เสียงฟ้าร้องคำรามก้องราวกับแผ่นดินจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ สายฝนที่กระหน่ำซัดลงมาใส่หลังคาสังกะสีของสถานีอนามัยร้างกลางป่าลึกในอำเภออุ้มผาง สร้างม่านน้ำสีเทาทึบที่ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นอับชื้นของดินชุ่มน้ำและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในอากาศ ทว่ามันกลับเจือจางลงด้วยกลิ่นกาแฟดำกรุ่นๆ จากแก้วกระดาษสังกะสีที่ศิลากำลังยื่นให้รินลดา
“ดื่มเสียหน่อยเถอะค่ะ คุณรินลดา ตัวคุณสั่นจนฉันเกรงว่ารอยสักรูปงู Ouroboros บนแขนของคุณจะเลื้อยหนีความหนาวไปเสียก่อนแล้ว”
ศิลาเอ่ยแซوด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาคมกริบภายใต้แสงไฟฉายคาดหัวที่วางตั้งบนโต๊ะไม้เก่าๆ กลับสำรวจร่างบางในชุดสนามเปียกชื้นอย่างละเอียด เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้โยกเยกฝั่งตรงข้าม ข้อศอกทั้งสองข้างยันบนโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ในเสื้อแจ็คเก็ตกันน้ำสีเข้มที่เปียกปอนทำให้บรรยากาศในห้องแคบๆ นี้ดูอึดอัดและคับแคบลงถนัดตา
รินลดาไม่รับแก้วกาแฟทันที ปลายนิ้วเรียวยาวที่เปื้อนคราบเขม่าดินและดินสอถ่านจากการจดบันทึกโครงกระดูกเมื่อครู่ ยังคงกุมปากกาโลหะไว้แน่น ดวงตาสีดำสนิทที่มักจะเยือกเย็นและเต็มไปด้วยเหตุผลเสมอในยามเผชิญหน้ากับหลักฐานทางนิติมานุษยวิทยา ตอนนี้กลับไหววับสะท้อนเปลวไฟดวงเล็กจากตะเกียงน้ำมัน
“ฉันไม่ได้หนาวเพราะพิษไข้หรอกค่ะผู้กองศิลา...” รินลดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ปลายเสียงติดจะเย้ยหยันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนบางอย่างในช่องท้อง “แต่ฉันหนาวเพราะกำลังคิดว่า ระหว่างความผิดพลาดของฉันในการวิเคราะห์อายุของกระดูกโครงนั้น กับความดื้อรั้นอย่างไร้เหตุผลของคุณที่ลากฉันมาติดแหง่กอยู่ในป่าตอนพายุเข้า แบบไหนมันจะอันตรายต่อชีวิตเรามากกว่ากัน”
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยในความเงียบ มีความเย้ายวนและอันตรายแฝงอยู่เต็มเปี่ยมอย่างที่เขาชอบทำเวลาต้อนเธอจนมุมในทางคดี
“คุณนี่นะ... ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลย” ศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ระยะห่างระหว่างกันบนโต๊ะไม้ตัวเล็กเหลือไม่ถึงคืบ ไออุ่นจากร่างกายของชายหนุ่มที่ผ่านการปะทะกับลมฝนตีปะทะเข้ากับผิวแก้มของเธอ “ความดื้อรั้นของผมมันพาเรามาเจอ ‘ความจริง’ ต่างหากล่ะครับ... หรือคุณจะปฏิเสธว่า สัญลักษณ์รอยสักบนศพโครงกระดูกโครงที่สาม ที่คุณเพิ่งขูดดินออกเมื่อชั่วโมงก่อน มันไม่ได้เชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสิบห้าปีก่อน ที่คุณพยายามซ่อนไว้ในรายงานชันสูตรของคุณกันล่ะ?”
