"ถ้าคุณขยับอีกแค่เซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณเป็นคนพาผมไปตายด้วยความเต็มใจนะครับ คุณสถาปนิก"
เสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของคินน์ดังแทรกเสียงหวีดร้องของผู้คนที่กำลังวิ่งหนีตายอลหม่าน ร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มเบื้องหน้าใช้ลำตัวของเขาบังกระสุนปืนนัดที่สามซึ่งเจาะเข้าใส่ขอบหน้าต่างกระจกแตกกระจายจนเศษแก้วคมกริบโปรยปรายราวกับหิมะสีเลือด กลิ่นควันปืนและกลิ่นเลือดจางๆ คละคลุ้งอยู่ในอากาศแคบๆ หลังเสาหินอ่อน
รณกรเม้มปากแน่น หัวใจของสถาปนิกหนุ่มเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระกระenกระสนทะลุกรอบอก มือเรียวที่ถือแปลนอาคารอยู่สั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดจากร่างของคนที่กอดรัดเขาไว้แน่นต่างหาก
"ปล่อยผมได้แล้วน่า คุณคินน์! ผมไม่ใช่ตุ๊กตาหน้ารถของคุณนะ จะได้มากอดรัดฟัดเหวี่ยงกันท่ามกลางดงกระสุนแบบนี้!" รณกรเค้นเสียงลอดไรฟัน แม้ใบหน้าจะซีดเผือดแต่ฝีปากยังคงไม่เป็นรองใคร ดวงตาคู่สวยตวัดมองค้อนคนตัวโตที่ยังคงมีหน้ามายิ้มมุมปากได้ท่ามกลางสถานการณ์เป็นตายเท่ากัน
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ตัวสั่นเป็นลูกนกขนาดนี้ยังจะมาทำเป็นเก่ง" คินน์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวหยาดเยิ้มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่รณกรไม่อยากจะตีความมันให้ลึกซึ้ง "ถ้าผมไม่กอดคุณไว้ ป่านนี้คุณคงกลายเป็นรังผึ้งพรุนไปแล้ว รณกร... เลิกดื้อแล้วก้มหัวลงต่ำซะ"
แรงดึงกระชากจากมือหนาทำให้รณกรเซถลาเข้าไปแนบชิดแผ่นอกกว้างของอีกฝ่ายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไอความร้อนจากร่างกายของคินน์แผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าสูทราคาแพงเข้ามา สติที่เคยสุขุมเยือกเย็นของสถาปนิกหนุ่มเริ่มกระเจิง ความใกล้ชิดที่อันตรายเกินกว่าจะควบคุมทำให้รณกรต้องเบือนหน้าหนี ไปสบเข้ากับแสงเลเซอร์สีแดงที่ยังคงกวาดผ่านพื้นห้องทำงานของเขาไปมาอย่างกระวนกระวาย
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยอัคคีภัยก็ดังสนั่นหวั่นไหว สปริงเกอร์บนเพดานพ่นละอองน้ำลงมาดับความชุลมุน เปียกปอนชุดสูทของทั้งคู่จนชุ่มโชก
"หนีทางนี้!" คินน์ไม่รอช้า ลากแขนเรียวของรณกรพุ่งตัวหลบเข้าไปในห้องเก็บเอกสารลับหลังห้องทำงาน ซึ่งเป็นเซฟเฮาส์ขนาดย่อมที่รณกรเองก็เพิ่งรู้ว่ามันมีอยู่จริงจากแปลนลับที่คินน์เคยแอบแก้ไขไว้
ประตูกระจกนิรภัยปิดล็อกอัตโนมัติ เสียงกระสุนปืนด้านนอกเงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนทั้งคู่ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบวับแวม
รณกรสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมแล้วถอยหลังไปชนกับชั้นหนังสือ เสียงหอบหายดังก้องในความเงียบ เขายกมือขึ้นเสยผมที่เปียกชุ่มน้ำอัคคีภัยลู่ลงมาปรกลู่หน้าผาก ดวงตาคมดุจกวางตื่นตระหนกจ้องมองคนตรงหน้าที่กำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าซับหยดน้ำตามโครงหน้าคมคายอย่างไม่ยี่ห่าวิตก
"คุณพาใครตามมาล่ะสิ งานเปิดตัวโครงการของผมถึงได้เละไม่เป็นท่าแบบนี้" รณกรเปิดฉากโจมตีทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก "คุณมันตัวปัญหาจริงๆ คินน์ ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม ชีวิตผมไม่เคยมีความสงบสุขเลยสักวัน!"
คินน์ชะงักมือที่เช็ดหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอีกครั้งอย่างน่าหมั่นไส้ ขายาวก้าวเข้าไปประชิดตัวรณกรทีละก้าวอย่างคุกคาม จนกระทั่งแผ่นหลังของสถาปนิกหนุ่มชนเข้ากับชั้นหนังสือเต็มแรง ไม่มีทางหนีอีกต่อไป
"ผมเป็นตัวปัญหา... หรือคุณกำลังกลัวว่าหัวใจตัวเองจะตกเป็นจำนองของผมกันแน่ครับ รณกร" คินน์โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มใส รณกรชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
"หลงตัวเอง... อื้อ!"
คำพูดประชดประชันถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อคินน์ฉวยโอกาสรวบเอวบางเข้าหาตัวแล้วก้มลงปิดริมฝีปากอิ่มที่เอาแต่เถียงไม่หยุด สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบชิดทั้งดุดันและอ่อนโยนในเวลาเดียวกันทำเอารณกรสมองอื้ออึง มือเรียวที่เคยพยายามผลักไสเปลี่ยนเป็นกำเสื้อสูทเปียกชุ่มของอีกฝ่ายแน่น รสจูบที่ลึกซึ้งท่ามกลางเสียงฝนเทกระหน่ำด้านนอกและสัญญาณเตือนภัยที่ยังคงดังเป็นระยะ ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
เนิ่นนานกว่าคินน์จะยอมผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ดวงตาคมพินิจมองใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำของคนตรงหน้าด้วยความเอ็นดูระคนคลั่งรัก รณกรหอบหายใจหนักหน่วง ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความเขินอายปนโมโห
"คุณ... ไอ้คนฉวยโอกาส!" รณกรยกมือขึ้นผลอกอกแกร่งเต็มแรงจนคินน์เซถอยไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู "ถ้าหายตกใจแล้วก็เชิญไสหัวออกไปจากห้องผมได้เลยนะ!"
"ใจร้ายจังนะครับ ทั้งๆ ที่ผมเพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้แท้ๆ" คินน์ยิ้มกริ่ม ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่อสถานการณ์ภายนอก ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นในเสี้ยววินาที "แต่ก่อนจะไล่ผม คุณควรหันไปดูโต๊ะทำงานของคุณก่อนนะ รณกร"
รณกรขมวดคิ้วด้วยความสงสัย หันขวับกลับไปมองโต๊ะทำงานสถาปัตยกรรมตัวเก่งที่ตั้งอยู่กลางห้องทำงานฝั่งตรงข้ามผ่านกระจกใสกันกระสุน
เอกสารแปลนโครงการถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย แต่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของรณกรเย็นเฉียบจนจับขั้วหัวใจ คือกล่องเก็บอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สีดำที่วางอยู่บนลิ้นชักชั้นในสุด... มันว่างเปล่า!
"แฟลชไดรฟ์..." รณกรพึมพำเสียงสั่น ใบหน้าถอดสีในพริบตา "แฟลชไดรฟ์ที่บันทึกข้อมูลโครงสร้างโครงข่ายเซฟเฮาส์ทั้งหมด... หายไป!"
ข้อมูลลับระดับชาติที่เชื่อมโยงกับกลุ่มอิทธิพลมืดและแผนผังตึกทั้งหมดถูกกวาดเรียบไปอย่างไร้ร่องรอย รณกรพุ่งตัวออกไปเปิดประตูกระจกแล้วตรงดิ่งไปยังโต๊ะทำงานทันที คินน์สาวเท้ายาวตามติดมาติดๆ สายตาคมกวาดมองรอบห้องอย่างรวดเร็ว
"มีใครบางคนรู้ว่าคุณเก็บมันไว้ที่นี่ และจังหวะยิงป่วนงานเมื่อครู่... เป็นแค่การเบี่ยงเบนความสนใจเพื่อให้คนเข้ามาขโมยของชิ้นนี้ไปโดยเฉพาะ" คินน์วิเคราะห์ด้วยน้ำเสียงสุขุม เย็นเยือกผิดกับเมื่อครู่ลิบลับ
รณกรกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ความหวาดกลัวเมื่อครู่ ใครกันที่กล้าอาจหาญเข้ามาขโมยผลงานหยาดเหงื่อแรงกายของเขาไปหน้าตาเฉย แถมยังทำลายข้าวของในห้องทำงานที่เขารักยิ่งกว่าลูก
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนบนโต๊ะที่คว่ำอยู่ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัน รณกรเดินเข้าไปหยิบมันขึ้นมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง หน้าจอปรากฏภาพถ่ายวิดีโอสั้นความยาวสามวินาที เป็นภาพของแฟลชไดรฟ์สีดำในมือปริศนา พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
*‘ของชิ้นนี้... ฉันขอรับไว้ตรวจสอบความถูกต้องแทนคุณนะเพื่อนรัก หรือถ้าอยากได้คืน ก็ลองมาหาฉันที่ไซต์งานร้างเขต 7 ดูสิ... เมษา’*
รณกรยืนนิ่งค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบาล เมษา... เพื่อนสนิทคนเดียวที่รู้รหัสผ่านตู้เซฟของเขา!
ก่อนที่รณกรจะทันได้ตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงกุญแจไขดังคลิก และบานประตูกระจกก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่เดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบของใครบางคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวสุดเข้มข้นนี้ไปด้วยกันนะครับ!
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 17
ความลับในแฟลชไดรฟ์
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!