ไวน์แดงราคาแพงระยับในแก้วคริสตัลสั่นไหวตามแรงบีบที่ปลายนิ้ว
"ถอยห่างจากเขาซะ... ก่อนที่ผมจะทำให้คุณไม่ได้เดินออกจากงานนี้ด้วยขาตัวเอง"
ประโยคคำเตือนที่เจือรังสีสังหารจากตอนที่แล้วยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรณกร สถาปนิกหนุ่มร่างโปร่งไม่ได้ถอยร่นตามคำขู่ ทว่ากลับก้าวเท้าเข้าไปประชิดอีกครึ่งก้าว กลิ่นอายความเป็นอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวของคินน์—นักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลเบื้องหลังม่านสีเทา—ไม่ได้ทำให้เขากลัวเกรง ตรงกันข้าม มันกลับปลุกสัญชาตญาณความอยากเอาชนะในตัวเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
"คุณคินน์นี่ขยันขู่จังเลยนะครับ" รณกรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน "นึกว่าตัวเองเป็นเจ้าพ่อฮ่องกงในหนังแผ่นยุคเก้าศูนย์หรือไง ถึงได้ชอบพูดจาชวนให้แจ้งตำรวจนัก"
คินน์ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าคมคายดั่งรูปสลักจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของสถาปนิกหนุ่ม บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน ท่ามกลางเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ ในห้องจัดเลี้ยงวีไอพีชั้นบนสุดของโรงแรมหรู ความตึงเครียดระหว่างพวกเขากลับพุ่งสูงจนแทบจะจุดประกายไฟได้
แต่แล้ว... รณกรก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง
มันไม่ใช่รังสีอำมหิตอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นความสั่นไหวชั่วเสี้ยววินาทีในดวงตาคู่นั้น มือหนาที่ถือแก้วไวน์เกิดอาการเกร็งกระตุกเล็กน้อยอย่างควบคุมไม่ได้ คินน์กัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ลมหายใจที่ผ่อนออกมาเริ่มติดขัดราวกับออกซิเจนในห้องนี้กำลังลดปริมาณลงอย่างรวดเร็ว
"คุณ... คินน์?" รณกรขมวดคิ้วมุ่น ความกวนประสาทเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อสัญชาตญาณวิชาชีพและการสังเกตรายละเอียดรอบตัวบอกเขาว่า ผู้ชายที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้ากำลังฝืนทนอะไรบางอย่าง
ร่างสูงใหญ่เซถลาไปด้านหลังเล็กน้อยจนสะโพกชนเข้ากับขอบระเบียงกระจกใส รณกรพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนแกร่งเอาไว้ตามสัญชาตญาณโดยไม่ต้องคิด มือเรียวสัมผัสได้ถึงมัดกล้ามเนื้อที่เกร็งเครียดจนสั่นระริก คินน์พยายามปัดมือของเขาออกด้วยความถือดี แต่แรงที่มีมันกลับลดฮวบลงอย่างน่าใจหาย
"อย่า... เข้ามาใกล้" เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้แหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ เหงื่อกาฬเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผมและขมับ ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องนี้เย็นเฉียบ
"ตลกแล้วคุณ เป็นบ้าอะไรขึ้นมาเนี่ย หน้าซีดเป็นไก่ต้มขนาดนี้" รณกรเอ็ดเสียงดุ แต่แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่เคยเห็นมุมนี้ของมาเฟียผู้ไร้พ่ายเลยสักครั้ง คินน์ในยามนี้ไม่ได้ดูน่าเกรงขามเหมือนราชสีห์ แต่เหมือนสัตว์ป่าบาดเจ็บที่กำลังพยายามซ่อนเขี้ยวเล็บสุดท้ายเอาไว้
"ผม... ไม่เป็นไร" คินน์ฝืนเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมปราบพยายามลืมขึ้นสู้แสงไฟ แต่ดูเหมือนสติสัมปชัญญะกำลังจะหลุดลอย ภาพความทรงจำอันดำมืดและเสียงก้องในวัยเด็กที่เขาพยายามฝังกลบไว้ก้นบึ้งของจิตใจ กำลังกัดกินวิญญาณของเขาอีกครั้งในงานสังคมหน้า The Mask ที่เต็มไปด้วยผู้คนจอมปลอม
อาการแพ้ความกดดันและโรคตื่นตระหนกที่เขาปกปิดมานานแรมปี กำลังเล่นงานเขาอย่างหนักหน่วงต่อหน้ารณกร—คนที่เขาไม่อยากให้เห็นด้านที่อ่อนแอที่สุดในชีวิต
"ปากแข็งชะมัด หน้าคุณตอนนี้เหมือนคนกำลังจะตายหะ..." รณกรยังพูดไม่ทันจบประโยค คินน์ก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมหนานุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง ร่างสูงใหญ่พิงแผ่นหลังเข้ากับผนังกระจก ลมหายใจหอบถี่จนน่ากลัว
สถาปนิกหนุ่มเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง เขาไม่รอช้ารีบย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้า มือเรียวเอื้อมไปคว้ามือหนาที่กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
"ปล่อย..." คินน์พยายามสะบัดมือหนีด้วยความเย่อหยิ่งที่ยังเหลืออยู่ แต่มือของรณกรกลับบีบกระชับแน่นขึ้น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความเด็ดเดี่ยวผ่านฝ่ามือ
"เงียบไปเลยน่าคุณ!" รณกรดุเสียงเขียว แต่แววตาสั่นไหวจนปิดไม่มิด "ถ้าไม่อยากตายคาห้องจัดเลี้ยงทุเรศนี่ ก็หุบปากแล้วหายใจเข้าลึกๆ ตามผม... หายใจเข้า... แล้วก็หายใจออก อย่าเกร็งสิครับเว้ย!"
