นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 3

ร่องรอยแห่งอดีต

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นหมึกพิมพ์จางๆ ลอยอบอวลอยู่ในห้องเก็บเอกสารชั้นใต้ดินของหอสมุดประจำจังหวัด แสงไฟนีออนสีนวลสาดส่องลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ที่มีกองเอกสารโบราณ สมุดบันทึกภาคสนาม และภาพถ่ายนิติวิทยาศาสตร์กระจัดกระจายอยู่ราวกับซากปรักหักพังของความทรงจำ รินลดากวาดสายตาคมกริบผ่านตัวอักษรภาษาท้องถิ่นที่ถูกกัดกินด้วยกาลเวลา นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีขาวยังคงไล้ไปตามรอยหมึกสีดำสนิทบนกระดาษสาเก่าคร่ำคร่า ความเย็นเยียบจากวัตถุโบราณซึมซาบผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ผิวเนื้อ คล้ายกับความหนาแน่นของปริศนาที่กำลังบีบอัดห้องสี่เหลี่ยมนี้ให้แคบลงทุกที "คุณกำลังจมดิ่งลงไปในหลุมพรางทางประวัติศาสตร์อีกแล้วนะ, ด็อกเตอร์" เสียงทุ้มต่ำและติดจะหงุดหงิดเล็กน้อยดังขึ้นจากความมืดตรงมุมห้อง ศิลาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็คเก็ตหนังสีเข้มนั้นยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองเธอด้วยแววตาสีเทาที่เต็มไปด้วยความระแวงระวัง เขาเกลียดกลิ่นอับของที่นี่ พอๆ กับที่เขาไม่ศรัทธาในตำนานปรัมปราที่หญิงสาวกำลังพยายามปะติดปะต่อ รินลดาไม่เงยหน้าขึ้นจากสมุดบันทึกของอดีตนายอำเภอเมื่อหลายสิบปีก่อน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด "ประวัติศาสตร์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเล่าปรัมปราสำหรับเด็กก่อนนอนหรอกนะคะ, ผู้กองศิลา... มันคือร่องรอยอาชญากรรมที่ถูกทิ้งไว้ข้ามศตวรรษต่างหาก" เธอวางภาพถ่ายรอยสักจากศพปริศนาในบทก่อนหน้าลงบนสมุดบันทึกหน้าเก่าแก่ ลายเส้นรูปกงจักรโบราณและอสรพิษขดตัวทับซ้อนกันนั้น วางทาบทับลงบนภาพวาดลายเส้นหมึกจีนโบราณในสมุดภาคสนามของนักสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2495 ได้อย่างสนิทแนบเนียนราวกับถูกถอดแบบออกมาจากบล็อกเดียวกัน ศิลาถอนหายใจยาวนาน ขยับตัวเดินเข้ามารวมกลุ่มแสงไฟ กลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นอายฝนจากข้างนอกติดตัวเขามาด้วย เขาโน้มตัวลงใช้มือสองข้างค้ำโต๊ะไม้ ทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนน่าอึดอัด ดวงตาคมปลาบกวาดมองหลักฐานทั้งสองชิ้นสลับกันอย่างพิจารณา ความดุดันในแววตาผ่อนคลายลงเล็กน้อย แทนที่ด้วยความเคร่งเครียดแบบนักสืบอาชีพ "รอยสักนั่น... ไม่ใช่แค่รสนิยมแปลกประหลาดของพวกคลั่งลัทธิสินะ" ศิลาเอ่ยเสียงต่ำ ชิดริมฝีปากจนเกือบจะเป็นกระซิบ "ไม่ใช่แค่ลัทธิค่ะ" รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาสีเข้มของเธอสะท้อนเงาไฟวับวาม "แต่มันคือ 'ตราบาป' ของตระกูลเก่าแก่ในพื้นที่นี้ ลวดลายที่คุณเห็นบนผิวหนังของศพ... ในทางมานุษยวิทยาแล้ว มันคือสัญลักษณ์ของการขับไล่ออกจากชุมชน หรือที่โบราณเรียกว่า 'พิธีกรรมพรากวิญญาณ' คนที่ถูกสักลายนี้ จะต้องถูกตัดขาดจากสังคม ถูกทำให้ตายทั้งเป็นก่อนที่ร่างกายจะดับสลายจริงๆ" ศิลาขมวดคิ้วแน่น