีรัศมีกดดันที่รุนแรงแค่ไหน เมื่อรู้ว่าไม่มีทางหนีพ้น รณกรจึงตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจกลับคืนมา มือเรียวปล่อยจากชายผ้าม่านแล้วก้าวออกมาเผชิญหน้าอย่างไม่นึกกลัว แม้ว่าหัวใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอกก็ตาม "ไม่ต้องลำบากเดินมาเปิดหรอกครับ..." รณกรเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงานด้วยสายตานิ่งสนิท พยายามซ่อนความหวั่นไหวไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน "พอดีผมเป็นคนชอบบริการตัวเอง... โดยเฉพาะเรื่องการสำรวจ 'โครงสร้างภายใน' ของคนอื่นเนี่ย ผมถนัดนักเชียว" คินน์ไม่ได้แสดงอาการตกใจแม้แต่น้อยเมื่อเห็นร่างบางก้าวออกมาจากหลังผ้าม่าน นัยน์ตาคมกริบสีเข้มคู่นั้นกวาดมองรณกรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาวาววับ ประกายไฟบางอย่างสะท้อนอยู่ในดวงตาคู่นั้น—ประกายของความพึงพอใจและ... ความอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินคนตรงหน้าเข้าไปทั้งตัว มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย คินน์ค่อยๆ ล้วงมือลงในกระเป๋ากางเกงสแล็คอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินสาวเท้าเข้าไปหารณกรทีละก้าว ช้าๆ แต่กดดันจนสถาปนิกฝีปากกล้าต้องเป็นฝ่ายถอยหลังก้นชนกับกระจกหน้าต่างเสียเอง "สถาปนิกจอมจุ้นอย่างคุณนี่..." คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้วหู ร่างสูงกักขังอีกฝ่ายไว้ระหว่างอ้อมแขนและกระจกบานใหญ่ "รู้ตัวไหมครับว่า... การรุกล้ำเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของผมแบบนี้ มันมีบทลงโทษที่รุนแรงแค่ไหน?" รณกรเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาคมปลาบที่มองมาอย่างมีความหมาย แต่ทว่า... ปลายคางมนกลับถูกปลายนิ้วแข็งแรงของคินน์เชยขึ้นบังคับให้หันกลับมาสบตาตรงๆ ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันโรยตัวปกคลุมทั่วห้อง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ แต่เคมีระหว่างคนทั้งสองกลับพุ่งพล่านเสียจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าว "ผมไม่กลัวคุณหรอกครับ..." รณกรเค้นเสียงพูดออกไปทั้งที่หัวใจสั่นระรัว พยายามรักษาฟอร์มความอวดดีไว้เป็นเกราะกำบัง "คิดเหรอว่าใช้วิธีนี้ขู่ผมแล้วผมจะถอย? บอกไว้ก่อนนะว่าผมเจออะไรมาเยอะกว่าอีตามาเฟียปากร้ายอย่างค——" คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจู่ๆ คินน์ก็ขยับใบหน้าเข้ามาประชิดอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า ริมฝีปากหยักกดทับลงมาปิดกั้นคำพูดอวดดีทั้งหมดอย่างไร้ความปรานี รณกรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลแต่ดุดันที่ถูกถาโถมเข้ามา กลิ่นกาแฟผสมกับลมหายใจอุ่นร้อนทำให้รณกรแทบละลาย มือบางที่ตั้งใจจะผลักอกอีกฝ่ายออก กลับเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของคินน์แน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกวาบหวามสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อเรียวลิ้นร้อนเริ่มแทรกซึมเข้ามาลุกล้ำในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสที่ทั้งดุดันและร้อนแรงทำให้สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครถึงกับขาอ่อนยวบ ในจังหวะที่รณกรกำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบที่ควบคุมไม่ได้นั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานก็ดัง "ปี๊ด! ปี๊ด!" ก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์ พร้อมๆ กับหน้าจอแผงควบคุมลับที่รณกรแอบเปิดค้างไว้เมื่อครู่เกิดระเบิดประกายไฟแปลบปลาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน! คินน์ผละริมฝีปากออกช้าๆ นัยน์ตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในเสี้ยววินาที ร่างสูงหันขวับไปมองแผงควบคุมที่กำลังส่งควันสีขาวพวยพุ่งออกมา ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกกระชากเปิดผางด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดคนสนิทที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา "นายครับ! ระบบความปลอดภัยโซน B ถูกแฮกจากภายนอก... เอ่อ..." บอดี้การ์ดหนุ่มชะงักกึกเมื่อเห็นสภาพนายเหนือหัวยืนประชิดตัวอยู่กับรณกรในระยะอันตราย ร่างบางของสถาปนิกยังคงหอบหายใจจนอกกระเพื่อม ริมฝีปากบวมเจ่อเล็กน้อยจากการจูบเมื่อครู่ คินน์ปรายตามองลูกน้องด้วยแววตาดุดันจนอีกฝ่ายต้องรีบก้มหน้าหลบแทบไม่ทัน ก่อนที่ร่างสูงจะหันกลับมามองสถาปนิกจอมจุ้นที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ตรงหน้า มุมปากของมาเฟียหนุ่มยกยิ้มขึ้นอย่างมีความหมาย รอยยิ้มที่ทำให้รณกรสังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียเลย "ดูท่าทาง..." คินน์โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของรณกรด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่า "เราคงต้องคุย 'เรื่องของเรา' ให้จบ... หลังจากจัดการพวกหนูสกปรกที่บังaอาจเข้ามาเล่นสนุกในบ้านผมเสร็จแล้วล่ะครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและคอยสนับสนุนผลงานของผมเสร็จสรรพด้วยความรักเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%