นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 1

ศพบนแท่นหิน

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
“อย่าแตะต้องรอยนั่น ถ้าคุณไม่อยากให้กระดูกทุกชิ้นในตัวสั่นสะท้านไปตลอดชีวิตที่เหลือ” เสียงเรียบเย็นของรินลดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอุทยานประวัติศาสตร์ยามวิกาล มือที่สวมถุงมือยางของเธอหยุดชะงักอยู่เหนือแผ่นหลังของศพที่ถูกทิ้งไว้บนแท่นหินบวงสรวงโบราณ สายตาที่เคยเฉยเมยดุจผืนน้ำนิ่งสนิท บัดนี้กำลังจับจ้องไปยังลวดลายประหลาดที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นภายใต้แสงไฟฉายคาดหัวของทีมพิสูจน์หลักฐาน ศิลาที่ยืนพิงเสาศิลาแลงอยู่ไม่ไกล พ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความหงุดหงิด เขาก้าวเท้าหนักๆ เข้ามาหาจนเกิดเสียงกังวานในความเงียบ “อย่าพูดจาเพ้อเจ้อด้วยนิทานพื้นบ้านในที่เกิดเหตุเลยครับหมอ นี่คือคดีฆาตกรรม ไม่ใช่พิธีกรรมไล่ผี รอยสักนั่นก็แค่หมึกที่จี้ลงบนผิวหนัง มันไม่มีวันทำให้ใครสั่นสะท้านได้หรอก นอกจากฆาตกรที่กำลังถูกผมตามล่า” รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาสีเทาของเธอวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกลมพัด “คุณเชื่อในสิ่งที่มองเห็นเพียงอย่างเดียวหรือคะ คุณศิลา? ความตายในที่แบบนี้... กับรอยสักที่ฝังรากลึกถึงชั้นหนังแท้ด้วยเทคนิคที่คนสมัยนี้ไม่มีทางทำได้ คุณคิดว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือไง” เธอขยับมือเบาๆ ไล้ปลายนิ้วไปตามแนวรอยสักรูปอสรพิษที่พันรอบกริชโบราณ ลวดลายนั้นดูราวกับมันกำลังบิดตัวอยู่ในความมืด เส้นสายที่คมชัดดุจมีดกรีดสลักนั้นไม่ได้มีความเก่าแก่เหมือนศิลปะขอมทั่วไป แต่มันกลับเปล่งประกายสีครามเข้มเหมือนเลือดที่แข็งตัว “สัญชาตญาณสัตว์ป่าของคุณอาจจะแม่นยำเรื่องกระสุน แต่เรื่องประวัติศาสตร์มนุษย์น่ะ... คุณยังอ่อนหัดนัก” รินลดาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความเฉียบคมที่ทำให้อีกฝ่ายนิ่งอึ้ง ศิลาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างระหว่างเขากับรินลดาลดลงเหลือเพียงคืบ กลิ่นดินชื้นและไอเย็นจากศพปะทะเข้ากับกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขา เขาโน้มตัวลงมามองรอยสักนั้นใกล้ๆ กระทั่งลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู “ถ้าผมอ่อนหัด... แล้วหมอจะอธิบายยังไงว่าทำไมศพที่ควรจะไร้ร่องรอยการต่อสู้ถึงมีรอยกรีดลึกที่ข้อมือเป็นรูปวงแหวนแบบนี้?” รินลดาชะงัก เธอพลิกข้อมือของผู้ตายขึ้นมาอย่างแผ่วเบา ร่องรอยบาดแผลที่ดูเหมือนถูกของมีคมกรีดซ้ำๆ จนเนื้อเปิดกว้างไม่ใช่ฝีมือของคนทั่วไป แต่เป็นระเบียบวิธีที่ผ่านการคำนวณมาอย่างประณีต “นี่ไม่ใช่การฆาตกรรมเพื่อล้างแค้น” เธอพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเยือกเย็นกลับแฝงความสั่นไหวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ “นี่คือการถวายชีวิต... ให้กับรอยสักที่ไม่มีวันจาง” ศิลามองใบหน้าของหญิงสาวที่ดูราวกับกำลังเผชิญหน้ากับปีศาจในความทรงจำ แม้เขาจะเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์และหลักฐานที่จับต้องได้ แต่ในวินาทีที่แสงไฟฉายวูบไหวจากลมพัด ความรู้สึกเย็นเยียบที่แล่นผ่านสันหลังก็ทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจ “หมอเห็นอะไรในนั้น” ศิลาถาม เสียงของเขาต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ รินลดาไม่ตอบ เธอตัดสินใจใช้สารเคมีชนิดพิเศษที่พกติดตัวมาแต้มลงไปบนรอยสักนั้น ทันทีที่ของเหลวสัมผัสผิวหนัง ลวดลายอสรพิษที่เคยนิ่งสนิทกลับดูเหมือนเคลื่อนไหวได้ด้วยการหักเหของแสงและปฏิกิริยาเคมี และสิ่งที่ปรากฏขึ้นใจกลางรอยสักนั้นคือสัญลักษณ์รูปดวงตาที่เปิดกว้าง... ดวงตาที่เธอกลัวที่สุดในชีวิต นั่นคือสัญลักษณ์ของครอบครัวเธอ... ตระกูลที่หายสาบสูญไปพร้อมกับเปลวเพลิงในคืนที่เธอยังเป็นเพียงเด็กหญิงตัวน้อย “ศิลา... ถอยออกไป” รินลดาอุทานพลางถอยกรูด ทันใดนั้นเอง แสงไฟฉายของทีมพิสูจน์หลักฐานทั้งหมดก็ดับพรึบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าปกคลุมอุทยานประวัติศาสตร์จนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง ก่อนที่เสียงกระซิบแหบพร่าดุจเสียงคนนับร้อยจะดังก้องออกมาจากแท่นหินที่ตั้งอยู่ตรงหน้า “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ทายาทคนสุดท้าย” เงาหนึ่งในความมืดขยับไหวอยู่เหนือร่างไร้วิญญาณ กลิ่นกำยานโบราณอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับความเย็นเยียบที่แตะลงบนต้นคอของรินลดาอย่างแผ่วเบา แต่ไม่อาจหลบหนีได้ ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%