เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 5

อาหารมื้อแรกกับความลับระดับโลก

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
"ยอดวิวสามแสนแปดหมื่นคนภายในเวลาสามสิบวินาที... สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกท่าน ตอนนี้เมษาพามาบุกเซฟเฮาส์ลับของพ่อสถาปนิกหน้าหยกคนเก่งแล้วนะครับ ไหน ๆ เจ้าของบ้านหน้าบึ้งช่วยหันมาทักทายกล้องหน่อยสิครับว่า ที่ลือกันว่าหนีมาซุกตัวกับเจ้าพ่ออสังหาฯ นี่เป็นเรื่องจริงหรือจัดฉาก?" เสียงใสแจ๋วราวกับนกร้องของเมษาดังแทรกเข้ามาในความเงียบงันของห้องรับประทานอาหารทันทีที่หน้าจอสีแดงสว่างวาบ รณกรที่กำลังถือตะเกียบหนีบเนื้อปลาแซลมอนเกือบจะเผลอปัดมันหลุดมือด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มไม่ได้หันไปมองเพื่อนสนิทตัวแสบที่กำลังชูโทรศัพท์มือถือไลฟ์สดอยู่เบื้องหลัง เขากลับวางตะเกียบลงบนจานกระเบื้องเคลือบราคาแพงด้วยเสียงที่ดังพอให้ได้ยินชัดเจน "เมษา... นายอยากตายคาตีนฉันตอนนี้เลยไหม หรือจะรอให้ฉันจ้างคนโยعนายไปทิ้งแม่น้ำเจ้าพระยาดี เลือกเอาครับ" รณกรเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิต "อุ๊ย! ท่านผู้ชมครับ ดูความดุของสถาปนิกคนนี้สิครับ หน้าตาก็สวยหวานแต่ทำไมปากร้ายจัง แบบนี้ล่ะมั้งเขาถึงเรียกว่า สวยพิฆาต" เมษาหัวเราะคิกคักอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังจ่อกล้องเข้ามาใกล้ใบหน้าของรณกรมากขึ้นไปอีกจนเห็นขนตางอนงามได้อย่างชัดเจน ข้อความคอมเมนต์ที่วิ่งไหลผ่านหน้าจออย่างรวดเร็วยิ่งกว่าสายน้ำเชี่ยวเต็มไปด้วยคำถามและเสียงฮือฮาของชาวเน็ต บรรยากาศบนโต๊ะอาหารหรูหราที่ควรจะเงียบสงบและเป็นส่วนตัว กลับกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในชั่วพริบตาเดียว ทว่า... ท่ามกลางความวุ่นวายที่อินฟลูเอนเซอร์ตัวแสบสร้างขึ้น คินน์ ซึ่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะฝั่งตรงข้ามกลับไม่มีทีท่าตกใจหรือหัวเสียแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่ยกแก้วไวน์แดงขึ้นจิบช้า ๆ สายตาคมกริบราวกับพญาอินทรีมองลอดผ่านขอบแก้วมายังร่างบางของรณกรด้วยความรู้สึกสนุกสนาน มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างคนเหนือกว่า "ปล่อยเขาไลฟ์ไปเถอะครับคุณกร" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าแฝงความกดดันบางอย่างไว้อย่างแนบเนียน "ถือเป็นการโปรโมทเซฟเฮาส์ของผมไปในตัวด้วย ยิ่งคนดูเยอะเท่าไหร่ ความปลอดภัยของคุณก็ยิ่งมีมากเท่านั้น เพราะถ้าผมเกิดฆ่าคุณหมกตู้ขึ้นมาจริง ๆ คนทั้งประเทศจะได้รู้ว่าใครคือฆาตกรตัวจริง" รณกรหันขวับไปมองหน้าคนพูดทันที ดวงตาคู่คมจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "คุณคินน์! พูดจาแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ ใครจะยอมให้คุณฆ่าหมกตู้กันเล่า!" "ก็เห็นคุณทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าผมอยู่ทุกวินาที..." คินน์วางแก้วไวน์ลงกระทบโต๊ะเบา ๆ ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบจับจ้องร่องรอยความหงุดหงิดบนใบหน้าของสถาปนิกหนุ่มอย่างพินิจพิเคราะห์ "อีกอย่าง... อาหารมื้อแรกบนโต๊ะนี้ฝีมือผมทำเองทั้งหมด ถ้าคุณมัวแต่สนใจโทรศัพท์ของเพื่อนคุณ อาหารจะเย็นชืดหมดเสียก่อน และผมไม่ชอบให้ใครมาดูถูกความตั้งใจของผมด้วยครับ" คำพูดราบเรียบแต่เด็ดขาดนั้นทำเอารณกรถึงกับชะงัก ชายหนุ่มกวาดสายตามองจานอาหารตรงหน้า อาหารญี่ปุ่นรสเลิศที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตราวกับงานศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบเนื้อแน่น ซูชิวากิว หรือซุปมิсоร้อนกรุ่น ทุกอย่างล้วนสะท้อนรสนิยมและความใส่ใจอย่างคาดไม่ถึง