กลิ่นฟอร์มาลีนผสมกับความอับชื้นของห้องใต้ดินกองสืบสวนคดีพิเศษ ไม่ใช่กลิ่นที่รินลดาจะรู้สึกรังเกียจนัก มันคือกลิ่นแห่งความตายที่ถูกชำระล้างด้วยวิทยาศาสตร์ กลิ่นที่เธอคุ้นเคยมาครึ่งค่อนชีวิตตั้งแต่ก้าวเข้าสู่โลกของนิติมานุษยวิทยา
ทว่า สิ่งที่กำลังกวนใจเธอยามนี้กลับไม่ใช่กลิ่นฉุนจมูก หากเป็นรอยหมึกสีดำสนิทที่ปรากฏเด่นชัดอยู่บนชิ้นส่วนผิวหนังมนุษย์ ซึ่งถูกแช่รักษาไว้ในอ่างแก้วใสตรงหน้า
"คุณกำลังบอกฉันว่า รอยสักนี่มันถูกทำขึ้น *หลัง* จากที่เจ้าของร่างเสียชีวิตไปแล้วอย่างนั้นเหรอคะสารวัตร"
เสียงของรินลดาเรียบนิ่ง เย็นเยียบ และเจือด้วยความเคลือบแคลง เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนา ปลายเรียวนิ้วที่สวมถุงมือยางกำลังขยับแว่นขยายอย่างประณีต เพื่อส่องสำรวจลวดลายเรขาคณิตที่บิดเบี้ยวบนผิวหนังเหี่ยวย่น
"ผมไม่ได้บอก... แต่ผลชันสูตรมันฟ้องแบบนั้นต่างหากล่ะคุณนักมานุษยวิทยา"
เสียงทุ้มห้วนและติดจะหงุดหงิดของศอร์ดังก้องขึ้นจากมุมมืดของห้อง เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษก้าวออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสีส้มจากหลอดนีออนดวงเปลือยสาดกระทบโครงหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยความเหนื่อยล้า นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองเธออย่างไม่ยอมหลบเลี่ยง "เหยื่อถูกควักหัวใจออกไปในคืนเดือนมืด แต่กลับมีคนบรรจงสักลายประหลาดนี่ลงบนผิวหนังที่ไร้ชีพจรแล้ว... ในทางสืบสวน มันคือการเยาะเย้ยถากถางจากฆาตกร"
รินล่าวางแว่นขยายลงบนถาดสแตนเลส เสียงโลหะกระทบกันดัง *กริ๊ง* เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงัน เธอยืดตัวขึ้นช้าๆ เผชิญหน้ากับนายตำรวจหนุ่มผู้เชื่อมั่นในตรรกะดิบเถื่อน ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุที่ตัดกับความเย็นเฉียบของห้องเก็บศพ
"คุณศิลาคะ ความตายในมุมมองของตำรวจ คือจุดสิ้นสุดและหลักฐานมัดตัว แต่ในมุมมองของมานุษยวิทยา... ร่างกายนี้คือหอสมุดที่บันทึกเรื่องราว" รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูก "และรอยสักที่คุณคิดว่ามันคือการเยาะเย้ย... แท้จริงแล้วมันอาจจะเป็น 'ภาษาโบราณ' ที่กำลังบอกว่า เขากำลังทำพิธีส่งวิญญาณต่างหากล่ะคะ"
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ขึ้นด้วยความท้าทาย เขาก้าวเข้ามาประชิดขอบโต๊ะชันสูตรอย่างไร้มารยาททางสังคม จนรินลดาต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย—ปลอดภัยทั้งกายและใจจากแรงดึงดูดประหลาดที่ผู้ชายคนนี้แผ่ออกมา
"ภาษาโบราณบ้าบออะไรกัน รินลดา?" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบ เสียงของเขาต่ำพร่าจนเกือบเป็นคำราม "นี่คือคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง ศพที่สามแล้วนะที่คุณหนูห้องแล็บอย่างคุณพยายามจะดึงมันเข้าหาเรื่องไสยศาสตร์และความเชื่อลมๆ แล้งๆ ตื่นได้แล้วครับ... เอ้ย... ตื่นได้แล้วค่ะ!"
