เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 27

ลมพายุกับหัวใจสองดวง

ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
เสียงฟ้าคำรณดังสนั่นราวกับฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ แรงสั่นสะเทือนจากพายุภายนอกทำให้โครงสร้างกระจกนิรภัยของเพนต์เฮาส์หรูสั่นระรัว แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่าสายตาคมกริบของคินน์ที่จ้องมองรณกรราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว "คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ยคินน์! ฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างขนาดนี้ ยังมีอารมณ์มาเล่นเกมจ้องตาอยู่อีกเหรอ!" รณกรโพล่งขึ้นด้วยความหงุดหงิดเพื่อกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่เต้นรำทำรกอยู่ในอก สถาปนิกหนุ่มกอดอกแน่น ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังกระจกเย็นเฉียบ ขณะที่ร่างสูงใหญ่ของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวอย่างไม่รีบร้อน "ผมไม่ได้เล่นเกม รณกร" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความจริงจังจนน่าขนลุก "ผมกำลังคุยเรื่องคอขาดบาดตายอยู่ต่างหาก" "เรื่องคอขาดบาดตายอะไรของคุณ ศัตรูก็เคลียร์ไปหมดแล้ว หรือว่าตึกที่คุณสร้างมันร้าวอีก? บอกไว้ก่อนนะว่าถ้าเป็นเรื่องโครงสร้าง ผมไม่รับแก้หน้างานตอนเที่ยงคืนแบบนี้หรอกนะ!" รณกรเชิดหน้าเถียงกลับตามสัญชาตญาณความปากจัด แต่ดวงตากลมโตกลับไหวระริกยามที่ร่างสูงโน้มตัวลงมา กักขังเขาไว้ระหว่างแขนแกร่งที่ทาบลงบนกระจกทั้งสองข้าง กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นฝนจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้สติสัมปชัญญะของสถาปนิกหนุ่มกระเจิง คินน์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ก้มมองริมฝีปากที่ขยับเถียงไม่หยุดด้วยแววตาที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา ความเงียบงันชั่วขณะถูกคั่นด้วยเสียงฟ้าร้องคำรามอีกครั้ง ก่อนที่แสงแลบแปลบปลาบจะเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากของคนตัวโต "ไม่ใช่เรื่องตึกร้าว..." คินน์กระซิบแผ่วเบา ริมฝีปากหยักลื่นขยับเข้าใกล้ใบหูของคนตัวเล็กจนรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นร้อน "แต่เป็นเรื่องหัวใจของผมต่างหากที่กำลังจะพังทลาย ถ้าคุณยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่แบบนี้" รณกรชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกึกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองที่เคยประมวลผลเรื่องงานออกแบบได้อย่างรวดเร็วกลับขาวโพลนในพริบตา "คุณ... พูดเพ้อเจ้ออะไรของ..." "ผมไม่ได้เพ้อเจ้อ" คินน์ขัดขึ้นเสียงเข้ม ดวงตาคมกริบสบประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยอย่างไม่มีหลบเลี่ยง ความดุดันที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความจริงจังที่หนักแน่นราวกับขุนเขา "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปกป้องคุณ ไม่ใช่เพราะคุณเป็นพยานสำคัญ ไม่ใช่เพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่เพราะผมทนเห็นคุณทำตัวเก่ง ใส่เกราะเหล็กปกป้องตัวเองจากโลกใบนี้ไม่ไหวต่างหาก รณกร... คุณมองไม่เห็นเลยจริงๆ หรือไงว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ?" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาท่ามกลางเสียงพายุโหมกระหน่ำภายนอก ทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รณกรอ้าปากค้าง สมองตื้อตันจนเรียบเรียงคำพูดไม่ถูก หัวใจที่เคยเต้นรำตอนนี้กลับกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าฝน ให้ตายเถอะ... นี่มันมุกจีบสาวเกรดบีอะไรกัน ทำไมมันถึงมีอานุภาพทำลายล้างความตั้งใจที่จะรักษา ระยะห่าง ของเขาได้ราบคาบขนาดนี้! "คุณ... คุณมันบ้าไปแล้วจริงๆ คินน์" รณกรพยายามเค้นเสียงออกมาให้ดูแข็งกร้าวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าพวงแก้มขาวเนียนจะเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู "เราเป็นคู่กัดกันนะ คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าวันแรกที่เราเจอ hy เราเกือบเอาแฟ้มฟาดหัวกันตายนะเว้ย!" "ผมจำได้ทุกรายละเอียด ยิ่งจำได้ว่าคุณด่าผมว่าอะไรบ้าง ยิ่งทำให้ผมรู้ว่า... ผมตกหลุมรักสถาปนิกปากจัดคนนี้เข้าเต็มเปาแล้ว" คินน์พูดหน้าตาเฉย มือหนาข้างหนึ่งละจากกระจกมาไล้กรอบหน้าสวยอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนที่แนบลงบนผิวแก้มทำให้รณกรสะท้านเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ ขยับหนีไปไหนไม่ได้ราวกับถูกมนต์สะกด รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก ความกลัวที่จะต้องเปิดใจให้ใครสักคนเข้ามาแทรกแซงพื้นที่ปลอดภัยปะทะเข้ากับความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมอยู่ข้างแก้ม เขาเกลียดความพ่ายแพ้ เกลียดการตกเป็นรอง และเกลียดที่สุด... คือการที่ผู้ชายปากร้ายคนนี้ทำให้เขากลายเป็นคนไร้ข้อแก้ตัว "ถ้าคุณคิดจะเล่นเกม... บอกไว้ก่อนนะว่าผมไม่ใช่เหยื่อง่ายๆ ของคุณหรอกนะ" รณกรยังคงพยายามใช้กำแพงวาจาเป็นเกราะกำบัง แม้ว่าน้ำเสียงจะเริ่มสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด "ผมไม่ได้เล่นเกม รณกร" คินน์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนริมฝีปาก "ผมจริงจังยิ่งกว่าตอนประมูลที่ดินร้อยล้านซะอีก... เป็นแฟนกับผมนะ" ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจกับคำขอที่ตรงประเด็นและรวดเร็วดั่งพายุหมุน ไม่มีเกริ่นนำ ไม่มีไว้เชิงสมกับเป็นนักธุรกิจใหญ่ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้รณกรแทบจะหยุดหายใจ ท่ามกลางสายฝนที่สาดซะเซ็นอยู่เบื้องล่าง และความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจ รณกรอ้าปากเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดประชดประชันตามนิสัย เพื่อดึงระยะห่างที่เขาสร้างขึ้นมาตลอดชีวิตกลับคืนมา... ทว่า ในจังหวะที่ริมฝีปากอิ่มกำลังจะขยับเปล่งเสียงปฏิเสธ... *กริ๊งงงงงงง!* เสียงกริ่งหน้าเพนต์เฮาส์ดังแหวกอากาศขึ้นมาอย่างกะทันหัน พร้อมๆ กับเสียงทุบประตูดังปังๆ จนสะเทือนเข้ามาข้างใน คินน์ชะงัก ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง ขณะที่รณกรสะดุ้งสุดตัว หลุดพ้นจากมนต์สะกดเมื่อครู่ได้อย่างหวุดหวิด ทั้งสองคนหันขวับไปมองยังประตูทางเข้าทางเดินยาว ที่ซึ่งไฟฉุกเฉินสีส้มกะพริบเตือนภัย ประตูกำลังถูกเปิดออกด้วยรหัสผ่านสำรองจากด้านนอก และก่อนที่คินน์จะทันได้สบถด่าความไร้มารยาทของผู้มาเยือน ร่างเพรียวของใครบางคนก็พุ่งพรวดเข้ามาพร้อมกับเสียงหอบแฮก "คุณคินน์! คุณกร! แย่แล้วครับ! พวกมันส่งคนมา..." เมษาหยุดชะงักอ้าปากค้างทันทีที่เห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลกำลังกักขังนักออกแบบหนุ่มไว้แนบชิดติดกระจกหน้าต่าง ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึมครึมและชวนเข้าใจผิดสุดขีด รณกรหน้าแดงแจ๋ รีบผลักอกคินน์ให้ออกห่างทันที "เมษา! แกเข้ามาทำไมตอนนี้วะ!" รณกรโวยลั่นกลบเกลื่อนความเขินอาย ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "มหายุทธ์ไร้เทียมทาน" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%