เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 18

ใครเป็นไส้ศึก

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานสถาปัตยกรรมระดับพรีเมียม ไม่ได้ช่วยลดความระอุของสถานการณ์ตรงหน้าลงเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่รณกรจะทันได้ตั้งสติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้องทำงาน เสียงกุญแจไขดังคลิก และบานประตูกระจกก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นเงาร่างของชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่เดินเรียงหน้ากระดานเข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบของใครบางคนที่ยืนอยู่แถวหน้าสุด "ยินดีต้อนรับสู่การสอบสวนรอบพิเศษครับ... คุณสถาปนิก" น้ำเสียงเยnชาแต่แฝงความเยาะหยันดังขึ้นจากปากของ 'ภาคิน' หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบภายในของกลุ่มบริษัทในเครือ — ชายผู้ได้ชื่อว่าเป็นมือขวาคนสนิทของบอร์ดบริหารเก่า ที่จ้องจะเลื่อยขาเก้าอี้โปรเจกต์เซฟเฮาส์นี้มาตั้งแต่เริ่ม รณกรยืนนิ่ง มือเรียวที่ถือม้วนแบบแปลนอยู่เผลอกำเข้าหากันแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แต่ใบหน้าหวานกลับเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายกลับไปทันที ไม่มีประโยชน์ที่จะแสดงความอ่อนแอออกมาให้สุนัขป่าพวกนี้เห็น โดยเฉพาะในเวลาที่เขากำลังตกเป็นจำเลยสังคมแบบนี้ "ถ้าจะมาตรวจงาน กรุณานัดล่วงหน้าสามวันนะครับคุณภาคิน หรือว่าสมองส่วนความจำของคุณมันเสื่อมตามอายุไปแล้ว ถึงได้ลืมขั้นตอนปฏิบัติงานพื้นฐานแบบนี้" รณกรสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนทำเอาฝ่ายตรงข้ามหุบยิ้มแทบไม่ทัน ภาคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานจนแทบประชิดตัว รณกรไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขาเลือกที่จะยืนเผชิญหน้า เชิดคางขึ้นสบตากับอีกฝ่ายอย่างดื้อรั้น "ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะครับคุณรณกร... เอกสารลับโครงการเซฟเฮาส์มูลค่าหลายพันล้านในมือคุณ รั่วไหลไปถึงมือคู่แข่งได้อย่างไร คงไม่ต้องให้ผมอธิบายซ้ำใช่ไหมครับว่านี่มันความผิดฐานอะไร" เอกสารปึกหนาถูกโยนกระแทกลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่น เศษฝุ่นกระเด็นขึ้นเล็กน้อยตามแรงกระแทก รณกรเหลือบสายตาลงมองเอกสารเหล่านั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างน่าหมั่นไส้ "เอกสารรั่ว? น่าขันสิ้นดีนะครับ ทั้งๆ ที่รหัสผ่านเข้าระหัสห้องนิรภัยมีแค่ผมกับ... เอ่อ กับคนบางคนที่ชอบใช้อำนาจบาทใหญ่แถวนี้เท่านั้น ถ้าข้อมูลมันจะหลุดออกไปได้ คนแรกที่ผมจะสงสัยก็คือคนที่เดินเข้ามาทำหน้าเป็นผู้ตรวจสวนในวันนี้นี่แหละครับ" "คุณรณกร!" ภาคินตบโต๊ะเสียงดังลั่น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "อย่ามาปากดีใส่ผมนะ! หลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีลับของคุณมันคาตาอยู่ บอร์ดบริหารเขามีมติให้พักงานคุณชั่วคราว และให้ผมมาตรวจสอบความปลอดภัย... จับตัวเขาไว้!" สิ้นคำสั่ง ชายชุดดำสองคนก้าวเข้าประชิดตัวรณกรทันที มือหนาเอื้อมหมายจะกระชากแขนเรียวให้ไขว้หลัง แต่วินาทีนั้นเอง ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดสนิทก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล จนบานกระจกกระแทกผนังเสียงดังสนั่นหวั่นไหว "ใครอนุญาตให้พวกแกแตะต้องตัวคนของฉัน?" น้ำเสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเยือกเย็นจนกระดูกสันหลังวาบ แผ่ซ่านเข้ามาปกคลุมบรรยากาศในห้องทันที ร่างสูงใหญ่ของ 