สัญชาตญาณนักล่าในตัวเริ่มทำงาน "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคดีฆาตกรรมปัจจุบัน? คนตายเป็นแค่นักท่องเที่ยวเร่ร่อน ไม่มีญาติมิตร ไม่มีรากเหง้าในเมืองนี้ด้วยซ้ำ ทำไมฆาตกรถึงต้องลงทุนสักลายโบราณที่สาบสูญไปแล้วครึ่งศตวรรษลงบนร่างเขาด้วย?" "นั่นคือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบค่ะ" รินลดาพลิกกระดาษหน้าถัดไป เผยให้เห็นรายชื่อตระกูลขุนلاพื้นถิ่นที่มีอำนาจล้นพ้นในอดีต "และฉันเกรงว่า... ฆาตกรไม่ได้เลือกเหยื่อจากความบังเอิญ แต่เขากำลังทำความสะอาด 'สายเลือด' ที่หลงเหลืออยู่ ตามกฎหมายโบราณที่กฎหมายบ้านเมืองปัจจุบันเอื้อมไม่ถึง" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องใต้ดินชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งต่ำๆ เคมีระหว่างคนทั้งสองประทะกันอย่างเงียบเชียบ ความเยือกเย็นและยึดมั่นในหลักการทางวิทยาศาสตร์ของรินลดา กำลังหลอมรวมเข้ากับความดิบเถื่อนและสัญชาตญาณเอาตัวรอดของศิลา ทั้งคู่ยืนอยู่บนเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความงมงาย โดยมีคดีฆาตกรรมอำมหิตเป็นสะพานเชื่อม "ถ้ามันเป็นเรื่องของการล้างบางสายเลือด..." ศิลาเหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก สายตาคมกรามขบเข้าหากันเล็กน้อย "งั้นเป้าหมายต่อไปคงไม่ใช่แค่คนเร่ร่อนไร้ชื่อเสียงแน่" ก่อนที่รินลดาจะได้ตอบโต้คำพูดนั้น แสงไฟนีออนเหนือศีรษะก็กระพริบถี่รัวสามครั้งก่อนจะดับวูบลงสนิท ความมืดมิดกลืนกินทั้งห้องทันที เหลือเพียงแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานแคบใต้เพดานเข้ามา กึก... กึก... เสียงฝีเท้าหนักหน่วงดังขึ้นที่บันไดวนด้านนอก ประหนึ่งมีใครบางคนกำลังเดินลงมาทีละขั้นอย่างจงใจ ความกดดันในอากาศพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ศิลาชักมือออกจากโต๊ะอย่างรวดเร็ว มือขวาเอื้อมไปแตะด้ามปืนพกที่ซ่อนอยู่ใต้แจ็คเก็ตโดยอัตโนมัติ ร่างสูงขยับมากั้นขวางหน้าหญิงสาวไว้ครึ่งตัวเพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณดิบ รินลดาไม่ได้กรีดร้อง เธอเพียงแต่กลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระทึกด้วยจังหวะที่ควบคุมไม่ได้ มือเรียวคว้าสมุดบันทึกโบราณหน้าที่มีรอยสักนั้นกำไว้แน่นในความมืด เงาร่างหนึ่งทาบทับลงบนกรอบประตูกระจกฝ้าด้านนอก ร่างนั้นหยุดนิ่งสนิท ก่อนที่มือสวมถุงมือหนังสีดำจะค่อยๆ ผลักบานประตูไม้เก่าแก่ให้เปิดออกอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดแก้วหูที่ประกาศการมาเยือนของผู้ที่ไม่ได้รับเชิญ และในเสี้ยววินาทีที่แสงจันทร์สาดส่องกระทบใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามา... ศิลาก็พลันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง ขณะที่รินลดากลับเบิกตากว้างขึ้นด้วยความระทึก เมื่อตระหนักว่าบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้า... คือคนที่ควรจะตายไปพร้อมกับคดีเพลิงไหม้ปริศนาเมื่อยี่สิบปีก่อน! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%