นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 4

คำเตือนในความมืด

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอับของเอกสารเก่าและหยดหมึกซึมบนกระดาษสาโบราณคละคลุ้งอยู่ในห้องเก็บศพใต้ดินของสถาบันนิติเวช แสงไฟนีออนกะพริบถี่ราวกับมันกำลังจะหมดลมหายใจไปพร้อมกับความอดทนของคนที่ยืนอยู่เบื้องล่าง รินลดายืนนิ่งอยู่หน้าโต๊ะสแตนเลส ปลายเรียวนิ้วสวมถุงมือยางกำลังเขี่ยคราบเขม่าสีดำที่ติดอยู่บนรอยสักรูปงูอุโบสถ ซึ่งถูกลอกออกมาพร้อมกับผิวหนังมนุษย์เมื่อคดีล่าสุด สมาธิของเธอนิ่งสนิทจนกระทั่งเสียงรองเท้าหนังบดขยี้พื้นปูนดังใกล้เข้ามา "คุณควรจะกลับไปนอนตั้งนานแล้ว ดร.รินลดา" เสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดดังขึ้นจากความมืดตรงทางเข้า ศิลาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้จนเกินไป เขายืนกอดอกพิงกรอบประตู ร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มดูราวกับเงาปีศาจที่หลุดออกมาจากคดีฆาตกรรม ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มคู่นั้นกวาดมองแผ่นหลังบางที่ยังคงงحนอยู่กับซากอดีตของผู้ตายอย่างไม่ลดละ รินลดาไม่หันกลับไปมอง เธอยังคงใช้คีมปลายแหลมคีบเศษเส้นใยบางๆ ที่ติดอยู่ใต้อณูผิวหนังออกมาวางบนสไลด์แก้วอย่างประณีต "ความตายไม่ได้หลับนอนตามเวลาราชการนะคะสารวัตร และฉันก็ไม่ใช่คนที่ชอบปล่อยให้ปริศนาค้างคาข้ามคืน" "แต่ความอยากรู้อยากเห็นของคุณกำลังทำให้มันกลายเป็นเป้า" ศิลาสาวเท้าเข้ามาใกล้ ประชิดจนรินลดาได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับความเย็นยะเยือกของค่ำคืนที่ติดตัวเขามา น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและกดต่ำลง "คุณคิดว่าไอ้คนที่สักลายพวกนี้มันไม่รู้เหรอว่าเรากำลังตามรอยมันอยู่? เมื่อเย็นวันนี้ มีจดหมายส่งถึงโต๊ะทำงานของฉัน... จ่าหน้าซองถึงคุณ" นิ้วที่กำลังถือคีมสลัดหลุดจากความนิ่งงันไปชั่วขณะ รินล่าวางอุปกรณ์ลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีดำสนิทคู่สวยไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยราวน้ำแข็งตามความเคยชิน "จดหมายอะไรคะ?" ศิลาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต หยิบซองกระดาษสีน้ำตาลยับยู่ยี่ที่ถูกผนึกด้วยขี้ผึ้งสีแดงเข้ม—สีเดียวกับยางไม้ที่ใช้ในพิธีกรรมโบราณ—ส่งให้เธอ รินลดาใช้มือสวมถุงมือรับมันมาพลิกดู ด้านหน้าเขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่ใช้ปากกาหมึกซึมหยดน้ำหมึกเยิ้มราวกับมันถูกเขียนด้วยความเร่งรีบและโกรธเกรี้ยว *‘นักมานุษยวิทยาผู้รู้มาก... ผิวหนังบนร่างพวกนั้นเป็นแค่กระดาษชำระ ถ้าไม่อยากให้ร่างต่อไปเป็นของคนที่คุณรัก ก็หยุดเอาปลายจมูกรั้นๆ มาดมกลิ่นเลือดที่ตัวเองไม่เข้าใจซะ’* ข้อความสั้นๆ แต่บาดลึก รินลดาอ่านมันซ้ำไปซ้ำมา ความเย็นวาบแล่นพล่านจากปลายนิ้วลามขึ้นมาถึงกระดูกสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อคำขู่ แต่เป็นเพราะประโยคที่ว่า *“ร่างต่อไปเป็นของคนที่คุณรัก”* มันตอกย้ำแผลเป็นในวัยเด็กที่เธอพยายามฝังกลบมันมาตลอดชีวิต—วันที่เธอยืนมองร่างไร้วิญญาณของครอบครัวถูกพรากไปด้วยความรุนแรงแบบเดียวกันนี้ "มันไม่ได้ขู่ฉัน" รินลดากระซิบ เสียงของเธอยังคงควบคุมได้ดี แม้หัวใจจะเต้นระส่ำรัว "มันกำลังเตือนสติว่า... มันรู้ว่าฉันกำลังกลัวอะไร" ศิก้าวเข้าไปประชิดจนแทบไม่มีช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นที่เคยดุดันและโผงผางยามนี้กลับแฝงประกายบางอย่างที่ร้อนรุ่มและปกป้องอย่างไม่รู้ตัว มือหนายื่นออกไปฉวยซองกระดาษนั้นมาจากมือเธอบดขยี้มันเบาๆ ด้วยความโมโห "ผมไม่ได้เอามาให้คุณอ่านเพื่อตอกย้ำความกลัว รินลดา" ศิลาเน้นเสียงทีละคำ ดวงตาสีเทาเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ผมเอามาให้รู้ว่า... ผมจะไม่ยอมให้มันแตะต้องคุณแม้แต่ปลายเส้นผมเดียว จำคำพูดของผมไว้" เคมีอันตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองระอุขึ้นในความเงียบงันของห้องดับจิต กลิ่นอายความตายรอบตัวราวกับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มจากลมหายใจที่กระชั้นชิด รินลดาแหงนหน้ามองเขา แม้เขาจะปากจัดและเชื่อมั่นในโลกแห่งความจริงอันโหดร้ายแค่ไหน แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในยามที่ความมืดคืบคลานเข้ามาประชิด แผ่นหลังกว้างของนายตำรวจตรงหน้าคือสิ่งที่ทำให้ความหวาดกลัวในใจเธอบรรเทาลงอย่างน่าประหลาด "คุณกำลังทำตัวเป็นฮีโร่หนังเกรดบีนะคะสารวัตร" เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดเยาะหยันเล็กๆ เพื่อกลบเกลื่อนความสั่นไหวในอก "ฉันดูแลตัวเองได้" "ปากดีให้มันตลอดเถอะครับ ดร.รินลดา" ศิายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขแต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทายและอันตราย "แต่ตอนนี้... คุณต้องกลับคอนโดกับผม ห้ามกลับคนเดียว และห้ามดื้อ" ก่อนที่รินลดาจะได้โต้แย้งอะไรกลับไป เสียงกริ่งเตือนภัยฉุกเฉินของสถาบันนิติเวชก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงชาดสลับขาวสาดส่องวับวาบไปทั่วห้องทดลองมืดทึบ ร่างทั้งร่างของเธอและศิลาตกอยู่ในบรรยากาศที่ถูกย้อมด้วยเลือด ระบบระบายอากาศเหนือศีรษะส่งเสียงครืดคราด ก่อนที่กระแสไฟฟ้าทั้งตึกจะดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท ในความเงียบที่ถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ที่กำลังวิ่งกรูลงมาจากบันไดหนีไฟด้านนอก เสียงกุญแจข้อเท้าของศถูเลื่อนออกจากซองพกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าข้างใบหูของเธอที่ทำให้ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ดูเหมือนว่า... มันไม่ได้แค่ส่งจดหมายมาเตือน..." ศิลาคว้าแขนเรียวของเธอเข้าหาตัว กระชับปืนในมือมั่น "แต่มันตามมาเก็บงานถึงที่นี่แล้ว" รินลดาเบิกตากว้างเมื่อเงาสีดำมหึมาหลายร่างพุ่งทะลุกระจกห้องแล็บเข้ามา พร้อมกับกลิ่นอายของเลือดและความตายที่อบอวลยิ่งกว่าเดิม ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%