นี่น่ะหรือฝีมือของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลผู้กุมบังเหียนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นับหมื่นล้าน? คนที่ควรจะสั่งให้คนอื่นทำทุกอย่างตามใจชอบ กลับลงมือเข้าครัวทำอาหารให้สถาปนิกปากจัดอย่างเขาเนี่ยนะ? "อร่อยปากแต่ลำบากใจ..." รณกรพึมพำเบา ๆ แต่ก็ยอมหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นเนื้อวากิวเข้าปากเคี้ยวเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาในอก รสชาติละมุนลิ้นที่ระเบิดขึ้นในปากทำให้เขาต้องยอมรับในใจเงียบ ๆ ว่าฝีมือการทำอาหารของอีกฝ่ายนั้นยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเชฟมิชลินบางคนเสียอีก "แหม ๆ ๆ ภาพบาดอกบาดใจเหลือเกินครับท่านผู้ชม!" เมษาที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ด้านหลัง รีบหันกล้องไปซูมที่ใบหน้าของคินน์และรณกรสลับกันไปมา "นี่คือดินเนอร์ใต้แสงเทียน (ที่ไม่มีเทียน) ระหว่างเจ้าพ่อกับคุณสถาปนิกใช่ไหมครับเนี่ย ดูสายตาที่คุณคินน์เขามองสิครับ หวานยิ่งกว่าน้ำผึ้งเดือนห้าเสียอีก!" "เมษา! ถ้าแกยังไม่หุบปากแล้วไสหัวไปนั่งกินข้าวดี ๆ ล่ะก็ ฉันจะเอาซุปมิсоนี่สาดใส่หน้าแกจริง ๆ ด้วยนะ!" รณกรตวาดแว้ดหน้าดำหน้าแดง ความเขินอายผสมปนเปกับความโกรธจนทำให้ใบตองนวลขึ้นสีเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ คินน์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าฟังและชวนให้หัวใจของคนฟังกระตุกวูบอย่างประหลาด ชายหนุ่มตักชิ้นปลาแซลมอนย่างซีอิ๊ววางลงบนจานของรณกรอย่างถือวิสาสะ "กินเยอะ ๆ ครับ คุณผอมเกินไปแล้ว สถาปนิกหน้าตาดีระดับนี้ ถ้าล้มป่วยไปเพราะอดอาหาร ผมคงไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อปากต่อคำด้วย" "ใครให้คุณมาตักใส่จานผมเล่า!" รณกรชักสีหน้าใส่ทันที แต่ก็ไม่ได้เขี่ยชิ้นปลานั้นออกแต่อย่างใด กลับคีบมันเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ อย่างขัดไม่ได้ เมษาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านหน้าจอโทรศัพท์ ขยับยิ้มเจ้าเล่ห์ดวงตาพราวระยับ อินฟลูเอนเซอร์สายแฉอย่างเขามีหรือจะปล่อยผ่านเรื่องเด็ด ๆ แบบนี้ไปได้ "ท่านผู้ชมครับ เตรียมแคปหน้าจอไว้นะครับ นาทีนี้บอกเลยว่าเรือหลวงกำลังจะออกจากท่าแล้ว! แต่เอ... ก่อนที่เราจะไปฟินกันมากกว่านี้ ผมว่าเรามาคุยเรื่องซีเรียสกันสักนิดดีกว่า..." จู่ ๆ น้ำเสียงขี้เล่นของเมษาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาวูบหนึ่ง รณกรชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบ คินน์เองก็หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีความกดดันบางอย่างแผ่ซ่านออกมาจากตัวของนักธุรกิจหนุ่มทันที "เรื่องอะไรล่ะครับ คุณเมษา" คินน์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปกับตา เมษาหันกล้องกลับมาที่ตัวเอง รอยยิ้มพราวเสน่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอีกครั้ง แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์เพทุบาย "ก็เรื่องที่ว่า... ทำไมเซฟเฮาส์หลังนี้ถึงไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนราษฎร์เลยน่ะสิครับ แถมระบบรักษาความปลอดภัยข้างนอกนั่น... ยังถูกแฮกจากภายนอกเรียบร้อยแล้วด้วยนะตอนนี้!" สิ้นคำพูดนั้น ร่างของคินน์ก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ที่เตรียมตะครุบเหยื่อ บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นคุกรุ่นและตึงเครียดถึงขีดสุดในเสี้ยววินาที รณกรเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าคินน์ที่ตอนนี้ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงราศีกาลกิณีจับ ขณะที่หน้าจอโทรศัพท์ในมือเมษากลับส่งเสียงเตือน 'ติ๊ด' ยาวนานติดต่อกันสามครั้ง... ก่อนที่หน้าจอไลฟ์สดทั้งหมดจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท! *** ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%