คำพูดที่เกือบจะหลุดปากใช้คำสรรพนามผิดทำให้ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดระคนขบขันเมื่อเห็นริมฝีปากบางเฉียบของนักมานุษยวิทยาเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง รินลดาเกลียดความไม่เป็นมืออาชีพ และเกลียดความถือดีที่อีกฝ่ายแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง
"กรุณาใช้สมองวิเคราะห์ มากกว่าใช้อารมณ์ตัดสินด้วยนะคะ สารวัตรศิลา" รินลดาเชิดหน้าขึ้น ดวงตาสีเทาคู่สวยฉายประกายดุดันไม่แพ้กัน "ถ้าคุณอ่านลายเส้นพวกนี้เป็น คุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่รอยสักแฟชั่นใต้ดิน แต่มันคือ 'ยันต์ตรึงวิญญาณ' ของชนเผ่าโบราณที่สาบสูญไปจากแถบหุบเขาตะวันตกเมื่อร้อยปี 100 ก่อน... และคนที่จะมีปัญญาหาสีย้อมพิเศษชนิดนี้มาสักบนศพได้ ต้องเป็นคนที่รู้เรื่องพิธีกรรมลี้ลับนั้นอย่างถ่องแท้"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องทำความเย็นศพที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง เคมีอันคุกกรุ่นระหว่างคนทั้งสองปะทะกันกลางอากาศจนแทบจะเกิดประกายไฟ ศิลาไม่โต้เถียงต่อ เขากลับจ้องมองริมฝีปากที่กำลังขยับอธิบายด้วยความกระตือรือร้นนั้นอย่างเผลอไผล นัยน์ตาสีเข้มหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสนใจที่เปลี่ยนเป้าหมายจากคดีฆาตกรรมมาเป็นผู้หญิงตรงหน้า
"ถ้ามันเป็นเรื่องของพิธีกรรมโบราณ..." ศิลาลดเสียงลง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นจริงจังและจริงใจขึ้นอย่างกะทันหัน จนรินลดาต้องแปลกใจ "งั้นช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยสิครับ... ว่าทำไมรอยสักลายสุดท้าย ถึงมีสัญลักษณ์รูป 'ดวงตาที่สาม' ที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าตรงตำแหน่งเดียวกับรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังของคุณด้วยล่ะ?"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางห้องใต้ดิน รินลดานิ่งค้างไปในอากาศ ลมหายใจของเธอสะดุดกึก ร่างกายที่เคยเยือกเย็นและตั้งมั่นในหลักการมาตลอด กลับแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด เธอกวาดตามองไปยังชิ้นส่วนผิวหนังในอ่างแก้วอีกครั้ง และนั่นเอง—ที่เธอเพิ่งสังเกตเห็นรายละเอียดปลีกย่อยที่ถูกบังด้วยคราบเลือดจางๆ
มันไม่ใช่แค่รอยสักโบราณ... แต่มันคือลวดลายเดียวกันกับที่แม่ของเธอกรีดสลักไว้บนแผ่นหลัง ก่อนที่เหตุการณ์ไฟไหม้ปริศนาจะพรากครอบครัวและอดีตทั้งหมดไปจากเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน
ศิหายังคงจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ซ่อนความลับบางอย่างไว้ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นไม่ได้มีความเยาะเย้ยอีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความอันตราย... และคำเชิญชวนให้ก้าวลงสู่ห้วงเหวแห่งความมืดมิดไปด้วยกัน
"ดูเหมือนว่า... เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวเลยสินะครับ... เอ๊ย... คะ"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 2
จุดตัดของสองศาสตร์
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!