'คินน์' ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีคุกคาม ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์กวาดมองกลุ่มชายชุดดำด้วยแววตาน่ากลัวราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ รณกรชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่รู้ตัวเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทั้งเจ้าหนี้ นายจ้าง และ... คนปากร้ายที่ชอบวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเขาเสมอ ภาคินหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเผชิญหน้ากับคินน์ แต่ยังคงกัดฟันเชิดหน้าขึ้นสู้ "ท่านประธาน... นี่เป็นการสอบสวนภายในตามระเบียบครับ คุณรณกรมีส่วนพัวพันกับคดีไส้ศึก..." "ไส้ศึกบ้านป้าแกสรู้วะ" คินน์สวนกลับเสียงกร้าว ไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ก้าวเข้าไปประชิดตัวภาคินจนอีกฝ่ายต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่ง "โครงการนี้ฉันถือหุ้นใหญ่ และสถาปนิกคนนี้... อยู่ภายใต้การดูแลของฉัน ใครหน้าไหนจะกล้าแตะต้องเขา ต้องก้าวข้ามศพฉันไปก่อน!" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง ภาคินกัดฟันกรอดแต่ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับคินน์โดยตรง เพราะรู้ดีถึงอิทธิพลเบื้องหลังของชายหนุ่มผู้นี้ คินน์ไม่สนใจสายตาใคร เขาก้าวผ่านกลุ่มชายชุดดำตรงดิ่งเข้าไปหารณกร มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามหลังตนเอง ทว่ารณกรกลับดึงมือออกแล้วเชิดใส่ตามนิสัย "ปล่อยนะครับ ผมเดินเองได้ ไม่ได้พิการ" รณกรพึมพำเสียงเบาแต่พอให้ได้ยินกันสองคน คินน์หันขวับมามองค้อนด้วยสายตาคาดโทษ แต่ริมฝีปากหยักกลับกระตุกยิ้มมุมปากอย่างหมั่นไส้ระคนเอ็นดู "กลับไปเคลียร์กันที่ห้องเพนต์เฮาส์ของฉัน... นายเตรียมตัวโดนลงโทษข้อหาดื้อเงียบได้เลยครับคุณสถาปนิก" รณกรเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าเพราะความโกรธเรื่องไส้ศึก หรือเพราะสายตาพราวระยับที่คินน์ใช้มองมาที่เขากันแน่ ทว่า... ก่อนที่คินน์จะพาตัวรณกรเดินพ้นออกไปจากห้องนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภาคินก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ ภาคินหยิบขึ้นมาดูแวบหนึ่ง สีหน้าที่ซีดเซียวอยู่แล้วกลับยิ่งเผือดสีลงไปอีก มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะกดรับสาย เสียงปลายสายที่เปิดสปีกเกอร์โฟนดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน *(คุณภาคิน... แผนกตรวจสอบการเงินรายงานด่วนครับ บัญชีลับที่ใช้โอนเงินให้กับไส้ศึกเมื่อครู่... ถูกตรวจสอบพบว่าต้นทางไม่ได้มาจากคุณรณกร แต่เส้นทางการเงินถูกเชื่อมโยงต่อไปยังห้องทำงานส่วนตัวของ...)* ปลายสายเว้นช่วงไปอึดใจหนึ่ง ทว่าคนฟังทั้งห้องกลับรู้สึกเหมือนเวลาหยุดเดิน *(...ห้องทำงานส่วนตัวของท่านรองประธานอาวุโส... และเอกสารทั้งหมดถูกส่งออกจากไอพีแอดเดรสของคนที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นครับ!)* รณกรเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าภาคินที่ตอนนี้เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ใบซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ขณะเดียวกัน คินน์ก็หันมาสบตากรกับรณกรพอดี มุมปากของมาเฟียหนุ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างมีความหมาย ใครกันแน่ที่เป็นไส้ศึกตัวจริง? และเกมนี้... ใครกำลังหลอกใครกันแน่? *(โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ)* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%