"ถ้าคุณคินน์ยังขับเรือด้วยความเร็วระดับนี้ เกรงว่าพวกเราจะได้ไปพักผ่อนที่ยมโลกเร็วกว่ากำหนดนะครับ"
รณกรเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์เรือยอร์ชที่คำรามก้อง เสียงลมทะเลที่ปะทะเข้ากับใบหน้าไม่ได้ทำให้สถาปนิกหนุ่มรู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย มือเรียวกำราวกันตกแน่นจนข้อต่องนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกวาดมองผืนน้ำสีครามที่ซัดสาดเข้าหากาบเรืออย่างไม่ไว้ใจ
คินน์ที่ยืนควบคุมพวงมาลัยอยู่เบื้องหน้าหัวเราะในลำคออย่างนึกสนุก ชายหนุ่มปรายตามองคนปากเก่งที่เวลานี้ใบหน้าเริ่มซีดเซียวแต่ยังไม่วายส่งวาจาเชือดเฉือนมาให้ ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนขยับเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีสบายๆ
"กลัวเหรอกร? ปกติเห็นฝีปากจัดจ้านท้าทายผมไปทั่ว พอเจอคลื่นลมหน่อยทำไมถึงหน้าถอดสีเสียแล้วล่ะครับ" คินน์จงใจโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่แฝงแววดื้อรั้น เจ้าตัวตั้งใจพาอีกฝ่ายหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนส่วนตัวที่เกาะร้างไร้ผู้คน แต่ดูเหมือนแผนการโรแมนติกที่วาดฝันไว้จะไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด
"ผมไม่ได้กลัวตาย แต่ผมเสียดายชีวิตที่ยังต้องมานั่งต่อปากต่อคำกับคนบ้าอำนาจอย่างคุณต่างหาก" รณกรหันขวับมาสวนกลับทันควัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบจนรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่ปะทะกัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศไม่ยอมแพ้ แม้ลึกๆ ในอกหัวใจจะเต้นรำไม่เป็นจังหวะเพราะความใกล้ชิดที่อันตรายต่อหัวใจเกินไป
"ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะครับ..." คินน์ยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบฉายประกายคลั่งรักชัดเจนจนรณกรต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเขินอายที่ฉาบอยู่บนพวงแก้ม
ทว่า บรรยากาศชวนใจเต้นระทึกกลับถูกกระชากด้วยเสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่ดังลั่นแผงควบคุมเรือ รณกรสะดุ้งสุดตัว หันขวับกลับมามองหน้าจอเรดาร์ที่ปรากฏจุดสีแดงกระพริบเตือนรัวเร็ว
"เสียงอะไรน่ะคุณ!" รณกรอุทาน เสียงความตกใจเจืออยู่ในน้ำเสียง
คินน์หุบยิ้มทันที แววตาขี้เล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเฉียบคมดุดันอย่างรวดเร็ว สมองของนักธุรกิจผู้กุมอำนาจเบื้องหลังประเมินสถานการณ์ในเสี้ยววินาที "มีเรือสปีดโบ๊ทไม่ปรากฏสัญชาติกำลังพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง สามลำ... และพวกมันไม่ได้มาดีแน่"
สิ้นคำพูดของคินน์ เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องก็ดังแหวกอากาศเข้ามาใกล้ รณกรหันไปมองตามทิศทางที่เรดาร์ชี้ ภาพเรือสปีดโบ๊ทสีดำสนิทสามลำพุ่งแหวกคลื่นน้ำเข้ามาโอบล้อมเรือยอร์ชของพวกเขาไว้อย่างรวดเร็วราวกับฝูงปลาฉลามที่ได้กลิ่นเลือด บนกราบเรือลำนั้นมีเงาร่างสวมชุดดำสนิทและอาวุธครบมือสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ
"ให้ตายสิ นี่มันแผนพักผ่อนบ้าอะไรกันเนี่ย!" รณกรสบถออกมาอย่างหัวเสีย ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธทันที "นี่คุณพาผมมาติดกับดักกลางทะเลเหรอเนี่ย นายสถาปนิกคนนี้ยังไม่อยากตายร่างแหไปกับธุรกิจสีเทาของคุณหรอกนะ!"
"ผมบอกแล้วเหรอว่านี่คือความซวยของคุณ?" คินน์คว้ามือสถาปนิกหนุ่มให้เข้ามาหลบด้านหลังลำตัวหนาอย่างรวดเร็ว ในขณะที่มืออีกข้างเอื้อมไปปลดช่องเก็บของลับใต้แผงควบคุม หยิบปืนพกสีดำสนิทออกมาขึ้นลำอย่างคล่องแคล่วว่องไว แววตาของมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดุดันที่พร้อมปกป้องคนข้างกายด้วยชีวิต
"จับผมไว้แน่นๆ กร... งานนี้เราคงต้องเปลี่ยนแผนจากการฮันนีมูนเป็นการหนีตายกันจริงๆ แล้วล่ะครับ"
ปัง!
เสียงกระสุนนัดแรกเจาะทะลุกระจกเรือแตกละเอียด เศษแก้วกระจายเกลื่อน รณกรสูดหายใจเข้าลึก ร่างกายแนบชิดกับแผ่นหลังกว้างของคินน์ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้รู้ว่านี่ไม่ใช่การล้อเล่น และท่ามกลางวิกฤตหน้าสิ่วหน้าขัดนี้ มือเรียวกลับเอื้อมไปคว้าชายเสื้อเชิ้ตของคนตรงหน้าไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ในวินาทีที่คินน์กำลังจะหันกลับมาออกคำสั่งเพื่อให้รณกรหมอบลงต่ำ เสียงวิทยุสื่อสารฉุกเฉินที่ถูกตัดขาดไปนานก็ดังขึ้นแทรกเสียงคลื่นลม พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลที่พวกเขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีดังลอดออกมาจากลำโพง
*"ไงล่ะคินน์... สนุกกับทริปมรณะที่ฉันจัดให้หรือเปล่า?"*
คินน์ชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจำเสียงนั้นได้แม่นยำ ขณะที่รณกรหน้าซีดเผือดลงทันทีเพราะตระหนักได้ว่า... พวกเขาไม่ได้ถูกดักซุ่มโดยบังเอิญ แต่มี "หนอนบ่อนไส้" ที่คอยส่งพิกัดให้ศัตรูตามมาปิดบัญชีถึงกลางทะเลลึกแห่งนี้!
แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 26
กับดักกลางทะเล
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!