คำสั่งห้วนๆ แต่เจือความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังทำให้คินน์ชะงัก ดวงตาคมกราบที่เต็มไปด้วยความพินาศภายในเงยขึ้นสบตากับสถาปนิกหนุ่ม ท่ามกลางความมืดมนในจิตใจ แววตาคู่คมของรณกรกลับส่องประกายชัดเจนราวกับแสงไฟนำทางในคืนไร้เดือน
ความเงียบงันปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหอบหายใจของคินน์และเสียงหัวใจของรณกรที่เต้นรัวเร็วจนน่ารำคาญ ร่างสูงค่อยๆ ผ่อนลมหายใจตามจังหวะที่อีกฝ่ายบอก ความอบอุ่นจากมือที่กุมกันไว้เริ่มบรรเทาความหนาบเหน็บในอกลงทีละน้อย
"ดีขึ้น... หรือยังครับ?" เสียงของรณกรอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว น้ำเสียงที่เคยใช้ประชดประชันหายไป เหลือเพียงความนุ่มนวลที่เจ้าตัวมักซ่อนไว้ภายใต้กำแพงความปากจัด
คินน์มองใบหน้าหวานที่ฉายแววกังวลอย่างชัดเจน มุมปากหยักลึกยกยิ้มฝื่อนๆ ออกมาได้นิดหนึ่ง "คุณ... เป็นห่วงผมเหรอครับ คุณสถาปนิก"
"ห่วงผีสีสิครับ! ผมกลัวคุณตายคาตึกที่ผมต้องรับผิดชอบงานรีโนเวทต่างหาก มันซวยถึงผมพอดิบพอดี" รณกรสวนกลับทันควันเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังตีรวนอยู่ในอก พวงแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ แรงบีบที่มือเริ่มกลับมาเป็นปกติ เขายันกายขึ้นพิงผนังโดยมีรณกรคอยประคองไหล่เอาไว้ใกล้ๆ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบจะสัมผัสลมหายใจของกันและกัน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของมาเฟียหนุ่มทำเอารณกรสมองตื้อไปชั่วขณะ
สายตาคมกราบของคินน์มองสำรวจใบหน้าเนียนใสอย่างลึกซึ้ง แววตาที่มองมาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา
"ขอบคุณครับ... รณกร" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบາชิดริมฝีปากของเขา
รณกรกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เห็นตึกถล่มเสียอีก เขากำลังจะอ้าปากสวนกลับเพื่อทำลายบรรยากาศชวนใจเต้นนี้เสียหน่อย แต่ทว่า...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนจากระเบียงด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบ เมษาในชุดราตรีหรูเดินเข้ามาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อเห็นภาพนายเอกและมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลนั่งคลอเคลียกันอยู่บนพื้นห้อง
"อุ๊ย! ฉันขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะคุณเพื่อนรัก... หรือว่าพวกนายกำลังจะเปิดฉากจูบฟิล์มสยองขวัญกันตรงนี้พอดี?" เมษาเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้า ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงแจ้งเตือนข้อความฉุกเฉินจากโทรศัพท์มือถือของรณกรก็ดังขึ้นแทรกพร้อมกัน
รณกรก้มลงมองหน้าจอ ร่างกายแข็งทื่อในทันที ข้อความสั้นๆ จากเบอร์แปลกส่งตรงเข้ามาพร้อมภาพถ่ายล่าสุดที่ทำให้ลมหายใจของเขาขาดห้วง
*[รูปภาพ: เอกสารแปลนลับโครงการที่ควรอยู่แค่ในเซฟเฮาส์ ถูกโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตแล้ว]*
*[ข้อความ: ของขวัญต้อนรับกลับบ้าน... คุณสถาปนิกคนเก่ง]*
ดวงตากลมโตหันขวับไปสบตากับคินน์ที่ใบหน้ากลับมาเคร่งขรึมดั่งเดิมในเสี้ยววินาที
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย•ตอนที่ 15
หน้ากากของมาเฟีย
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีอยู่จริง นายสถาปนิกอย่าเพิ่งรีบตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!