เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 25

ข่าวลือที่น่ารำคาญ

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงคลิกเบา ๆ ของแฟลชไดรฟ์พลาสติกสีดำที่ถูกโยนลงกระทบพื้นโต๊ะหินอ่อน ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นน้ำหอมกลิ่นยูคาลิปตัสผสมความเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานส่วนตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวชวนอึดอัดเป็นทวีคูณ รณกรชะงักกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนระแวง สถาปนิกหนุ่มขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งตัว แขนแกร่งของคินน์ก็เอื้อมมาคว้าเอวบางของเขาเข้ามาชิดแนบลำตัวอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับอยู่บริเวณเอวสอบให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด ทว่าแววตาคมกริบของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์กลับจ้องเขม็งไปยังร่างระหงที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยรังสีอำมหิตที่แผ่พุ่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ไง... ตกใจอะไรกันขนาดนั้นครับคุณสถาปนิก หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" เสียงหัวเราะเบา ๆ ในลำคอของคนที่ก้าวเข้ามาใหม่ดังขึ้น เมษายกมือขึ้นทัดผมยาวสลวยของตัวเองด้วยท่าทีสบายอารมณ์ รอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากถูกส่งตรงมายังรณกรอย่างไม่เกรงใจ แม้ว่าใบหน้าสวยเฉี่ยวจะดูสดใสตามประสาอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง แต่แววตาของเธอกลับคมกริบและเต็มไปด้วยความลับที่พร้อมจะระเบิดทุกเมื่อ "เธอ..." รณกรพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างแรงเพื่อเรียกสติ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยทันทีแม้หัวใจจะเต้นรัว "นึกว่าผีหลอกซะอีก เมษา... ไหนใครบอกว่าเธอประสบอุบัติเหตุรถตกหน้าผาตายไปตั้งแต่สามปีก่อนที่สวิตเซอร์แลนด์ หรือว่าข่าวหน้าหนึ่งวันนั้นมันเป็นแค่ละครฉากใหญ่ที่เธอจัดฉากขึ้นมาเพื่อหนีหนี้สินมหาศาลกันแน่" "ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะกร สมกับที่เป็นสถาปนิกมือหนึ่งผู้ไม่เคยกลัวใคร" เมษาเดินนินทาพร้อมกับหย่อนตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงโดยไม่ได้รับเชิญ เธอยกขาขึ้นไขว่ห้างอย่างถือวิสาสะ สายตากวาดมองไปรอบห้องทำงานก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ของคินน์ที่ยังคงยืนบังรณกรไว้ครึ่งตัว "ส่วนคุณคินน์... สีหน้าดูไม่ค่อยต้อนรับแขกเลยนะครับ ระวังริ้วรอยถามหาเอาได้นะ คนแก่เร็ว เดี๋ยวเด็กแถวนี้เขาจะเบื่อเอาซะก่อน" "ถ้าเธอมาเพื่อพูดจาไร้สาระและกวนประสาท ฉันคิดว่าเชิญออกไปทางเดิมน่าจะดีกว่า" คินน์เอ่ยเสียงต่ำ รังสีความเย็นชาและอำนาจมืดแผ่กระจายรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาที่โอบเอวรณกรอยู่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับต้องการแสดงความเป็นเจ้า ศาสตราวุธทางธุรกิจและอิทธิพลมืดของเขาพร้อมจะบดขยี้คนที่กล้ามาเล่นตลกกับความปลอดภัยของคนในอ้อมแขนได้ทุกเมื่อ "ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และเธอก็ไม่ใช่แขกที่ได้รับเชิญ" รณกรเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคินน์ที่ตอนนี้สันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขารู้ดีว่าความอดทนของอีกฝ่ายกำลังจะหมดลงแล้ว ถึงแม้ว่าปากของคินน์จะชอบบ่นและกวนประสาทเขาอยู่บ่อยครั้ง แต่เวลาเจอเรื่องจริงจัง ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้ใครมาทำร้ายเขาก่อนแน่ ๆ "ใจร้อนจริง ๆ นะครับคุณแฟน..." เมษาจงใจลากเสียงยาวพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ชอบใจที่ได้เห็นปฏิกิริยาคุกกรุ่นของเจ้าพ่อมาเฟีย "แต่ก็นะ... ถ้าฉันไม่กลับมาตอนนี้ นายสถาปนิกคนเก่งของคุณคงจะตกเป็นเหยื่อของเกมสถาปัตยกรรมมรณะที่กำลังจะถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่รู้ตัวแน่ ๆ" คำพูดของเมษาทำให้บรรยากาศในห้องชะงักงันไปชั่วขณะ รณกรขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง เกมสถาปัตยกรรมมรณะงั้นหรือ? หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์เซฟเฮาส์ที่เขากำลังออกแบบอยู่ "เธอหมายความว่ายังไง" รณกรตัดสินใจถามออกไป น้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "แฟลชไดรฟ์ในนั้นมีอะไรเกี่ยวกับแบบแปลนที่หายไปเมื่อสามปีก่อนใช่ไหม" เมษาไม่ตอบทันที เธอหยิบแฟลชไดรฟ์บนโต๊ะขึ้นมาหมุนเล่นไปมาระหว่างนิ้วเรียว ดวงตาคู่คมจดจ้องมองรณกรด้วยความหมายลึกซึ้ง "ฉลาดสมเป็นเพื่อนสนิทที่ฉันเคยไว้วางใจ... แต่เสียดายนะกร นายดันเอาตัวเองเข้ามาพัวพันกับวงจรอุบาทว์นี้ลึกเกินกว่าจะถอนตัวแล้ว แบบแปลนเซฟเฮาส์ที่นายกำลังแกะรอยอยู่น่ะ มันไม่ได้มีแค่ชุดเดียวนะครับ" "พูดให้มันเคลียร์เมษา!" คินน์ตวาดเสียงกร้าว มืออีกข้างตบลงบนโต๊ะทำงานเสียงดังสนั่นจนรณกรสะดุ้ง "ถ้าเธอยังเล่นลิ้นอยู่แม้แต่คำเดียว ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเดินออกจากตึกนี้ด้วยซ้ำ!" "โอ๊ะ ๆ ใจเย็น ๆ ครับคุณคินน์ ของแบบนี้มันต้องค่อย ๆ ดื่มด่ำถึงจะสนุก" เมษายังคงลอยหน้าลอยตาตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอยื่นแฟลชไดรฟ์วางไว้ที่เดิมก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ห่างจากรณกรเพียงแค่ก้าวเดียว "ที่ฉันกลับมาวันนี้... ไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง แต่มาเพื่อเตือนต่างหาก" เมษาโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูกร "ข่าวลือที่ว่าเซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง... มันเป็นเรื่องจริงครึ่งเดียวครับกร แต่ไอ้ครึ่งที่เหลือน่ะ มันคือ *'หลุมศพ'* ของคนที่พยายามจะสร้างมันขึ้นมาต่างหาก... และตอนนี้ คนกลุ่มนั้นกำลังจับตาดูก้าวเดินทุกย่างก้าวของนายอยู่" รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความหนาแน่นของบรรยากาศทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก สมองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ภาพร่างแปลนอาคาร ความลับที่ถูกซ่อนไว้ และการหายตัวไปของเมษาเมื่อสามปีก่อน ทุกอย่างกำลังเชื่อมโยงเข้าหากันอย่างน่าขนลุก ทว่า ก่อนที่รณกรจะได้ซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของระบบรักษาความปลอดภัยในตึกก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งชั้น! ไฟสีแดงฉานกะพริบถี่รัวสลับกับความมืดมิด *ติ๊ด! ระบบรักษาความปลอดภัยถูกแฮก! ตรวจพบผู้บุกรุกจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาที่ชั้นนี้!* เสียงระบบAIอัตโนมัติประกาศก้องด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ชวนประสาทกิน เมษาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเยعยันบนใบหน้าของเธอจางหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด "เวรเอ๊ย..." เมษาพึมพำเสียงเบา หันขวับไปมองที่ประตูลิฟต์ที่ตอนนี้ไฟแสดงสถานะกำลังรดลงมาเรื่อย ๆ "พวกมันเร็วกว่าที่คิด..." คินน์ดึงตัวรณกรเข้าสู่อ้อมกอดทันที มือหนาปลดล็อกซองปืนพกใต้สูทอย่างคล่องแคล่ว แววตาคมกริบฉายแววดุดันและเยือกเย็นอย่างถึงที่สุดในยามศึกสงคราม "อยู่ข้างหลังฉัน... อย่าขยับไปไหนเด็ดขาด" รณกรเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงโครมครามด้วยความอะดรีนาลีนที่หลั่งพล่าน เขาเอื้อมมือไปคว้าแขนเสื้อของคินน์ไว้แน่น สัญชาตญาณบอกให้รู้ว่าอันตรายกำลังมาเยือนถึงหน้าประตูแล้วจริง ๆ *ติ๊ง!* เสียงเตือนว่าลิฟต์เดินทางมาถึงชั้นเป้าหมายดังขึ้นท่ามกลางเสียงสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน บานประตูเหล็กสีเงินค่อย ๆ เลื่อนเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นกลุ่มชายชุดดำสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้ากว่าครึ่งโหล พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่ยกขึ้นเล็งตรงมายังห้องทำงานของพวกเขาอย่างไร้ความปรานี! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%