นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 8

เงามืดตามรอย

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
เสียงโลหะกระทบกันเบาหวิวบริเวณกรอบหน้าต่างห้องครัวชั้นล่าง ไม่ดังพอจะปลุกคนหลับใหล หากแต่คมชัดพอจะดึงสัญชาตญาณดิบของนักมานุษยวิทยากายภาพให้ดีดตัวตื่นขึ้นจากห้วงนิทรา รินลดายังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจเข้าออกถูกปรับให้สม่ำเสมอราวกับคนกำลังหลับลึก ทว่าประสาทสัมผัสทุกส่วนกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ดวงตาสีเข้มภายใต้ความมืดมิดเบิกกว้างอย่างไร้ความหวาดกลัว มีเพียงความเยือกเย็นและการประเมินสถานการณ์อย่างเป็นเหตุเป็นผล บ้านไม้สักโบราณริมคลองกว้างหลังนี้เก็บซ่อนความลับทางประวัติศาสตร์มานานหลายทศวรรษ และเธอก็รู้ดีว่ารอยสักบนร่างศพปริศนาในห้องผ่าพิสูจน์เมื่อวานกำลังนำพาแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเคาะประตู... หรือพังหน้าต่างเข้ามาในยามวิกาล ความเงียบงันถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่างก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวังบนพื้นไม้ปาร์เก้ รินลดาขยับตัวช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ มือเรียวควานหาวัตถุเย็นเฉียบใต้หมอน—มีดผ่าตัดสแตนเลสสตีลเล่มคมที่เธอมักพกติดตัวไว้เสมอเพื่อความอุ่นใจ ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วเธอจะสัมผัสกับด้ามมีด ประตูห้องนอนก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล ร่างสูงใหญ่ในเงาสลัวพุ่งเข้ามาประชิดเตียงอย่างรวดเร็วดั่งเสือดาว รินลดาไม่รอช้า เธอตวัดแขนขึ้นหมายจะแทงสวนเข้าที่ลำคอของผู้บุกรุกตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด หมับ! ฝ่ามือหนาคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทันอย่างเฉียดฉิว แรงปะทะทำให้มีดหลุดร่วงลงบนฟูก รินลดาถูกกดตรึงลงกับเตียงโดยมีร่างหนาโถมทับลงมาอย่างมั่นคง กลิ่นอายเฉพาะตัวที่คุ้นเคย—กลิ่นฝนจางๆ ผสมผสานกับบุหรี่มวนโปรดและกลิ่นกายสะอาดสะอ้าน—ทำให้เธอยั้งแรงที่เหลือไว้ได้ทันท่วงที "คุณนี่มันบ้าจริงๆ รินลดา เกือบจะแทงผมเข้ากระแสเลือดใหญ่แล้วไหมล่ะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบติดดุลอดไรฟันดังขึ้นชิดใบหู ศิลาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ขณะที่ดวงตาคมกริบในความมืดมองสำรวจเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าเพื่อความแน่ใจว่าไม่มีร่องรอยบาดแผล รินลดาตวัดสายตาคมกริบมองเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษที่ถือวิสาสะพังห้องเธอเข้ามาในยามตีสอง เธอไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มหยันบางเบาที่มุมปากที่ปรากฏให้เห็นในความมืด "ถ้าฉันแทงคุณจริง คุณก็คงตายสมเกียรติยศผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ดีนี่คะสารวัตร... ว่าแต่ การบุกรุกห้องนอนผู้หญิงยามวิกาลอย่างไร้มารยาท เป็นหลักสูตรพิเศษจากกรมตำรวจหรือไงคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ เย็นชา และเจือด้วยความเย้ยหยันเล็กน้อยตามแบบฉบับของเธอ ศิลาหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน แม้สถานการณ์จะตึงเครียดเพียงใด เขาก็ยังไม่วายหาเรื่องต่อปากต่อคำกับหญิงสาวตรงหน้าได้เสมอ เขายอมผ่อนแรงกดลงเล็กน้อย แต่ยังไม่ยอมขยับตัวถอยห่าง ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่แตกต่าง—ดวงตาคู่คมของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตานิ่งสนิทของเธอราวกับกำลังค้นหาบางอย่างที่ซ่อนเร้น "ผมไม่ได้บุกรุก ผมแค่เข้ามา 'ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง' ให้คุณ" ศิลาตอบเสียงพร่า ใบหน้าคมคายโน้มเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "และที่คุณพูดเมื่อกี้... แสดงว่าเมื่อครู่คุณไม่ได้นอนหลับ แต่คุณกำลังนอนรอให้ใครสักคนเดินเข้ามาติดกับสินะครับ นักมานุษยวิทยาผู้เยือกเย็นคนนี้ ชะล่าใจเกินไปแล้ว" "ฉันตื่นเพราะเสียงหน้าต่างครัวต่างหากล่ะคะ" รินลดาเถียงกลับทันควัน ดวงตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "และฉันก็จัดการเองได้ ไม่จำเป็นต้องรบกวนให้สารวัตรต้องมาแสดงบทฮีโร่พังห้องฉันเล่นหรอกนะคะ" "จัดการด้วยมีดผ่าตัดเล่มเล็กๆ แค่นั้นน่ะเหรอ?" ศิลาแค่นAเสียงหยัน ปรายตามองมีดสแตนเลสบนฟูก "คนร้ายข้างนอกไม่ได้มีแค่คนเดียว รอยเท้าโคลนที่หน้าต่างหลังบ้านมีขนาดใหญ่กว่ารองเท้าผู้หญิงอย่างคุณแน่ๆ อย่างน้อยก็สองคน และพวกมันมีเจตนามาค้นหา 'บางอย่าง' ที่คุณเก็บไว้จากศพเมื่อวาน" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเร่าร้อนชั่วขณะกลับมาสู่ความตึงเครียดอีกครั้ง รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น ข้อมูลในหัวประมวลผลอย่างรวดเร็ว หากมีคนตามมาถึงบ้านพักส่วนตัว แสดงว่าหลักฐานที่เธอซ่อนไว้ในห้องทำงานไม่ได้ปลอดภัยอย่างที่คิด "คุณรู้ได้อย่างไรว่าพวกมันมาหาอะไร" รินลดาถามเสียงต่ำ "เพราะผมแอบสะกดรอยตามพวกมันมาตั้งแต่โรงพยาบาลแล้ว" ศิลาตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาสีเทาเข้มสะท้อนแสงจันทร์รำไรจากนอกหน้าต่าง "และผมก็พบว่า... พวกมันไม่ใช่โจรลักทรัพย์ธรรมดา รอยสักรูปงู ouroboros ที่ข้อมือของหนึ่งในพวกมัน ตรงกับรอยสักบนศพไม่มีผิดเพี้ยน" คำพูดนั้นทำให้รินลดานิ่งงัดไปชั่วขณะ ความเย็นเยียบแล่นริ้วขึ้นมาตามสันหลัง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความจริงที่ว่า คดีนี้โยกย้ายเข้าสู่เขตอันตรายเกินกว่าที่เธอคาดคิดไว้เสียแล้ว ศิลาขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าก่อนจะยื่นมือหนาออกมาเบื้องหน้า เพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นตาม "ลุกขึ้นเถอะ รินลดา คุณอยู่ที่นี่คนเดียวไม่ได้อีกต่อไปแล้ว" สุ้มเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง เด็ดขาด และไม่อาจปฏิเสธได้ "คืนนี้ คุณต้องเก็บของแล้วย้ายไปอยู่คอนโดผมชั่วคราว จนกว่าผมจะลากคอมันมาสอบปากคำได้ทั้งหมด" รินลดาเงยหน้ามองมือที่ยื่นมาตรงหน้า สลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและดื้อรั้น เธอนิ่งคิดอยู่ชั่วครู่ ชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยส่วนตัวกับศักดิ์ศรีของตนเอง ก่อนจะตัดสินใจวางมือเรียวลงบนฝ่ามืออุ่นจัดของเขาอย่างจำยอม "ก็ได้ค่ะสารวัตร... แต่จำไว้ว่านี่ไม่ใช่การขอความช่วยเหลือ แต่เป็นการร่วมมือทางคดีชั่วคราวเท่านั้น" เธอกล่าวเสียงเรียบขณะลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา "ตามใจคุณจะคิดเถอะครับ ขอแค่คุณปลอดภัยก็พอ" ศิลาตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก ก่อนจะหันหลังเดินนำไปยังห้องทำงานเพื่อช่วยเธอเก็บเอกสารสำคัญ ทว่า ในขณะที่ศิมลลังเลจะก้าวเท้าออกจากประตูห้องนอน เสียงฝีเท้าฝีเท้าแผ่วเบาแต่ชัดเจนก็ดังขึ้นที่ระเบียงชั้นสอง... ด้านนอกหน้าต่างห้องนอนของรินลดานั่นเอง! ศิลาชะงักกึก สัญชาตญาณนักสืบพุ่งพล่านในชั่วพริบตา เขาดึงรินลดาเข้ามาชิดแผงอกเพื่อบังตัวเธอไว้ ก่อนจะชักอาวุธปืนพกสั้นออกจากซองที่เอวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผ้าม่านโปร่งที่ปลิวไสวตามแรงลมยามราตรี เงาสูงใหญ่ทาบทับลงบนผ้าม่านสีขาว... พร้อมกับเสียงเคาะกระจกสามครั้งเบาๆ เป็นจังหวะ ราวกับเสียงสัญญาณเตือนจากความตาย รินลดาเหลือบมองที่ขอบหน้าต่าง ดวงตาสีเข้มหรี่ลงเมื่อสังเกตเห็นคราบโคลนที่เพิ่งเปื้อนใหม่บนพื้นระเบียง—ไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์ธรรมดา แต่เป็นรอยเท้าของคนที่สวมรองเท้าบูททหารแบบเดียวกับฆาตกรในแฟ้มคดีเมื่อสิบปีก่อน... คดีที่พรากครอบครัวของเธอไปตลอดกาล! ขอขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%