นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง•ตอนที่ 11

ปมที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
"ความจริงไม่ใช่สิ่งสวยงามเสมอไปหรอกนะคะ รินลดา... มันมักจะมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดและเศษซากของความศรัทธาที่แหลกสลาย" เสียงทุ้มต่ำของศิลาเจือด้วยความเหนื่อยล้าจนแทบกลืนหายไปกับเสียงฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบกระจกหน้าต่างห้องสอบสวนเก่าๆ กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีเก่าและฝุ่นละอองคละคลุ้งอยู่ในอากาศ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดยาวที่บิดเบี้ยวบนผนังปูนเปลือย บรรยากาศรอบตัวกดทับลงมาจนแทบหายใจไม่ออก รินลดานั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แสงสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสะท้อนลงบนกรอบแว่นโลหะของเธอ เผยให้เห็นแววตาคู่สวยที่นิ่งสงบราวกับผิวน้ำในคืนเดือนมืด เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและรักษาระยะห่างตามวิสัยของนักมานุษยวิทยากายภาพผู้คุ้นเคยกับการจัดการโครงกระดูกและซากมนุษย์ แต่นิ้วมือเรียวบางที่กำลังหมุนปากกาหมึกซึมในมือกลับเกร็งแน่นจนข้อต่องอขาว "แต่ถ้าเราไม่ค้นหาความจริงเสียบ้าง ความตายของพวกเขาก็จะไม่มีความหมายอะไรเลยนะคะ ผู้กอง" รินลดาเอ่ยตอบ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่คมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในปลอกแพรวพราว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มของนายตำรวจหนุ่ม ผู้ชายที่มักจะซ่อนความเจ็บปวดไว้ใต้ท่าทีโผงผางและคำพูดแดกดันเสมอ ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยการเยาะเย้ยตัวเอง เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเม็ดบนออกอย่างไร้ความปรานี เผยให้เห็นรอยแผลเป็นสีขาวนูนยาวพาดผ่านตั้งแต่ไหปลาร้าหายเข้าไปใต้รอยสักรูปงูพ่นพิษพันกะโหลกบริเวณหัวไหล่—รอยสักที่เขาไม่เคยยอมถอดเสื้อให้ใครเห็นง่ายๆ ยกเว้นในค่ำคืนที่ความมืดมิดกัดกินสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น "คุณคิดว่าฉันเข้ามาอยู่ในวังวนของคดีฆาตกรรมอำมหิตนี่ เพราะอุดมการณ์ผดุงความยุติธรรมงี่เง่าพวกนั้นอย่างนั้นเหรอคะ ริน..." ศิลาเอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันดิบเถื่อนและสั่นเครือเล็กน้อยอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน รินลดาชะงัก เธอลดปากกาลงช้าๆ สายตาคมกริบกวาดมองรอยแผลเป็นนั้นโดยสัญชาตญาณทางมานุษยวิทยา รอยแผลที่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุทั่วไป แต่มันคือร่องรอยของการถูกกรีดด้วยของมีคมอย่างจงใจ รอยแผลที่บอกเล่าเรื่องราวความรุนแรงระดับโครงสร้างและจิตวิทยาที่บิดเบี้ยว "รอยแผลนั้น..." รินลดาเอ่ยเบาๆ ราวกับพึมพำกับตัวเอง "มันไม่ใช่รอยกระสุนปืนหรือรอยมีดต่อสู้ทั่วไป แต่มันถูกกรีดด้วยความประณีต... เหมือนพิธีกรรม" ศิลาหลุบตามองรอยแผลบนร่างกายของตนเอง รอยแผลที่ทำหน้าที่เป็นนาฬิกาทรายเตือนความทรงจำในอดีตทุกครั้งที่ลมหนาวพัดผ่าน ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงฝนและลมหายใจที่หนักหน่วงของคนทั้งสอง "ยี่สิบปีก่อน ในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้แหละค่ะ..." ศิลาเริ่มเปิดปากเล่า เรื่องราวที่เขาฝังกลบไว้ใต้ก้นบึ้งของจิตใจมาเนิ่นนาน น้ำเสียงของเขาไม่ได้ราบเรียบอีกต่อไป แต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาประจานต่อหน้าผู้หญิงที่เขาปรารถนาจะปกป้องที่สุด "ตอนนั้นฉันอายุแค่สิบขวบ ครอบครัวของเราไม่ได้ร่ำรวย พ่อเป็นเพียงตำรวจตระเวนชายแดนน้ำดีคนหนึ่งที่ขวางทางผลประโยชน์ของเครือข่ายค้ามนุษย์ท้องถิ่น คืนนั้น... พวกมันไม่ได้แค่มาเพื่อฆ่า แต่พวกมันมาเพื่อ 'ส่งสาร' พ่อกับแม่ถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาฉันในบ้านพักหลังเก่า และฉัน... ถูกพวกมันมัดไว้กับเก้าอี้บังคับให้ดูทุกวินาทีที่พวกมันใช้มีดเล่มนั้นกรีดร่างของพ่อเพื่อควักเอาสร้อยพระที่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญออกไป" รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลัง ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กของเธอก็แวบเข้ามาในหัวเช่นกัน—ความสูญเสียที่ไม่เคยจางหาย คราบน้ำตาและกลิ่นคาวเลือดที่ฝังรากลึกในความทรงจำ เธอมองศิลาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเยือกเย็นทั้งหมดพังทลายลงเหลือเพียงความเข้าใจอันลึกซึ้งที่เชื่อมโยงวิญญาณสองดวงเข้าหากันโดยไม่ต้องเอื้อnคำพูดใดๆ "แล้วแผลที่ไหล่นั่น..." รินลดาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยรื้นด้วยหยาดน้ำใสบางๆ ที่เธอพยายามสะกดกลั้นไว้ "ตอนที่พวกมันกำลังจะฆ่าฉันปิดปาก หัวหน้าแก๊งมันหัวเราะแล้วพูดว่า *'เด็กน้อย... ความแค้นมันทำให้คนเรามีชีวิตรอดได้ดีกว่าความยุติธรรมนะ'* มันใช้ปลายมีดกรีดลงบนไหล่ฉันเป็นสัญลักษณ์เดรัจฉาน เพื่อให้ฉันจำฝังใจว่า ตำรวจอย่างพ่อฉันมันไร้ค่าแค่ไหน" ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตากับเธอ แววตาสีเทาเข้มคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวและบาดแผลที่ไม่มีวันรักษาหาย "นั่นคือเหตุผลที่ฉันยอมเป็นหมาล่าเนื้อ ยอมทำทุกวิถีทาง ถูลู่ถูกังจนมาถึงจุดนี้ ไม่ใช่เพื่อความถูกต้องตามตัวบทกฎหมาย... แต่เพื่อตามล่าไอ้พวกสวะที่ลอยนวลอยู่เบื้องหลังรอยสักพวกนั้นให้มันชดใช้ด้วยเลือด!" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสอบสวนอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่ยังคงคำรามก้องอยู่ข้างนอก รินลดาขยับตัวเข้าใกล้เขาอีกนิด กลิ่นอายเฉพาะตัวของผู้ชายคนนี้ผสมผสานกับความดาร์กและความเจ็บปวดแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท เธอยื่นมือเรียวบางออกไป ปลายนิ้วแตะลงแผ่วเบาบริเวณขอบรอยแผลเป็นบนไหล่ของเขาอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่ามันจะเจ็บปวดซ้ำรอย ศิลาสั่นสะท้านเล็กน้อยเมื่อสัมผัสอันอ่อนโยนนั้นแตะต้องแผลเป็นที่อัปลักษณ์ที่สุดในชีวิตของเขา เขาก้มมองมือเธอก่อนจะเงยขึ้นมองใบหน้าของนักมานุษยวิทยาหญิงที่ซ่อนความเปราะบางไว้ภายใต้มาLดอันเข้มแข็ง เคมีอันเร่าร้อนและดาร์กโรแมนติกพุ่งพล่านขึ้นในอากาศรอบตัว ทั้งสองขยับเข้าหากันโดยไม่มีใครเอ่ยปาก ระยะห่างถูกลดทอนลงจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันและกัน "คุณไม่ได้ต่อสู้เพียงลำพังอีกต่อไปแล้วนะคะ ผู้กอง..." รินลดาเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปากของเขา แววตาสั่นระริกด้วยแรงปรารถนาและความเห็นอกเห็นใจที่เกินเลยกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน ศิลาไม่รอช้า มือหนาเอื้อมไปประคองท้ายทอยของเธอไว้ ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาประกบเรียวปากร้อนผ่าวลงบนริมฝีปากนุ่มของเธออย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน เป็นจูบที่กลืนกินทั้งความเจ็บปวด ความแค้น และความโหยหาในอดีตเข้าไว้ด้วยกัน รสชาติของความดาร์กโรแมนติกตลบอบอวลในความเงียบงัน ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นและอันตราย ทว่า... ในวินาทีที่หัวใจของทั้งสองกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เสียงเคาะประตูดังปังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างเร่งรีบ ทำลายบรรยากาศอันเร่าร้อนลงในพริบตา! "ผู้กองครับ! รินลดา!" เสียงตะโกนของหมวดสารวัตรหนุ่มลูกน้องคนสนิทดังลอดเข้ามาจากด้านนอกด้วยความตื่นตระหนก "แย่แล้วครับ! เราเพิ่งเช็คฐานข้อมูลลายนิ้วมือแฝงจากศพเหยื่อล่าสุด... ผลปรากฏว่า รอยสักรูปงูพ่นพิษบนศพนั้น ไม่ใช่ฝีมือของแก๊งค้ามนุษย์เมื่อยี่สิบปีก่อน แต่ฐานข้อมูลชีวมาตรยืนยันตรงกับ 'รอยสักเฉพาะตัว' ของบุคคลที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงในคดีเก่าของพ่อคุณ... เมื่อยี่สิบปีที่แล้วครับ!" ศิลาผละออกจากริมฝีปากของรินลดาอย่างแรง ดวงตาสีเทาเข้มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและตื่นตระหนกในเสี้ยววินาที ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ความมืดมิดไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติมานุษยวิทยากับรอยสักที่ไม่มีวันจาง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%