ราวกับถูกเข็มพิษแทงเข้าที่จุดตาย รินลดาสะดุ้งเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยหรี่ลง ร่างกายแข็งเกร็งขึ้นมาทันที ความลับที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้กองกระดูกและตำรามานุษยวิทยากายภาพมาแรมปี กำลังถูกรื้อฟื้นขึ้นมาโดยนายตำรวจผู้มีสัญชาตญาณราวดุจสัตว์ป่าผู้นี้
“คุณกำลังก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของผู้เชี่ยวชาญค่ะ ผู้กอง” รินลดากระซิบเสียงลอดไรฟัน ขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังไม้ชื้นแฉะของสถานีอนามัยร้าง โดยมีร่างสูงของศิลาก้าวตามมาปิดกั้นทางหนีไว้อย่างสมบูรณ์
“พื้นที่ส่วนตัว?” ศิลาวางมือข้างหนึ่งลงบนผนังไม้เหนือศีรษะของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขน ใบหน้าคมเข้มโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นคาเฟอีนและบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียน “ในป่าทึบที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ไม่มีไฟฟ้า และมีศพฝังอยู่ใต้พื้นดินที่เรายืนอยู่... ไม่มีคำว่าพื้นที่ส่วนตัวหรอกครับรินลดา มีแต่ความจริงที่เราต้องเผชิญหน้าด้วยกัน... หรือไม่ก็ตายด้วยกันที่นี่”
สายฝนด้านนอกโหมกระหน่ำรุนแรงขึ้น ราวกับฟ้าดินกำลังวิกลจริต เสียงกิ่งไม้หักโค่นและเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างทำให้แสงไฟจากตะเกียงกะพริบไหว วาดเงาทอดAmorphus ทับซ้อนร่างของคนทั้งสองให้แนบชิดกันยิ่งขึ้นในความสลัว
เคมีอันตรายที่สะสมมาตลอดการสืบสวนระเบิดออกในพื้นที่จำกัดนี้ ความเครียดจากคดี ความหวาดกลัวต่อสิ่งลี้ลับในป่าลึก และแรงดึงดูดทางเพศที่ทั้งคู่ต่างพยายามกดทับไว้ภายใต้มาดขรึมของมืออาชีพ บัดนี้มันปะทุขึ้นอย่างไร้การควบคุม รินลดาแหงนมองริมฝีปากหยักลึกที่เหยียดยิ้มเย้าแหย่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความจริงจังและลึกล้ำในชั่วพริบตา
“คุณมันบ้า…” รินลดาพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วงเมื่อปลายนิ้วหยาบกร้านของศิลาเอื้อมมาแตะที่ปลายคางของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่สั่นเทาเล็กน้อยนั้นทำลายเกราะป้องกันทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้น
“ผมอาจจะบ้าจริงอย่างที่คุณว่า...” ศิลาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากของเธอ น้ำเสียงของเขาพร่าลึกจนแทบกลืนหายไปกับเสียงสายฝน “แต่ผมยอมบ้า... ถ้ามันทำให้ผมได้รู้ว่า ทำไมหัวใจที่เย็นชาที่สุดในสถาบันนิติวิทยาศาสตร์อย่างคุณ ถึงได้เต้นแรงขนาดนี้เวลาที่อยู่ใกล้ผม”
ปลายนิ้วของเขาไล่จากคางระเรื่อยขึ้นมาแตะที่โหนกแก้ม และแวะหยุดที่รอยแผลเป็นจางๆ ใต้หวงคิ้วของเธอ—ร่องรอยเดียวกับที่เธอได้รับในเหตุการณ์สูญเสียครอบครัวเมื่อวัยเด็ก รินลดาหลับตาลง เปลือกตาสั่นระริก หัวใจของเธอทรยศต่อความเยือกเย็นที่เธอสั่งสมมาทั้งชีวิต มันเต้นโครมครามจนเจ็บแปลบ
ความใกล้ชิดที่เกือบจะกลืนกินลมหายใจทำให้สติของเธอล่องลอย ศิลาไม่รอช้า เขาประคองท้ายทอยของเธอไว้มั่น ริมฝีปากอุ่นร้อนทาบทับลงมาอย่างนุ่มนวลในคราแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อน ดุดัน และเรียกร้อง ราวกับต้องการแผดเผาความหนาวเหน็บและอดีตอันดำมืดทั้งหมดให้มลายหายไป รินลดาเผยริมฝีปากออกอย่างไร้การต่อต้าน ปล่อยให้รสจูบอันดุดันแต่เต็มไปด้วยความโหยหาดึงเธอเข้าสู่วังวนแห่งความมืดมิดที่หอมหวาน
มือเรียวของเธอขยุ้มเสื้อแจ็คดก็ตของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่มือหนาของศิลาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวจนไม่เหลือช่องว่าง เคมีที่ปะทะกันระหว่างนักมานุษยวิทยาผู้เยือกเย็นกับนายตำรวจผู้ดิบเถื่อน หลอมรวมกันเป็นความรุ่มร้อนที่ท้าทายศีลธรรมและกาลเวลา
ทว่า... ในวินาทีที่ลมหายใจของทั้งคู่ประสานเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงพายุฝน
*กึก... แออด...*
เสียงฝีเท้าหนักๆ ลากยาวบนพื้นไม้กระดานเปียกชื้นจากด้านนอกระเบียง ดังแทรกเข้ามาเหนือเสียงสายฝน ตามมาด้วยเสียงเคาะสามครั้งที่ประตูกระจกบานผุพัง—ช้าๆ ทว่าหนักแน่นและจงใจ
ศิลาผละออกจากริมฝีปากของรินลดาอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณดิบเถื่อนของตำรวจมือปราบตื่นตัวขึ้นในเสี้ยววินาที มือขวาของเขาตวัดควักปั๊กพกสั้นออกจากซองใต้รักแร้อย่างแม่นยำ ร่างสูงก้าวไปบังร่างของรินลดาไว้ด้านหลังทันที
รินลดาหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าแดงก่ำจากรสจูบเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความซีดเผือด เมื่อเธอกวาดสายตาผ่านรอยแตกของกระจกประตูออกไปในความมืดมิดของราตรี...
สิ่งที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงไฟฉุกเฉินกะพริบติดๆ ดับๆ ตรงระเบียง ไม่ใช่ร่างของเจ้าหน้าที่ป่าไม้หรือชาวบ้านหลงทาง แต่เป็นเงาดำทะมึนของร่างหนึ่งที่สวมเสื้อกันฝนสีเหลืองเปียกโชก—และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ บนอกเสื้อตัวนั้น มีสัญลักษณ์รูปงู Ouroboros สีแดงสดถูกปักไว้ด้วยเส้นด้ายที่ชุ่มโชกไปด้วยหยดเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท
ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 9
คืนพายุฝน
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!